'ธนาธร'รอดคดีวิจารณ์พลังดูดคสช. อัยการสั่งไม่ฟ้อง ตร.ไม่แย้งคดียุติ


เพิ่มเพื่อน    

24 มี.ค.63-  ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญานัดฟังคำสั่งคดีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายไกลก้อง ไวทยการ อดีตนายทะเบียนพรรค และ น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ อดีตกรรมการบริหารพรรค ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีที่พนักงานสอบสวน ปอท.นำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง ในความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 (แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ.2560) มาตรา 14 (2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จากกรณีผู้ต้องหาร่วมกันจัดรายการ “คืนวันศุกร์ให้ประชาชน” ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ในเพจอนาคตใหม่-The Future We Want และเพจ Thanathorn Juangroongruangkit วิจารณ์กระแสข่าวกรณีพลังดูดของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

และคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา นัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวน บก.ปอท. นำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในความผิดฐานดูหมิ่นศาล กรณีนายปิยบุตรเคยอ่านแถลงการณ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ

ในวันนี้ มีนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความทั้งของนายธนาธรและนายปิยบุตร เดินทางมารับทราบคำสั่งคดี

ภายหลังฟังคำสั่ง นายกฤษฎางค์ เปิดเผยว่า วันนี้ทางอัยการได้มีคำสั่งเด็ดขาดสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางอัยการสำนักงานคดีอาญาเจ้าของสำนวนได้เคยมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ตามขั้นตอนจึงส่งให้ ตร.ทำความเห็นแย้งหรือไม่ ซึ่งก่อนวันนัดฟังคำสั่งนี้ ทาง ตร.ทำได้ทำความเห็นว่าเห็นว่าไม่แย้งคำสั่งอัยการ จึงเป็นคำสั่งเด็ดขาดขาดไม่ฟ้องในวันนี้ ส่วนคดีของนายปิยบุตร ทางพนักงานอัยการได้เลื่อนการฟังคำสั่งออกไปเป็นวันที่ 26 พ.ค.นี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางอัยการได้สั่งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบพยานเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนยังไม่ส่งผลสอบเพิ่มมายังอัยการ.


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"