ถ้าไม่ต้องการให้ ไทยเป็นเหมือนอิตาลี…


เพิ่มเพื่อน    

 

      เราเริ่มเห็นภาพของคนล้นโรงพยาบาลที่อิตาลี จนหมอต้องตัดสินใจว่าจะใช้เวลา, ทรัพยากรและบุคลากรที่ขาดแคลนนั้นช่วยชีวิตของคนติดเชื้อ Covid-19 อายุเท่าไหร่ก่อนหลัง

                เพราะคนป่วยเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่จะดูแลรักษาได้ทั่วถึง

                ถึงขั้นที่จำเป็นต้องปล่อยให้คนอายุ 70 ขึ้นรอไปก่อนเพื่อรักษาคนอายุน้อยกว่า เพราะมีโอกาสรอดมากกว่า

                คนวัยเกิน 70 อย่างผมอ่านข่าวแล้วก็ตระหนักถึงชะตากรรมของคนสูงวัยที่กลายเป็น “เดนมนุษย์” อย่างที่เราเคยดูในหนังจริงๆ

                ที่สเปนสถานการณ์ก็กำลังเสื่อมทรุดไม่แพ้กัน มีการพบคนแก่ตายในที่พักเพราะไม่มีใครดูแล

                อีกทั้งโรงพยาบาลก็ไม่สามารถรองรับจำนวนคนป่วยและคนตายที่ก้าวกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็วน่ากลัว

                ดังนั้น คนไทยควรจะต้องตระหนักว่าหากไม่ต้องการให้สถานการณ์ของไทยเดินไปในแนวทางเดียวกับอิตาลี หรือสเปน หรืออิหร่าน ก็จำเป็นจะต้องมีวินัยและทำตามแนวทางการ “รักษาระยะห่าง” หรือ social distancing อย่างเคร่งครัด

                คณะแพทย์ที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับโรคระบาดในแนวหน้าพยายามจะวิเคราะห์ให้ประชาชนฟังว่า เราต้องเลือกระหว่างการไม่เอาจริงเอาจังกับสร้างนิสัยของการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างจริงจัง

                หากเรายังทำแบบแรกก็จะไปในแนวทางของอิตาลี

                หากจะหลีกเลี่ยงชะตากรรมแบบอิตาลีก็ต้องยอม “อยู่กับบ้าน” และ “รักษาระยะห่างอย่างเคร่งครัด”

                วันก่อนมีคนส่งข้อความนี้มาให้ บอกว่า “โพสต์นี้ หมอท่านหนึ่งขอระบายความรู้สึก”

                ผมอ่านแล้วเชื่อว่านี่คือการสะท้อนถึงความรู้สึกของหมอ, พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ของเราอย่างชัดเจน จึงขอนำเอาข้อความนี้มาให้ได้อ่านโดยถ้วนหน้ากัน

                การที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนสูงขึ้นมาก ท่านที่อ่านข่าวแล้ว ทำความเข้าใจก็จะทราบว่าเกิดจากการมีคนไปในสถานที่ที่เหมาะกับการรับเชื้อ และเกิดจาก "ความไม่รับผิดชอบ" ของคนแค่ "บางคน" จนทำให้คน "หลายคน" ต้องติดเชื้อ

                แต่ก็ยังมีหลายท่านที่ยังโทษการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่า ปล่อยปละบ้าง ไม่กักตัวบ้าง อยากจะบอกว่า ปกติเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข ตอนภาวะปกติไม่มีโควิด-19 ก็แทบจะไม่พอบริการอยู่แล้ว

                ตอนนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำโควิด-19 อย่างเดียวนะครับ งานประจำเดิมที่แทบล้นมืออยู่แล้ว ก็ยังต้องทำส่วนเรื่องการกักตัว

                ตอนนี้มีผู้ที่เข้าเกณฑ์ที่ต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 รวมแล้วประมาณ 1 หมื่นกว่าคน !!!!

                คำถาม : ถ้าให้รัฐกักตัวคนหมื่นคน ต้องใช้เจ้าหน้าที่ดูแลกี่คนครับ

                14 วัน ที่ผู้ถูกกักตัวนั่งๆ นอนๆ เจ้าหน้าที่ไม่ได้นั่งๆ นอนๆ ด้วยนะครับ ต้องผลัดเปลี่ยนกันตลอด 24 ชม. งานคัดกรองก็ต้องไปช่วยกัน งานประจำเดิมก็ต้องทำ

                ตอนนี้ เราเพียงขอแค่ท่าน…ช่วยเราหน่อย

                ช่วยเสียสละเวลาอันมีค่าของท่าน รับผิดชอบต่อสังคมด้วยการนั่งๆ นอนๆ อยู่บ้าน 14 วัน ท่านยังทำไม่ได้

                แต่เมื่อเกิดการแพร่กระจายเชื้อ กลับมาโทษว่าพวกผมไม่ทำงาน

                เจ้าหน้าที่ทุกคนมีบ้าน มีครอบครัว มีคนที่รัก เช่นเดียวกับพวกท่าน

                อยากกลับไปหา ไปพบเจอ ไปพูดคุย แต่ก็ต้องกักตัวเองเพราะต้องทำหน้าที่ หน้าที่ที่ทุกคนควรต้องรู้ว่าตัวเองมีหน้าที่อะไรในสังคม

                ท่านอาจจะขาดรายได้ไป 14 วัน

                - อดสนุกกับเพื่อน 14 วัน

                - อดไปเที่ยว 14 วัน

                - อดไปทานของที่ชอบ 14 วัน

                แต่ผม..ผมไม่ได้เจอลูกผมมา 1 เดือนแล้วครับ

                เพราะอะไร?

                เพราะผมทำหน้าที่ที่พวกท่านบอกว่า พวกผมไม่ทำ

                แล้วท่านล่ะครับ ทำหน้าที่ของท่านหรือยัง

                อะไร..ที่เราขอความร่วมมือ โปรดร่วมมือเถอะครับ ไม่ยินดีก็สงสารพวกผมบ้างก็ได้

                ขอบคุณครับ

                นี่คือสงครามกับศัตรูที่มองไม่เห็น...และในสงครามกับโรคร้ายนั้น ประชาชนทุกคนต้องสวมบทเป็น “นักรบ” ทุกคน จะปล่อยให้คุณหมอและพยาบาลรับศึกอยู่ฝ่ายเดียวก็เตรียมแพ้กันทั้งประเทศ!. 


คนกรุงโปรดทราบ........ กทม.ยกเลิกคำสั่ง "ครึ่งปิด-ครึ่งเปิด" กรุงเทพฯ ๒๒ วัน จาก ๒๑ มี.ค.-๑๒ เม.ย.แล้วนะ แต่ อ๊ะ..อ๊ะ ฟังก่อน อย่าเพิ่งซ่า!

'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก
โควิด-๑๙ 'ภาคนรก-สวรรค์'
'ปิดประเทศ' แล้วยังไม่รู้ตัว?