ระหว่างโชคดีและโชคร้าย


เพิ่มเพื่อน    

              ฮื่ออ์อ์อ์...ไม่รู้ว่าท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านไปสรรหา หรือให้ใครไปจัดหา หน้ากากอนามัย มาจากไหน ในวันที่ต้องยืนแถลงข่าวเตรียมป่าวประกาศใช้ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อช่วงวัน-สองวันที่ผ่านมา คือเป็นอะไรที่ออกจะดู ซอฟต์ ดูประณีต นุ่มนวล พอสมควร มีลวดลายเก๋ๆ ไก๋ๆ ซึ่งดูไม่ออกว่าเป็นลายไทย ลายกนก หรือลายอะไรไม่ทราบได้ แต่ค่อนข้างเข้ากับสีเสื้อ เข้ากับชุดพระราชทาน และให้ความรู้สึกอ่อนช้อย ละมุนละไม หรือ ละมุนภัณฑ์ เอามากๆ...

                  ----------------------------------------

                ส่วนในด้านเค้าโครง รูปร่าง หน้าตา แม้ว่าต้องปิดจมูก ปิดปาก ต้องขยับหน้ากากไปๆ-มาๆ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับสะท้อนให้เห็นถึงความซูบโทรม ความผ่ายผอม อย่างที่ใครต่อใครเขาว่าๆ กันซักเท่าไหร่นัก อาจด้วยเหตุเพราะสีเสื้อที่เข้าชุด หรือเข้ากันได้แบบพอดิบพอดีกับหน้ากาก หรือเพราะด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่ ดูแล้วออกไปทางผ่องใส สดใส พอสมควร ส่วนคำพูด คำจา คำแถลง แม้จะออกไปทางงึมๆ งำๆ พึมๆ พำๆ ไปบ้าง อย่างที่พวกปากหอย ปากปู มันกล่าวหา แต่ก็ไม่ถึงกับน่าเกลียด น่าชัง อะไรมาก เพราะสุดท้ายแล้ว...ทุกสิ่งทุกอย่าง มันคงต้องขึ้นอยู่กับ การปฏิบัติ นั่นแหละเป็นสำคัญ...

                           ------------------------------------------

                อย่างไรก็ตาม...การที่ต้องมาเผชิญหน้า ต้องมาแบกรับกับภารกิจ อันใหญ่โตมโหฬาร คือการต่อสู้เพื่อเอาชนะเชื้อโคโรนา ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ อย่าง Covid-19 ในเที่ยวนี้ ก็ยังมิอาจสรุปได้ชัดเจนว่าจะถือเป็น โชคดี หรือ โชคร้าย ของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ กันแน่!!! เพราะแม้มันเป็นอะไรที่ออกจะน่า บวดหัว” ชนิด ยาบวดหาย ก็คงเอาไม่อยู่ ออกจะซับซ้อน ยุ่งยาก เต็มไปด้วยเรื่องทางเทคนิค ทางชีววิทยา สรีรวิทยา ระบาดวิทยา แถมยังต้องอาศัยจิตวิทยาสังคม ฯลฯ ควบคู่ไปด้วย แต่ด้วยเหตุเพราะมันได้ก่อให้เกิดอาการทาง ประสาทวิทยา (ประสาทแ-ก) หรือนำความ หูแหก-ตาแหก มาให้กับผู้คนเป็นจำนวนไม่น้อย หรือระดับโลกทั้งโลกเอาเลยโน่นแหละ มันเลยกลายเป็น ตัวช่วย ให้อาการ บวดหัว ในเรื่องอื่นๆ ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าเรื่อง ฝุ่นพิษ PM 2.5 เรื่อง ภัยแล้ง เรื่อง รัฐมนตรีขนแป้ง ฯลฯ หรือเรื่องอะไรต่อมิอะไร กลายเป็นเรื่อง ชิวๆ (ชิลๆ) ระดับแค่กิน พารา ซักเม็ด-สองเม็ด ก็น่าจะหายๆ ได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์...

                   ---------------------------------------------

                พูดง่ายๆ ว่า...เนื่องจากฉากสถานการณ์ในช่วงระยะนี้ ไม่ว่าตั้งแต่ลืมตาตื่น เข้าไปนั่งขี้ในห้องน้ำ ออกมากิน คาแควว์ว์ว์ กินมื้อเช้า มื้อเที่ยง มื้อเย็น หรือกระทั่งเริ่มต้นเข้านอนโน่นเลย ล้วนแล้วแต่ต้องมีเรื่อง Covid-19 เข้าหู เข้าตา เข้าปาก เข้าจมูก ไปด้วยกันทั้งสิ้น พาดหัวหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง ไม่ว่าจะกี่เรื่อง กี่ข่าว ไม่ว่าจะโปรยข่าว เนื้อข่าว ต่างต้องเกี่ยวพัน เกี่ยวโยง กับเรื่อง Covid-19 ไปด้วยกันทั้งนั้น ไม่ต่างไปจากทีวี วิทยุ ที่ต้องโควิด โคขวิด กันไปในแทบทุกชั่วโมง ทุกนาที หรือทุกวินาที เอาเลยก็ว่าได้ ยิ่งถ้าเป็นอินเทอร์เน็ต เป็นเฟซบุ๊ก เป็นทวิตเตอร์ เป็นไลน์ เป็นอินสตาแกรม ฯลฯ ด้วยแล้ว ยิ่งขวิดไป-ขวิดมาชนิดอุตลุด ชุลมุน วุ่นวาย สับสน ระส่ำระสาย โกลาหล กันไปในระดับทั่วทั้งโลก...

                  ------------------------------------------------

                ดังนั้น...สำหรับ “เรื่องอื่นๆ” จึงออกจะเป็นอะไรที่น่าจะสบายๆ น่าจะชิวๆ อย่างที่ได้ว่าๆ เอาไว้แล้ว เพราะโอกาสที่จะถูกหยิบมาไล่งับ ไล่บดขยี้ ไล่ล่าและเล่นงาน บิ๊กตู่ อย่างเป็นระบบและกิจการเหมือนแต่ก่อน คงเป็นอะไรที่ ลำบาก ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่าขนาดพวกเด็กๆ ที่ไม่ค่อยประสีประสา โดยเฉพาะในเรื่อง กาลเทศะ อย่างพวก อนาคตหมด หรือ อนาคตไหม้ ที่พยายามแปรสภาพตัวเองให้ ก้าวไกล กันถึงขนาดไหนก็แล้วแต่ แค่ดันเผลอไปหยิบเอาเรื่อง Covid-19 มาเล่นงาน บิ๊กตู่ แวบเดียวเท่านั้น...ก็ต้องเจอกับสากกะเบือบิน เจอรองเท้าแตะ เจอขวดน้ำ ฯลฯ ประเคนเข้าใส่ ชนิด ก้าวไม่ออก หรือแทบ ไปไม่เป็น เอาเลยถึงขั้นนั้น เนื่องจากการ โหนกระแส โดยไม่ได้ดู หรือไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า กาละและเทศะ นั่นเอง...

                       ------------------------------------------------

                อันนี้นี่แหละ...ที่อาจต้องถือเป็น โชคดี อยู่บ้าง โดยมิอาจจะปฏิเสธ และอาจมีส่วนช่วยให้ท่านนายกฯ บิ๊กตู่ เริ่มดูมีน้ำ มีนวล ดูผ่องใส สดใส ไม่ถึงกับซูบผอม ซูบโทรม เหมือนแต่ก่อน ยิ่งได้หน้ากากลายกนก หรือลายอะไรก็มิอาจทราบได้ ที่เข้ากับสีเสื้อ เข้ากับชุดพระราชทานได้เป็นอย่างดี แม้จะงึมๆ งำๆ พึมๆ พำๆ พูดหวัด พูดเยอะ เหมือนอย่างเท่าที่เคยเป็นมาโดยตลอด ก็ไม่ถึงกับเสียเชิง เสียรังวัด อะไรกันมากมาย เพราะถือว่า...คงได้เท่านี้ หรือคงหาอะไรที่ดีกว่านี้ไม่น่าจะได้ ในห้วงสถานการณ์ที่ต้องเป็นไปเช่นนี้ หรือเป็นไปเช่นนั้น หรือต้องเป็นพรรค์นั้นแล...

                        --------------------------------------------

                แต่ก็นั่นแหละ...การที่ คงได้เท่านี้ หรือไม่อาจหาอะไรที่ ดีไปกว่านี้ แม้เป็นสิ่งที่ พออยู่ๆ กันไปได้ ในช่วงระยะสั้น หรือในช่วง ระยะผ่าน ก็ตามที แต่สำหรับ ระยะยาว แล้ว อาจเป็นอะไรที่น่าห่วง น่าหนักใจ อยู่พอสมควรเหมือนกัน ยิ่งถ้านำเอาสภาวะแวดล้อม ฉากสถานการณ์ความเป็นไปของโลก ไม่ว่าในแง่การเมือง-เศรษฐกิจ-หรือสังคมก็ตาม มาเป็นองค์ประกอบพื้นฐานในการวินิจฉัย ใคร่ครวญ พิจารณา กันโดยละเอียด เผลอๆ...อาจถึงขั้น อันตราย เอาง่ายๆ!!! โดยเฉพาะถ้าหากปล่อยให้เกิดการสะสมของความหงุดหงิด งุ่นง่าน ความขี้เบื่อ ขี้รำคาญ ของผู้คนในโลกยุคใหม่ โลกยุคดิจิตอล หรือยุค 4.0 ด้วยแล้ว ด้วยเหตุนี้ในระหว่างที่ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่า อะไรคือ โชคดี หรือ โชคร้าย บรรดาผู้ซึ่งมี สติ และ ปัญญา ทั้งหลาย ก็พึงต้องนั่งคิดแล้ว คิดอีก หรือต้องใคร่ครวญ หวนคิด โดยมีพื้นฐานแห่ง ผลประโยชน์ส่วนรวม หรือของชาติบ้านเมืองเป็นที่ตั้งนั่นแล...

                                ---------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Latin proverb”... When you fortune beware of adversity. - เมื่อท่านมีโชคดี ขอให้ระวังโชคร้ายเอาไว้ด้วย...”.

                      ------------------------------------------- 


คนกรุงโปรดทราบ........ กทม.ยกเลิกคำสั่ง "ครึ่งปิด-ครึ่งเปิด" กรุงเทพฯ ๒๒ วัน จาก ๒๑ มี.ค.-๑๒ เม.ย.แล้วนะ แต่ อ๊ะ..อ๊ะ ฟังก่อน อย่าเพิ่งซ่า!

'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก
โควิด-๑๙ 'ภาคนรก-สวรรค์'
'ปิดประเทศ' แล้วยังไม่รู้ตัว?