หมอบรูซ: บอกไม่ได้ว่า ไวรัสตัวนี้จะหมดไปเมื่อไหร่


เพิ่มเพื่อน    

      เมื่อวานผมนำเอาบางตอนของการสัมภาษณ์คุณหมอ Bruce Aylward หัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ไปประจำอยู่ที่เมืองจีน 2 สัปดาห์ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อสังเกตการจัดการกับ Covid-19 ของจีนมาบอกกล่าวไปแล้ว

                วันนี้ผมนำเอาคำถาม-คำตอบของคุณหมอชาวแคนาดาคนนี้กับสื่อหลายสำนักมาให้อ่านต่อ

                ถาม : การที่จีนสามารถจัดการการแพร่ระบาดของไวรัสตัวนี้ได้สำเร็จ นอกจากความเร็วที่คุณหมอเอ่ยถึงแล้ว ยังมีปัจจัยอะไรอื่นอีก

                ตอบ : ปัจจัยสำคัญต่อมาคือ คุณไม่สามารถเร็วได้ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน ประชาชนต้องเข้าใจเจ้าไวรัสตัวนี้ ต้องรู้ว่ามันร้ายแรงเพียงใด และรู้ว่าจะกรองเพื่อตรวจตัวเองอย่างไร...และจะให้ครอบครัว คนใกล้ชิด และเพื่อนที่สงสัยว่าจะติดเชื้อไปทดสอบยืนยันอย่างไร

                ที่สำคัญคือ รัฐบาลจีนพยายามจะแก้อุปสรรคที่กั้นขวางให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการตรวจ  ทางหนึ่งคือ ทางการบอกกับประชาชนว่าถ้าคุณไม่มีประกัน รัฐจะเข้ามาจ่ายค่าตรวจให้คุณ

                ตรงนี้สำคัญ เพราะประชาชนต้องเชื่อว่าหากไปตรวจและพบว่าติดเชื้อ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเสียเงินทองมากมายจนต้องล้มละลายหากต้องรักษาให้หาย

                นี่เป็นอีกบทเรียนสำคัญสำหรับทางตะวันตก

                รัฐบาลจีนทำอะไรถูกต้องหลายอย่าง แต่ที่ผมประทับใจมากเป็นพิเศษคือ ประชาชนคนจีนที่มีความสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน และทุกคนมีความสำนึกในการมีส่วนร่วมกันแก้ปัญหาด้วยกัน  แน่นอนมีบางส่วนที่ไม่ตระหนักเรื่องนี้ แต่คนจีนส่วนใหญ่มีความตระหนักเรื่องนี้สูงมาก

                มันเป็นคุณสมบัติพิเศษมากๆ ของประเทศจีน นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมประทับใจอย่างยิ่ง

                ถาม : ท่านมีคำแนะนำสำหรับอิตาลีและอิหร่านอย่างไร

                ตอบ : ให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างลึกซึ้งและกว้างขวางเกี่ยวกับอาการของโรคและสัญญาณทั้งหลาย อีกทั้งทำให้ทุกคนสามารถมาตรวจได้แบบสะดวกและง่าย และเมื่อคุณสามารถควบคุมสถานการณ์ในประเทศได้แล้ว ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาไม่ให้มีการแพร่กระจายทั่วโลกด้วย นี่คือประเด็นสำคัญ อย่างอื่นเป็นเรื่องวิชาการและเทคนิค ที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องให้ประชาชนอยู่กับคุณ...เหมือนที่คุณทำในประเทศจีน

                ถาม : ท่านคิดว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้มาจากไหน

                ตอบ : มันมาจากธรรมชาติ ไวรัสอยู่ในตัวสัตว์และกระโดดมาสู่คน เรื่องอย่างนี้เกิดกับไวรัสหลายสายพันธุ์ เราเห็นอย่างนี้ในหลายๆ แห่งทั่วโลก นี่คือความจริงที่เราต้องยอมรับและเข้าใจ

                ความผิดอยู่ที่ความสัมพันธ์ของเรากับธรรมชาติ ประชากรโลกเพิ่มขึ้น และเราก็กำลังทำลายสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ภาวะโลกร้อนก็กำลังขยายวง ทั้งหมดนี้คือสาเหตุที่เราเรียกว่า "โรค Zoonotic" และมันจะไม่หยุดง่ายๆ

                ที่สำคัญคือ เราต้องทำงานร่วมกันเพื่อหาทางแก้ปัญหานี้ การที่จีนประกาศว่าพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระดับโลกที่จะแก้ปัญหานี้มีความสำคัญมาก เพราะโรคร้ายอย่างนี้จะเกิดขึ้นอีก...และอาจจะปรากฏตัวในส่วนอื่นของโลกก็ได้

                ถาม : ท่านคาดว่าโรคระบาดนี้จะจบเมื่อไหร่?

                ตอบ : เราบอกไม่ได้ว่าจะจบเมื่อไหร่

                สิ่งสำคัญที่ผมเรียนรู้จากจีนครั้งนี้คือวิธีที่เน้นปฏิบัตินิยม    

                คนที่นี่ตัดสินใจว่าจะพยายามลดจำนวนผู้ติดเชื้อให้ใกล้ศูนย์มากที่สุด จากนั้นก็จะเปิดโรงเรียนและให้คนกลับไปทำงานเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นกลับมา จะเป็นเรื่องที่ดีมากหากเจ้าไวรัสหายไปเหมือนที่  SARS หายไป แต่พวกเขาไม่ได้วางแผนแบบนั้น

                ผู้ว่าประจำมณฑลฯ และนายกเทศมนตรีทุกท่านที่ผมได้พบบอกผมว่า "เรากำลังสั่งซื้อเครื่องกรองอากาศ และสร้างโรงพยาบาลใหม่ให้มีเตียงคนไข้เพิ่ม แม้ว่าตัวเลขของผู้ป่วยจะลดน้อยลง เพราะเรื่องนี้จะยังเกิดต่อไป...เราต้องอยู่กับมัน ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่และทำงานพร้อมกับมัน เราต้องเจอให้เร็ว แยกกักโดยด่วน และบริหารมันให้ได้...และขณะเดียวกันก็พยายามวิจัยหาวัคซีนให้ได้

                ผมคิดว่านี่เป็นวิธีคิดและปฏิบัติที่ถูกต้อง แน่นอนผมก็อยากจะให้ไวรัสตัวนี้หายไปเหมือนไวรัสตัวอื่นๆ แต่นั่นอาจเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ก็ได้....ถ้าคิดอย่างนั้นก็ไม่ใช่การวางแผนที่ดี.

 


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"