ึตาด เม.ย.คลอดเกณฑ์ย้ายผู้บริหารสถานศึกษาคลี่คลายกรณีว 24/2560


เพิ่มเพื่อน    

 

30มี.ค.61-ก.ค.ศ.เร่งกำหนดหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ที่ไม่กระทบต่อคำสั่งทุเลาการบังคับของหลักเกณฑ์ ว.24/2560 "ธีระเกียรติ" เชื่อ  เม.ย.นี้ รู้เรื่อง 

 

            นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ภายหลังศาลปกครองอุบลราชธานีมีคาสั่งทุเลาการบังคับ ตามข้อ  10 และข้อ 11 ของหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ว 24/2560 ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ.ได้ขออุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด แต่เนื่องจากระยะเวลาได้ล่วงเลยมาพอสมควร ดังนั้น ก.ค.ศ.จึงเห็นว่าเพื่อให้การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาที่ชะลอไว้สามารถดำเนินการต่อไปได้ จำเป็นต้องใช้วิธีการทางการบริหาร โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ที่ไม่กระทบต่อคำสั่งทุเลาการบังคับตามข้อ 10 และ 11 ของหลักเกณฑ์ ว.24/2560 ซึ่งได้มีการหารือกับทีมกฎหมายแล้วเห็นว่าสามารถทำได้ ดังนั้นปัญหานี้น่าจะได้รับการแก้ไขไม่เกินเดือนหน้า โดยให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ไปร่างเกณฑ์และจัดทำรายละเอียดเสนอมา ทั้งนี้เพื่อคลี่คลายปัญหาเพราะคนที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองก็มีจำนวนมาก

 

            ด้านนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาฯ ก.ค.ศ. กล่าวว่า สำนักงาน ก.ค.ศ.จะกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่เป็นการเฉพาะที่จะย้ายผู้บริหารสถานศึกษาในครั้งนี้ โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องไม่ส่วนเกี่ยวข้องและส่งผลกระทบต่อคำสั่งทุเลาการบังคับของศาลปกครอง ทั้งนี้เพื่อให้มีการพิจารณาย้ายก่อนที่จะมีการเปิดสอบต่อไป ที่ประชุมยังเห็นชอบให้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ประจำปี 2561 โดยใช้หลักการเดิมคือสอบทั้ง ภาค ก ภาค ข และภาค ค แต่ปรับหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ไม่ให้นำมาตรา 47 มาใช้ และให้มีการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ 2 ปี โดยมอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ไปประชุมผู้เกี่ยวข้องและยกร่างหลักเกณฑ์และวิธีการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

 

            "นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบกรอบแนวคิดในการกำหนดระเบียบ ก.ค.ศ.ตามมาตร 52 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ที่เปิดให้ ก.ค.ศ.กำหนดให้ตำแหน่งข้าราชการครูฯบางตำแหน่งเป็นสัญญาจ้าง เพื่อรองรับโรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ อาทิ โรงเรียนพับบลิค สคูล โดยกรอบที่ขอคือจะจ้างผู้อำนวยการและข้าราชการครู โดยสำนักงาน ก.ค.ศ.จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมทั้งกระทรวงการคลังมาหารือ เนื่องจากระเบียบที่ ก.ค.ศ.กำหนดต้องผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง ซึ่งทั้ง 3 เรื่องจเร่งให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อนำเสนอต่อประชุม ก.ค.ศ.ครั้งหน้าในเดือน เม.ย.นี้"เลขาฯ ก.ค.ศ.กล่าว


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"