"จากโรคห่า-โควิด-19" ศมส.เตรียมศึกษาในฐานะ"ปรากฎการณ์มนุษยชาติ"


เพิ่มเพื่อน    

 

ศูนย์มนุษยวิทยาสิรินทร (องค์การมหาชน)หรือ ศมส.ได้เตรียมทำการศึกษาปรากฎการณ์ เกิดการะบาดของโรคโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19  ในแง่ผลต่อมนุษยชาติและผู้คนในสังคม   โดยนายเอนก สีหามาตย์  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อดีตผอ.ศมส. กล่าวว่า สถานการณ์ที่มีการระบาดโรค โควิด -19  มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต จำนวนมากทั่วโลก และแพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อทั่วประเทศกว่าพันคน  ถือเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม วัฒนธรรมที่ต้องเรียนรู้ หากย้อนประวัติศาสตร์โรคระบาดสำคัญของไทย อหิวาตกโรค โบราณเรียก “โรคห่า” ผู้ป่วยจะท้องร่วง ร่างกายเสียน้ำจนตาย เคยระบาดในสมัยอยุธยา คนตายจำนวนมาก จากนั้นระบาดสมัยรัตนโกสินทร์รุนแรงหนัก   นำศพไปวัดสระเกศ เพราะวัดอยู่นอกเมืองใกล้กำแพงพระนคร มีช่องทางขนศพ เรียกว่า ประตูผี ศพเผาไม่ทันมีแร้งลงมาจิกกิน เป็นที่มา แร้งวัดสระเกศ  จึงมีพิธีเชิญพระแก้วมรกต พระบรมธาตุ โรคระบาดก็เบาบางลง


นอกจากโรคห่า ยังมีโรคไข้ทรพิษเป็นโรคร้ายแรงในประวัติศาสตร์  ก่อนที่จะคิดค้นวัคซีนป้องกันโรคได้ พระบรมราชาที่ 4 กษัตริย์กรุงศรีอยุธยาก็ทรงประชวรด้วยไข้ทรพิษจนสวรรคต  สมัยรัชกาลที่ 3 มีไข้ทรพิษระบาดมาก ทรงให้หาแนวทางป้องกัน ต่อมาก็มีการเริ่มปลูกฝีครั้งแรกในไทย อีกโรค คือ กาฬโรค  คาดว่าหนูมีเชื้อกาฬโรคติดมากับเรือสินค้าอินเดีย พบระบาดในกรุงเทพฯ และภาคกลาง ก็มีการรับมือ ป้องกันกำจัดหนูพาหะนำโรค


“ ในอดีตเมื่อมีการระบาดของโรค ทางศาสนาจะสวดมนต์ปัดเป่าภัยพิบัติและโรคร้ายไปจากบ้านเมือง  สร้างขวัญกำลังใจ นี่เป็นคติความเชื่อทางมานุษยวิทยา  ขณะที่โรคโควิด-19 ปัจจุบันยังไม่มีตัวยารักษาโรคได้ผลสำเร็จ  อีกมุมหนึ่งรัฐบาล จึงเชิญประชาชนสวดมนต์ไล่โรคนี้  โดยสมเด็จพระสังฆราช พร้อมพระสงฆ์ในกรุงเทพฯ ร่วมสวดบทรัตนสูตร  ซึ่งบทสวดมนต์นี้ใช้สวดขจัดโรคภัยสืบทอดมาจากสมัยพุทธกาล ต่อเนื่องจนสมัยรัตนโกสินทร์ โดยมีความเชื่อว่า หากนำมาสวดจะเป็นสิริมงคลและสร้างความสบายใจให้กับคนในสังคม “ นายเอนก กล่าว


ทีปรึกษา รมว.วธ. กล่าวว่า โรคโควิดเมื่อเกิดขึ้นแล้วระบาดได้รวดเร็ว  ประชาชนป่วยและเสียชีวิตในระยะเวลาสั้น อาจเกิดจากพฤติกรรมของคนในสังคม วิถีชีวิตของคนที่เปลี่ยนไป การเดินทางของโรคไปได้รวดเร็วกว่าอดีตมาก  ความไม่สมดุลของทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลให้เชื้อไวรัสใหม่เกิดขึ้นในโลก  ขณะเดียวกันเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ก็เกิดมิติทางวัฒนธรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะแนวคิด social distancing หรือ การรักษาระยะห่างทางสังคม   เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค  


“ ในเชิงมานุษยวิทยานี่คือ ปรากฏการณ์ใหม่ โรคเปลี่ยนไป คนมีการปรับตัวและเอาตัวรอดในการเผชิญหน้ากับความเสี่ยง แนวทาง social distancing ถ้าทำตามเป็นการระมัดระวังตัวโอกาสติดโรคน้อยลง  แต่ถ้ามองภาพรวมแนวปฏิบัติต้านโควิดนี้  จะช่วยทำให้สังคมมีระเบียบวินัยมากขึ้น  ทางกายภาพลดการเกิดอุบัติเหตุหรืออาชญากรรมได้ ตลอดจนลดการเผชิญหน้าทะเลาะเบาะแว้ง  เวลานี้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ หลายองค์กรเข้มงวดกับการปฏิบัติเช่นนี้ แต่หลังสถานการณ์โรคโควิดคลี่คลาย ต้องดูว่า  social distancing จะยังมีพลังและมีความเหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ เพราะส่วนหนึ่งก็มีอารมณ์และความรู้สึกทุกข์ เมื่อจะต้องอยู่ห่างๆ กับคนใกล้ชิดหรือคนที่สนิทสนมในสังคม  “ นายเอนก กล่าว


ในแง่การทำวิจัย อดีตผู้อำนวยการ ศมส. กล่าวว่า  โรคระบาดโควิด-19 ถือเป็นประเด็นร้อนในสังคมโลก เป็นปรากฏการณ์ร่วมสมัย  นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ  มีผลกระทบในวงกว้างที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ปัจจุบันการวิจัยมานุษยวิทยาในสถานการณ์โรคระบาดของไทยยังมีน้อย ก่อนมีไวรัสโคโรน่าอู่ฮั่น  ก็มีการระบาดของโรคซาร์สที่ลุกลามไปทั่วโลก รวมถึงไทยมีผู้ติดเชื้อ ยังไม่พูดถึงการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  ซึ่งการสนับสนุนทุนวิจัยด้านมานุษยวิทยาเป็นเรื่องจำเป็นไม่แพ้การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์  เพราะความรู้ทางมานุษยวิทยาทำให้เกิดการเรียนรู้ และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา และสามารถรับมือกับโรคระบาดในอนาคตได้ด้วย เนื้อหางานวิจัยที่น่าสนใจ เช่น   ชีวิตทางสังคมในสถานการณ์โรคระบาดโควิด การจัดการแก้ไขปัญหาโรคระบาด การศึกษาเปรียบเทียบการรับมือของประเทศต่างๆ ในประวัติศาสตร์ และมิติทางวัฒนธรรมของโรคอุบัติใหม่  หากผลงานวิจัยมีความสมบูรณ์ทั้งการเก็บข้อมูลภาคสนาม การสัมภาษณ์ และการศึกษาเปรียบเทียบ จะต่อยอดใช้ประโยขน์เชิงนโยบายต่อไป


ล่าสุด ศมส.ได้ประกาศให้ทุนการวิจัย หัวข้อ "โรคเปลี่ยนคน คนเปลี่ยนโลก โควิด-19 มนุษยวิทยาในสถานการณ์การระบาด" ที่จะให้ทุนการวิจัย 20 ทุนๆละ 20,000 บาท ใน5หัวข้อได้แก่ 


               1 ประสบการณ์ อารมณ์และความรู้สึกในสถานการณ์โรคระบาด ทุกข์ทางสังคม ประสบการณ์การเจ็บป่วย ความหมายและมุมมองต่อโรคโควิด 19 ชีวิตทางสังคมและอารมณ์ของมนุษย์ในสถานการณ์โรคระบาด: ความกลัว ความรัก ความเหงา และความหวัง ฯลฯ การดูแล ภารกิจทางมนุษยธรรม และประสบการณ์ทางจริยธรรม ในสถานการณ์โรคระบาด 

 

2 . บทเรียนของวิธีจัดการและแก้ไขปัญหาโรคระบาด การศึกษาเปรียบเทียบการรับมือของประเทศต่างๆ ในบริบททางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เศรษฐกิจและการเมือง กาลเทศะ ความเสี่ยง และมิติทางวัฒนธรรมของโรคอุบัติใหม่ มองแบบรัฐ: รัฐเวชกรรม ภาวะผู้นำและปฏิบัติการของอำนาจในสถานการณ์เปราะบาง ชุมชน การตอบโต้ ต่อรอง และการกลายเป็นปัญหาท้องถิ่นของโรคในกระแสโลกาภิวัตน์ ประสบการณ์และปฏิบัติการเชิงพื้นที่: การเดินทาง เส้นแบ่งและเขตแดนกับการควบคุมกักกันโรค

 

3 การแบ่งแยกกีดกัน ความเสี่ยงและการปรับตัวทางสังคม ความเหลื่อมล้ำและความสัมพันธ์เชิงอำนาจ: กลุ่มเปราะบาง ชนชั้น เชื้อชาติและเพศสภาวะในสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ สังคมเสี่ยงภัย: กลุ่มเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงและสถานการณ์เสี่ยงกับการปรับตัวและการเอาตัวรอดในการเผชิญหน้ากับความเสี่ยง การเกิดใหม่ของความเป็นสังคม ความเป็นพลเมือง และการเคลื่อนไหวทางสังคมใหม่ กับการรับมือโรคระบาด


4 เทคโนโลยี พิธีกรรมและความคิดสร้างสรรค์ในสถานการณ์โรคระบาด ศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยี: การรับมือกับสถานการณ์วิกฤต อินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีดิจิทัล สื่อสังคมกับโรคระบาด ศาสนา พิธีกรรม การผลิตซ้ำและการสร้างใหม่ทางวัฒนธรรมความเชื่อเกี่ยวกับโรคระบาด กติกา มารยาทและสุนทรียศาสตร์ของการอยู่ร่วมกันและการอยู่กับโรค 

 

 5 ภววิทยา ปริมณฑลของความรู้และความจริง การเมืองเรื่องความรู้ ความจริง และการต่อสู้ช่วงชิงทางญาณวิทยา Visual culture and Epidemic ข้อมูลโรคระบาดกับการสร้างภาพตัวแทนและการสื่อสารผ่านภาพ การรายงานข่าว ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปล่อย และปฏิกิริยาทางสังคมของสาธารณะ วัตถุ สิ่งของ หลากสายพันธุ์กับการเป็นผู้กระทำการของสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ในสถานการณ์โรคระบาด


รูปแบบของผลงานต้องมีขนาดสั้น มีการวิจัยจากเอกสาร และภาคสนาม รวมทั้งประสบการณ์ส่วนตัวการสัมภาษณ์ การสำรวจสื่อออนไลน์ มีความยาวไม่ต่ำกว่า 15 หน้า A 4 ไม่รวมบรรณานุกรม Font TH SarabunPSK 16 สำหรับนักวิชาการ นักวิจัย หรือนักศึกษาทางด้านมานุษยวิทยาที่สนใจสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม-20 เมษายน 2563 (ภายในเวลา 16.00 น.) โดยดาวน์โหลดแบบฟอร์มที่ www.sac.or.th และส่งทาง e-mail          ที่ narupon.d@sac.or.th ทั้งนี้ จะประกาศผลผู้ได้รับการสนับสนุนในวันที่ 30 เมษายน 2563 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02 880 9429 ต่อ 3814 หรือ 3835 ในเวลาราชการ.

 


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"