ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ในกทม.ทะลุ1พันคน'บิ๊กตู่'สั่งสธ.เร่งวิเคราะห์ด่วน!


เพิ่มเพื่อน    

5 เม.ย.63-นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ติดตามสถานการณ์กรณี 158 คนไทยเดินทางมาจากต่างประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อคืนวันที่ 3 เม.ย. โดยได้สั่งการให้ผู้รับผิดชอบบูรณาการการทำงานอย่างเต็มที่ จนสามารถดำเนินการได้อย่างดี และนายกฯฝากขอบคุณครอบครัวของ 158 คน  ที่ร่วมมือกับภาครัฐจนสามารถนำเข้าสู่กระบวนการกักตัวได้อย่างรวดเร็ว และมีความมั่นใจในระบบการจัดการได้มากขึ้น โดยคนเหล่านี้ยังไม่ถือเป็นผู้ป่วย โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะดูแลเป็นอย่างดี และได้เข้าไปคัดกรองโรคแล้วพบว่า มีอาการป่วย 3 ราย โดย 1 รายรายงานตัวแล้ว อีก 2 ราย อยู่ระหว่างการสอบสวนโรคอยู่

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า หลังจากนายกฯให้มีการบูรณาการการทำงานกันแล้ว เหมือนทดสอบระบบ หลังจากนั้นมี 2 เที่ยวบินที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่าจะบินเข้าประไทย โดยมาจากมาเลเซีย 51 คน และการ์ตา 47 คน สามารถดำเนินการนำไปสู่สถานที่กักตัวของรัฐไม่เกิน 3 ชั่วโมง ซึ่งทุกคนพึงพอใจ และนายกฯได้ชื่นชมที่ร่วมกันทำงานด้านนี้ นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้รับรายชื่อผู้ที่กำลังจะเดินทางกลับประเทศไทยประมาณ 200 กว่าคนต่อวัน ซึ่งต้องขออภัยคนไทยที่ติดค้างในสนามบินต่างๆ ด้วย เนื่องจากเราต้องมีการเตรียมการและสถานที่รองรับ กำลังระดมสรรพกำลังเพื่อดูแลคนที่กำลังจะกลับมาให้เป็นอย่างดี และระหว่างนี้สถานทูตไทยประจำประเทศต่างๆ ได้เข้าไปดูแลแล้ว  

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อทั่วโลกมี 1,200,319 ราย มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 64,667 ราย ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 102 รายใน 66 จังหวัด ยอดผู้ป่วยสะสม 2,169 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 62 ราย หายป่วยสะสม 674 ราย ซึ่งตัวเลขจริงน่าจะเยอะกว่านี้ เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย เสียชีวิตสะสม 23 ราย เราต้องพยายามลดผู้ติดเชื้อลงให้เป็นเลขสองหลักให้ได้ เพราะพื้นที่ที่จะรักษาในโรงพยาบาลจะไม่เพียงพอ 

ทั้งนี้ ผู้ป่วยรายที่ 21 เป็นชายไทยอายุ 46 ปี อาชีพรับจ้าง มีประวัติเดินทางกลับมาจากอังกฤษ ถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 มี.ค. เข้ารักษาตัววันที่ 25 มี.ค.ด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก และเสียชีวิตวันที่ 3 เม.ย. รายที่ 22 เป็นชายอายุ 82 ปี สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ มีโรคประจำตัว โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง มีประวัติไปร่วมงานเลี้ยงในหมู่บ้านที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเดินทางมาที่บาร์ย่านสุขุมวิท วันที่ 29 มี.ค.มีไข้  และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ในวันที่ 31 มี.ค.มีไข้ ความดันสูง หายใจเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่าปวดบวม ระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพัน และเสียชีวิตในวันที่ 2 เม.ย. ส่วนรายที่ 23 เป็นชายไทย อายุ 30 ปี อาชีพก่อสร้าง ดื่มสุราเป็นประจำ วันที่ 19 มี.ค.เดินทางจาก จ.พัทลุง ไป จ.สุรินทร์ และทำงานปกติ วันที่ 29 มี.ค. มีอาการไอ แต่ไม่มีไข้ เสมหะเขียว อาเจียนเป็นเลือด น้ำหนักลด เหนื่อยหอบ วันที่ 2 เม.ย. ไอมากขึ้น จนเข้าโรงพยาบาลรักษาตัว มีออกซิเจนในเลือดต่ำ และมีโรคปอดอักเสบรุนแรง

 นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อใน กทม.ทะลุหนึ่งพันคน และมี 11 จังหวัดที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม นายกฯได้ให้กองระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ประชาชนรับทราบเพื่อนำมาเรียนรู้ในช่วงระหว่างวันที่ 4 ม.ค.-4 เม.ย. ในส่วนผู้เสียชีวิต 20 ราย หรือคิดเป็น 0.97% ของผู้ติดเชื้อ อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 58.5 ปี เป็นชาย 18 ราย หญิง 2 ราย โรคประจำตัวที่พบร่วม เบาหวาน 50% ความดันโลหิตสูง 35% โรคไตเรื้อรังและไขมันในเลือดสูง 15% ดังนั้น ขอย้ำว่า อย่าเข้าใกล้ผู้สูงอายุ เพราะถือเป็นกลุ่มเสี่ยง
              
"สำหรับคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ถ้าคุมได้ไม่ดี เพียง 1-2 คน เราไม่อยากใช้คำว่าจะเป็น Super Spreader แต่เรามีบทเรียนมาแล้ว ทุกประเทศที่มาถือว่าเสี่ยงทั้งนั้น แม้จะบอกว่าตัวเองแข็งแรง วัดไข้แล้ว ได้ใบรับรองแพทย์แล้ว แต่ทางการแพทย์จะต้องกักตัวก่อนเดินทาง 14 วัน และหลังเดินทาง 14 วัน เพื่อความมั่นใจ เพราะที่ผ่านมาเป็นส่วนหนึ่งทำให้เกิดการกระจายตัวไปทั่วประเทศ นายกฯจึงมีมาตรการออกมา"

เมื่อถามว่า ปัจจุบันยังมีสายการบินเข้าประเทศ จะมีการป้องกันการแพร่กระจายของโรคอย่างไร นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า แน่นอน นายกฯสั่งการให้กักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดไว้ให้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องยอมรับกติกา ถ้าไม่กักตัวก็ไม่ได้เข้าประเทศ
 


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"