สงครามราคาน้ำมัน ท่ามกลางสงครามไวรัส!


เพิ่มเพื่อน    


    คนไทยใช้น้ำมันราคาถูกมาหลายสัปดาห์แล้ว...มันเกิดจาก “สงครามราคาน้ำมัน” ระหว่างซาอุฯ กับรัสเซีย...และ Covid-19...และโดนัลด์ ทรัมป์ด้วย!
    ราคาน้ำมันดิบโลกที่ร่วงลงมาอย่างหนักหน่วง และกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ เขียนขึ้นทวิตเตอร์ว่าซาอุฯ กับรัสเซียกำลังจะ “สงบศึก”
    แต่ยังครับ
    ข่าวล่าสุดบอกว่าการนัดประชุมออนไลน์ระหว่างปูตินของรัสเซียกับ MBS มกุฏราชกุมารของซาอุฯ และพันธมิตรกลุ่มโอเปกที่กำหนดไว้วันจันทร์นี้ต้องเลื่อนออกไปอีกรอบ
    เพราะดูเหมือนคู่กรณียังไม่พร้อมจะตกลงกัน
    ทรัมป์อ้างว่าเขาได้โทร.คุยกับ MBS และปูตินก่อนหน้านั้น
    ทรัมป์ปล่อยข่าวว่าสองยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตน้ำมันโลกตกลงในหลักการจะตัดการผลิตลง 10-15 ล้านบาเรล
    พอทรัมป์ “ปั่นข่าว” นี้ออกมา ราคาน้ำมันดิบ Brent ก็พุ่งขึ้นทันที 40% ก่อนจะถอยลงมา...และวันต่อมาก็ไปอยู่ที่บาเรลละ 34 เหรียญจากที่ร่วงลงไปถึง 24 เหรียญสัปดาห์ก่อนหน้านี้
    วันพฤหัสฯ ก่อน ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 25% (ต่ำสุดในหลายสิบปี) และปิดสัปดาห์ที่กระโดดขึ้น 35%
    ห้าสัปดาห์เต็มๆ ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันดิบโลกไต่ลงเหวมาตลอด
    สงครามราคาน้ำมันระหว่างซาอุฯ กับรัสเซียเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดโลกถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤติโคโรนาไวรัสที่ทำให้การผลิตของโลกหดหาย ความต้องการน้ำมันลดลงฮวบฮาบ
    ลำพังสงครามราคาที่ผลักดันให้ประเทศผลิตน้ำมันเพิ่มการผลิตและตัดราคาอย่างบ้าระห่ำก็ทำให้ราคาโหม่งโลกแล้ว
    ยิ่งเมื่อทั้งโลกเผชิญกับภัย Covid-19 โรงงานทั่วโลกปิดประตูหนีไวรัส ก็ยิ่งทำให้การใช้น้ำมันทั่วโลกลดน้อยลงฉับพลัน
    พอมีข่าวของรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ก่อนว่าโอเปกกับพวกจะลดการผลิตน้ำมันลง 10% และรัสเซียจะตัดการผลิตลง 10 ล้านบาเรล (ตามทวิตเตอร์ของทรัมป์) ราคาน้ำมันก็พุ่งขึ้น
    ทั้งซาอุฯ และรัสเซียหันไปหาสหรัฐฯ ให้ช่วยเป็น “ตัวถ่วงดุล” อุปทานหรือ supply น้ำมัน
    สหรัฐฯ ผลิตน้ำมันชั้นหิน (shale oil) ออกมาจำนวนมากเช่นกันเพราะความสามารถในการเก็บน้ำมันลดน้อยถอยลง
    ทรัมป์พบกับผู้บริหารบริษัทน้ำมันสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาว นัยว่าขอความร่วมมือให้ลดการผลิตเพื่อลดส่วนล้นเกินของน้ำมันในตลาดโลก แต่ไม่มีคำยืนยันใดๆ
    ในการประชุมเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กลุ่มโอเปกเสนอลดการผลิตวันละ 1.5 ล้านบาเรลเพื่อประคองราคาไม่ให้ลดลงไปอีก
    แต่รัสเซียในฐานะที่เคยเป็นพันธมิตรกับโอเปกกลับไม่เล่นด้วย
    ซาอุฯ โกรธที่รัสเซียเล่นตัว หันมาตัดราคาน้ำมันของตัวเองเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดโลกด้วยการเพิ่มการผลิตเป็นวันละ 12 ล้านบาเรลต่อวัน
    ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้เพิ่มความเดือดดาลขึ้นเมื่อปูตินแถลงว่าซาอุฯ เป็นผู้ทำให้ราคาน้ำมันโลกพังพินาศ
    รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุฯ เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮัน ซัดกลับว่า คำพูดของปูติน “ขาดแคลนความจริง”
    รัฐมนตรีพลังงานของสองประเทศก็แลกหมัดกันอย่างดุเดือด ต่างกล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่งว่าเอาความเท็จมาขาย
    ที่คนไทยยังใช้น้ำมันถูกอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเศรษฐีน้ำมันโลกเขาทะเลาะกันอยู่...แต่สถานการณ์อาจพลิกผันเมื่อใดก็ได้ อย่าประมาทเป็นอันขาด
    การที่ราคาน้ำมันถูกลงอย่างผิดธรรมชาติอย่างนี้ ไม่ได้มีแต่ข้อดีสำหรับประเทศสั่งน้ำมันเข้าอย่างไทย เพราะผลเสียมีหลายด้านเช่นกัน...รวมถึงราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่ลดลงตามแนวทางของราคาน้ำมันด้วย
    ยังจำได้ไหมว่าเมื่อเศรษฐกิจรัสเซียเสื่อมทรุดเพราะราคาน้ำมันพังพาบคราวที่แล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียหายไปจากเมืองไทยทันที มีผลกระทบต่อรายได้ของเราอย่างเห็นทันตา
    วงการน้ำมันสหรัฐฯ เองก็มีความเห็นต่างกันว่าควรหรือไม่ควรจะเข้าไปร่วมแก้ปัญหาของรัสเซียกับซาอุฯ
    บางส่วนคัดค้านการลดการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ แต่บริษัทยักษ์บางแห่งในเทกซัสซึ่งเป็นรัฐที่ผลิตน้ำมันเป็นหลักกลับเห็นว่าอเมริกาควรจะแก้ปัญหาราคาน้ำมันโลกด้วยการตัดปริมาณการผลิต
    ทรัมป์สั่งบริษัทเอกชนในรัฐต่างๆ ให้ทำหรือไม่ทำอะไรไม่ได้ อีกทั้งหากมีการตกลงกันระหว่างบริษัทใหญ่ๆ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอาจจะมีประเด็นละเมิดกฎหมายต่อต้านการ “ฮั้ว” ในแวดวงธุรกิจด้านใดด้านหนึ่งที่เรียกว่า anti-trust law ได้
    เรื่องของเรื่องจึงยังอยู่ในจุดเปราะบางอย่างยิ่ง.


วันก่อน........ "เพนกวิน" โพสต์ "พวกเราไม่ใช่ 'เด็ก' ของใคร" หมายถึงที่ปลุกระดม "ล้มเจ้า" ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง พวกเขาคิดกันเอง-ทำกันเอง ว่างั้น!

ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน