โควิด-19 ช่วยสงบศึกราคาน้ำมัน!


เพิ่มเพื่อน    

    สงครามราคาน้ำมันระหว่างซาอุดีอาระเบียกับรัสเซียแผ่วลงแล้ว หลังจากพันตูกันมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม...อาจจะต้องขอบคุณโควิด-19 อีกเช่นกัน
    เพราะวิกฤติโรคระบาดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ทำให้เศรษฐกิจโลกชะงักงันกะทันหัน...ผลที่ตามมาคือการใช้น้ำมันทั่วโลกลดฮวบฮาบไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม
    เฉพาะสายการบินที่ต้องหยุดทำการไปเกือบทั้งโลก นั่นก็ทำให้การใช้น้ำมันเพื่อการบินพาณิชย์หดหายไปทันตาเห็น
    ไม่ต้องพูดถึงโรงงานที่หยุดเดินเครื่อง การสัญจรไปมาของผู้คนที่ลดลงอย่างฮวบฮาบ ล้วนมีผลทำให้การใช้น้ำมันหดตัวลงอย่างหนัก
    การที่ยักษ์ใหญ่สองประเทศอย่างรัสเซียและซาอุฯ เปิดศึกแห่งส่วนแบ่งตลาด ด้วยการเพิ่มผลผลิตและตัดราคากันอย่างบ้าระห่ำย่อมมีผลกระทบต่อรายได้ของตนเองอย่างยิ่ง
    แต่เพราะอัตตาและความดื้อรั้น ทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมเจรจายุติศึกสงคราม
    จนโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ เดือดร้อน ต้องเล่นบทผู้ไกล่เกลี่ยอยู่หลายสัปดาห์กว่าที่วลาดิเมียร์ ปูติน และ MBS มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ จะยอมลงจากหลังเสือ
    อเมริกาปล่อยให้สงครามราคาน้ำมันยืดเยื้อไปกว่านี้ไม่ได้ เพราะเมื่อราคาน้ำมันทั่วโลกหดตัว น้ำมันของสหรัฐฯ ที่ผลิตจากชั้นหินหรือ shale oil ซึ่งมีต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกและรัสเซียก็จะแข่งขันไม่ได้
    ข้อตกลงเมื่อวานนี้ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ เพราะกลุ่มโอเปกและพันธมิตรยอมลดการผลิตลงวันละ  9.7 ล้านบาร์เรล โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมปีนี้
    การต่อรองเจรจาเป็นไปอย่างเข้มข้น แม้สองชาติหลักจะตกลงกันได้เมื่อวันพฤหัสฯ แต่เม็กซิโกซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตน้ำมันไม่เล่นด้วยอยู่หลายวัน
    อเมริกา, บราซิล และแคนาดาจะยอมลดการผลิตน้ำมันลง 3.7 ล้านบาร์เรล
    สมาชิกกลุ่ม G-20 จะลดการผลิตอีก 1.3 ล้านบาร์เรล
    บางประเทศที่ยอมลดการผลิตนั้นไม่ได้เกิดจากความสมัครใจเท่าไหร่นัก 
    แต่เป็นเพราะความจำเป็นบีบบังคับ อันเนื่องมาจากการบริโภคของโลกที่ลดลงอย่างมากอยู่แล้ว
    เรียกว่าแม้จะไม่มีการต่อรองเจรจา ผู้ผลิตน้ำมันทั้งหลายก็กำลังกระอักเลือดเพราะประเทศผู้ซื้อลดปริมาณการสั่งลงอย่างมาก ทำให้ราคาในตลาดโลกดิ่งเหวอย่างน่ากลัว
    จากราคาบาร์เรลละ 50-60 เหรียญสหรัฐฯ ร่วงลงมาต่อเนื่องหลายสัปดาห์จนเกือบจะแตะ 20  เหรียญฯ
    รายได้ของหลายประเทศทั่วโลกหล่นหายไปขณะวิกฤติเศรษฐกิจอันเกิดจากโควิด-19 ยังอาละวาดไม่หยุดหย่อน
    ทันทีที่มีข่าวว่าซาอุฯ กับรัสเซียยอมเลิกทำสงครามราคาน้ำมัน ราคาในตลาดล่วงหน้าก็พุ่งขึ้นประมาณ 7% แต่ก็ร่วงกลับลงมาในระดับใกล้ๆ จุดเดิม เพราะตลาดประเมินแล้วการบริโภคทั้งโลกจะไม่กระเตื้องขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
    ผู้นำโลกไม่ว่าจะเป็นทรัมป์หรือปูตินจะเด็ดเดี่ยวและดุดันแค่ไหนก็ต้องแพ้ Covid-19
    เพราะไวรัสตัวนี้เป็นผู้กำหนดว่าปริมาณการใช้น้ำมันจะขึ้นหรือลงมากน้อยเพียงใด
    และปริมาณการใช้จริงๆ จะเป็นตัวกำหนดราคาของตลาดโลก 
    นักวิเคราะห์หลายสำนักบอกว่าแม้ข้อตกลงครั้งนี้จะเป็นเรื่องใหม่ ไม่เคยสามารถหาข้อสรุปได้อย่างนี้มาก่อน แต่เอาเข้าจริงๆ ทุกฝ่ายที่ร่วมในการเจรจาจะยอมลดปริมาณการผลิตของตนได้อย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ นั่นยังเป็นคำถามใหญ่
    เม็กซิโกสามารถต่อรองจนไม่ต้องลดวันละ 400,000 บาร์เรลตามข้อเสนอเดิม ท้ายสุดก็ยอมให้ลดการผลิตเพียง 100,000 บาร์เรล
    ทรัมป์ต้องทั้งขู่ทั้งปลอบผู้นำซาอุฯ ก่อนที่จะตกลงกันได้
    ทรัมป์ขู่ผู้นำซาอุฯ ว่าถ้าตกลงกันไม่ได้ อเมริกาอาจต้องใช้มาตรการภาษีและการลงโทษด้านอื่นๆ  ถ้าประเทศนั้นไม่ลดปริมาณน้ำมันที่เทใส่ตลาดโลก
    ทรัมป์ต้องหาทางให้คู่กรณีในความขัดแย้งครั้งนี้ตกลงกันให้ได้ เพราะหาไม่แล้วอุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐฯ เองจะตกที่นั่งลำบากมาก
    เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญวิกฤติไวรัสหนักหนาสาหัสสากรรจ์อยู่แล้ว ถ้าหากวิกฤติราคาน้ำมันลากยาวออกไปด้วย โลกทั้งใบจะเข้าสู่หายนะแน่นอน
    แต่อย่าเพิ่งวางใจ...เพราะข้อตกลงเป็นเพียงกระดาษ อีกสองสัปดาห์ก่อนที่สัญญา "สงบศึก" นี้จะมีผลบังคับใช้ จะมีใครเบี้ยวหรือแหกกฎอย่างไรยังต้องจับตากันต่อไป.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.