หัวหน้าพรรคก้าวไกล เพ้อต้องมีรัฐสวัสดิการ ประชาชนไม่จำเป็นต้องร้องขอความเมตตาจากรัฐบาลอีกต่อไป


เพิ่มเพื่อน    

13 เม.ย. 63 - นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้

"ก้าวไกล" ลุยคลองเตย พบคนไม่ได้รับ 5 พันอีกมาก ชงปรับเป็นระบบเยียวยาถ้วนหน้า ย้ำ ประชาชนไม่ควรต้องรอความเมตตาจากรัฐบาล

วันนี้ผมและส.ส.พรรคก้าวไกล ได้ไปที่ชุมชนโรงหมู คลองเตย แจกจ่ายสิ่งของจำเป็นและรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ชุมชนแออัด ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงการแพร่ระบาด และเป็นหนึ่งในชุมชนที่มีการตกสำรวจจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ

โดยนอกจากเจลแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัยแล้ว พวกเราได้นำนมเด็กมาแจกจ่ายในชุมชนด้วย เนื่องจากชุมชนนี้มีกลุ่มประชากรที่เป็นเด็กอ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก เรายังได้มีการสอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ และการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทะเบียนรับเงิน 5 พันบาท ซึ่งคนในชุมชนจำนวนมากยังไม่ได้รับ บางคนยังไม่ได้ลงเนื่องจากเข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ตหรือทำไม่เป็น

ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลได้ลงพื้นที่พบปะและมอบสิ่งของจำเป็นทุกวันให้แก่ประชาชนในหลายๆ พื้นที่ และสำรวจสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในวิกฤตนี้ วันนี้ชุมชนโรงหมู คลองเตยเป็นชุมชนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและเปราะบาง เมื่อรัฐคิดระบบหรือนโยบายอะไรมาก็มักจะได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ และในช่วงนี้ประชากร 70% ถ้าไม่ตกงานก็โดนลดเงินรายได้

ก้าวไกลจึงมาดูเรื่องการเข้าถึงนโยบาย “เราไม่ทิ้งกัน” โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนที่มีปัญหาเรื่องการลงทะเบียนหรือเปลี่ยนงานบ่อย สิ่งที่เคยลงในทะเบียนไว้จะไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริงและทำให้ไม่ได้รับการช่วยเหลือ จึงต้องมาดูว่าไม่ได้เงิน 5 พันเป็นเพราะอะไร และจะช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง ซึ่งผมคิดว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาคัดกรองแบบนี้ ต้องเปลี่ยนวิธีคิดให้เป็นการเยียวยาถ้วนหน้า ที่จะให้ประชาชนตั้งหลักได้ในสามเดือนแรก

วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น เป็นช่วงเวลาที่ทำให้คนไทยได้เห็นถึงจุดบอด จุดที่ควรจะได้รับการเปลี่ยนแปลงในสังคมนี้ เช่น การต้องมีรัฐสวัสดิการ ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ได้เคยพูดไว้ตั้งแต่เริ่มต้น สำหรับพรรคก้าวไกล ที่ #สานต่อภารกิจอนาคตใหม่ ช่วงเวลาแบบนี้เป็นช่วงเวลาที่เราควรจะมาร่วมผลักดันแนวคิดรัฐสวัสดิการให้เกิดขึ้นจริงได้ เพื่อให้คนทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เสมอภาคกัน โดยที่ไม่จำเป็นต้องร้องขอความเมตตาจากรัฐบาล ไม่ต้องไปยื่นอุทรณ์เพื่อพิสูจน์ความลำบากยากจน หรือหวังลมๆ แล้งๆ กับมาตรการเฉพาะหน้าจากรัฐบาลเมื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตที่ทำไม่ได้ทันท่วงที ไม่ต้องมีคนเดินถือยาบ้าหนึ่งเม็ดเข้าไปมอบตัวกับตำรวจ เพื่อให้ได้เข้าคุกเพราะอย่างน้อยในนั้นมีข้าวให้กินทุกวัน


ไม่ได้คุยเรื่อง "หมอชาญชัย" ซะนาน วันนี้คุยกันลืมกันหน่อย ยังจำกันได้ใช้มั้ย?

ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.