'จุรินทร์'ถกเอกชนหั่นราคาสินค้าลดค่าครองชีพช่วยประชาชน


เพิ่มเพื่อน    

 

16 เมษายน 2563 นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์   เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 เม.ย. 63 จะหารือกับผู้ประกอบการห้างค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้า เพื่อขอความร่วมมือในการปรับลดราคาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับชีวิติประจำวันของประชาชน เน้นกลุ่มอาหาร  สินค้าจำเป็น และของใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนที่ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19  คาดว่าทั้ง2ฝ่ายจะได้ข้อสรุปในการกำหนดรายการสินค้าและประกาศลดทันทีภายในสัปดาห์นี้

“ที่ผ่านมามีการหารือกับผู้ประกอบการหลายครั้งทั้งที่เกี่ยวข้องการวางแผนในการรับมือไม่ให้สินค้าขาดแคลน และเรื่องของราคาสินค้าซึ่งคาดว่าในวันที่ 16 เม.ย.นี้เมื่อได้ข้อสรุปก็จะประกาศรายการสินค้าทันทีว่าจะลดราคาได้เท่าไหร่”

นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน   กล่าวว่า ในการหารือกับผู้ผลิต ผู้จำหน่ายและห้างโมเดิร์นเทรดตามนโยบายของรมว.พาณิชย์จะเน้นขอความร่วมมือให้มีการปรับลดราคาสินค้าเพื่อช่วยลดค่าครองชีพกับประชาชน ประกอบกับช่วงนี้สถานการณ์เศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะลอตัวและราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตและการขนส่งสินค้าปรับลดต่อเนื่อง ดังนั้นผู้ประกอบการต้องปรับลดราคาสินค้าลง อย่างไรก็ตามหากสินค้ากลุ่มใดไม่สามารถลดราคาได้มากนักก็จะขอความร่วมมือให้มีการจัดทำโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม หรือโปรแรงๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชน เพราะในช่วงที่ผ่านมาหลังจากไทยเผชิญกับวิกฤติการระบาดโควิด-19 พบว่าการจัดทำโปรโมชั่นต่างๆลดลงมากเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม รองอธิบดีกรมการค้าภายใน  กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมการค้าภายในไม่ได้อนุญาตให้นำปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันมาเป็นเหตุผลของการขอขึ้นราคาสินค้าแต่อย่างใด เพราะราคาน้ำมันส่งผลต่อต้นทุนค่าขนส่งคมนาคมเป็นหลัก แต่มีผลต่อต้นทุนการผลิตรวมในสินค้าอุปโภคบริโภคเพียง 3%  ดังนั้นการปรับราคาของสินค้าจึงพิจารณาจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงเป็นสำคัญ และการที่ราคาน้ำมันดีเซลลดลงจึงส่งผลกระทบต่อต้นทุนรวมของสินค้าอุปโภคบริโภคประมาณ1-3%

 น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ เตรียมการร่วมมือกับภาคเอกชน ทั้งเกษตรกร สหกรณ์ ผู้ประกอบการขนาดใหญ่และขนาดกลางขนาดย่อม ตลาดการค้าส่งค้าปลีก โมเดิร์นเทรด แพลตฟอร์มออนไลน์ และผู้ส่งออก เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ทั้งภาคการผลิต การตลาด การค้าภายในประเทศ และการส่งออกต่างประเทศ ในช่วงหลังโควิด-19  

“ตอนนี้ หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ กำลังจัดเตรียมกำหนดการให้นายจุรินทร์ได้รับฟังปัญหา หาวิธีการแก้ปัญหาในพื้นที่ และวางแผนการทำงานในอนาคต ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.2563 โดยจะมีการใช้กลไกที่กระทรวงมีอยู่แล้ว เช่น พาณิชย์จังหวัด พาณิชย์ต่างประเทศ เสริมกับเครื่องมือสมัยใหม่ เช่น การค้าออนไลน์ แอปพลิเคชัน และหาแนวทางการเชื่อมโยงกลไกของกระทรวงพาณิชย์กับองค์กรภาคเอกชนทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าไทย ทั้งในประเทศ และการส่งออก”

น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า เพื่อเตรียมการสำหรับการหารือกับกลุ่มต่างๆ ข้างต้น สนค. ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์การนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารของประเทศต่างๆ ทั่วโลก และคัดเลือกมาประมาณ 30 รายการสินค้าศักยภาพ ที่บางรายการตลาดโลกยังอาจจะนำเข้าจากไทยเพิ่มได้ เช่น กุ้งแช่เย็นแช่แข็ง ซึ่งปัจจุบันไทยมีสัดส่วนในตลาดโลกเพียง 4.4% หรือลิ้นจี่ที่ไทยมีสัดส่วนตลาดโลก 6% ในขณะที่สินค้าบางรายการไทยทำได้ดีอยู่แล้ว ต้องรักษาไม่ให้สัดส่วนลดลง เช่น ข้าวสาร ทูน่ากระป๋อง และไก่แปรรูป ซึ่งมีสัดส่วนตลาดโลกที่ 24.6%, 27.3% และ 31.2% ตามลำดับ

นอกจากรายการสินค้าศักยภาพแล้ว สนค. ได้ศึกษารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาหารในอนาคต (Future food trends) โดยคัดเลือกมา 6 แนวโน้มที่ไทยอาจจะรุกตลาดให้มากขึ้น ได้แก่ 1.ตลาดอาหารรักษาสุขภาพ 2.อาหารที่มีการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 3.สินค้าพรีเมี่ยมที่มีจุดขายเฉพาะ เช่น น้ำตาลต่ำ อาหาร plant-based หรือคีโต (ketogenic) 4.อาหารสำหรับกลุ่มผู้สูงวัย 5.การให้ข้อมูลกับผู้บริโภคมากขึ้นและโปร่งใส และ 6.สินค้าที่มีเรื่องราว เช่น สินค้า GI , OTOP เป็นต้น และยังมีสินค้าฮาลาลอีกกลุ่มหนึ่ง ที่กระทรวงพาณิชย์จะสนับสนุนต่อไป

“นโยบายการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในลดราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์นั้น จึงเป็นนโยบายที่เกิดจากความตั้งใจร่วมกันทั้งกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในสถานการณ์วิกฤตินี้โดยเฉพาะ”
 


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน