เอ็นจีโอไทยแถลงชี้ ปราบโควิด รวมศูนย์อำนาจที่นายกฯ เป็นการลงทุนที่มากเกินไปสำหรับสังคมไทย เรียกร้องกลับคืนสู่การเมืองและการบริหารประเทศในระบบปกติ


เพิ่มเพื่อน    

แฟ้มภาพ

17 เม.ย.63 - คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) หรือเอ็นจีโอ ออกแถลงการณ์เรื่อง กลับคืนสู่การบริหารบ้านเมืองในระบบปกติ เชื่อมั่นในพลังทางสังคมเร่งการเยียวยาประชาชนอย่างทั่วถึงและทันท่วงทีจะนำพาสังคมไทยผ่านวิกฤตโควิด-19

ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 นี้ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช.) ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ขอส่งกำลังใจและความปรารถนาดีไปยังผู้ที่อยู่ในกระบวนการรักษา การกักตัว และประชาชนทุกคนที่ก าลังเผชิญสถานการณ์อันยากลำบากนี้ขอขอบคุณความเสียสละและทุ่มเทของบุคลาการสาธารณสุข และพลังทางสังคมอื่น ๆ ที่กำลังร่วมในการช่วยเหลือ แบ่งปันเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

อย่างไรก็ตาม กป.อพช. เชื่อว่าเราสามารถแก้สถานการณ์วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 นี้ได้ด้วยการใช้การบริหารงานและกลไกปกติของรัฐบาลและรัฐสภา อย่างเข้มแข็งจริงจัง เช่นเดียวกับที่ประเทศประชาธิปไตยหลายประเทศ เช่น ไต้หวัน นิวซีแลนด์ ฟินแลนด์ดำเนินการอยู่ การรวมศูนย์อำนาจการสั่งการที่นายกรัฐมนตรี และการใช้อำนาจทหารและตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์ย่อมเป็นการคุกคามกลไกและบรรยากาศประชาธิปไตย นับเป็นการลงทุนที่มากเกินไปสำหรับสังคมไทยเพื่อที่จะผ่านสถานการณ์อันยากล าบาก คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)

มีข้อเสนอดังนี้ 1. กป.อพช.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลกลับคืนสู่การเมืองและการบริหารประเทศในระบบปกติ ที่คณะรัฐมนตรีทั้งคณะทำงาน ทุกกระทรวงได้ทำภารกิจของตนอย่างเต็มกำลังเพื่อแก้ปัญหา รัฐสภาทำงานให้ความเห็นและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

2.มาตรการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับประชาชน กป.อพช.เสนอให้รัฐบาลเพิ่มการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชน ในพื้นที่เสี่ยงให้มากขึ้น เพื่อการค้นพบผู้ติดเชื้ออย่างรวดเร็ว แทนการเน้นการตั้งรับและตรวจเท่าที่จำเป็นที่รัฐบาลทำอยู่ในปัจจุบัน และรัฐต้องจัดหาอุปกรณ์ในการตรวจคัดกรองให้เพียงพอแจกฟรีหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ อุปกรณ์การวัดไข้สำหรับการใช้ในระดับชุมชน ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของประชาชนในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19นี้

3.เพราะโรคโควิด-19 ไม่เพียงแต่จะสร้างผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจของประเทศ และการทำมาหากินของประชาชนในปัจจุบันเท่านั้น แต่จะยังคงทิ้งผลกระทบระยะยาวไว้ให้แก้ไข กป.อพช.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ และแผนงบประมาณแผ่นดินของทุกกระทรวง ทุกกองทัพ และทุกหน่วยงานของรัฐเพื่อรองรับผลกระทบระยะยาวจากวิกฤตการณ์นี้

4.การวางแผนและการใช้งบประมาณทั้งหมดที่จะใช้แก้ปัญหาที่เกิดจากวิกฤตโควิด-19 ทั้งที่จะมาจากการทบทวนงบประมาณเดิม และจากเงินกู้ ต้องผ่านการอนุมัติของรัฐสภา โปร่งใสเปิดเผยต่อสาธารณะและประชาชนตรวจสอบได้

5.แม้ กป.อพช.จะเห็นด้วยและสนับสนุนให้รัฐบาลมีมาตรการเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการปิดสถานประกอบการ การลดการเดินทางเคลื่อนย้าย การอยู่บ้านเพื่อหยุดโรค และการประกาศเคอร์ฟิว แต่มาตรการเยียวยาที่ออกมาแล้วทั้ง 2 ชุด คือ ชุดแรกสำหรับแรงงาน(ในระบบ)และผู้ประกอบการ ชุดที่ 2 เงินเยียวยาสำหรับแรงงานนอกระบบและแรงงานอิสระ และ ชุดที่ 3 ที่กำลังจะออกมาให้เงินเยียวยาแก่เกษตรกร เพื่อแก้ปัญหาที่มาตรการสองชุดแรกไม่สามารถครอบคลุมประชาชนที่เดือดร้อนทั้งหมด รวมทั้งปัญหาและความโกลาหลในการขึ้นทะเบียน การพิจารณา และการอุทธรณ์ของเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท ล้วนสะท้อนให้เห็นปัญหาของการคิด ตัดสินใจ และดำเนินการโดยล าพังของรัฐบาลโดยขาดการปรึกษาและการทำงานร่วมกับท้องถิ่น องค์กรของประชาชน ภาคประชาสังคมชุมชน 

กป.อพช.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของพลังทางสังคมที่มีอยู่อย่างเข้มแข็งในสังคมไทยเปิดการปรึกษาหารือและทำงานร่วม ให้มาตรการเยียวยาของรัฐไปถึงประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่มโดยเฉพาะคนจน คนชายขอบ และผู้เปราะบาง อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังให้เผชิญปัญหาโดยล าพัง

6.กป.อพช.เห็นว่าสถานการณ์ฉุกเฉินและการควบคุมประชาชนอย่างเข้มข้นที่รัฐบาลก าลังดำเนินการอยู่ควรจะเป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้น กป.อพช.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าสู่การผ่อนคลายโดยเร็ว เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศเราเริ่มคลี่คลายลง เพื่อให้วิถีการผลิต การทำมาหากิน และการใช้ชีวิตของประชาชนคืนสู่ภาวะปกติ และเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศได้ดำเนินต่อไป

กป.อพช.พร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาลและพลังทางสังคมทุกกลุ่มเพื่อให้เกิดการปฏิบัติการตามข้อเสนอนี้ด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าเราจะสามารผ่านสถานการณ์วิกฤตนี้ไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


คนร่วมชุมนุม "ม็อบสามสัส" ระยะหลังดูจะออกอาการเซ็งๆ เห็นโพสต์บ่น....ไรวะ"เย็นนัดชุมนุม-ค่ำให้กลับไปกินนมนอน"!แบบนี้ มันคงจบหรอกนะ ที่ "รุ่นเรา" น่ะมันน่าจะไปจบที่ "คุก" ซะก่อนมากกว่า!

ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'