'สุพันธุ์' เสนอตั้งกองทุนซื้อหุ้นโรงแรมไทยห่วงต่างชาติฮุบ


เพิ่มเพื่อน    

11 พ.ค.2563 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ถึงปัญหาสถานการณ์โรงแรมของผู้ประกอบการไทย ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ทยอยปิดกิจการชั่วคราว บางแห่งรับสภาพภาระการขาดทุนไม่ไหว เริ่มมีแนวคิดขายกิจการ จึงได้เสนอรับผลกระทบจากโรคโควิด -19 ขึ้นมา มาจากหลายภาคส่วน เช่น สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย สถาบันการเงิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.)  , ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(เอ็กซิมแบงก์)  เนื่องจากกังวลว่า ผู้ประกอบการไทยบางราย จะขายให้กับนักลงทุนต่างชาติในราคาต่ำ และต่อไปนักลงทุนต่างชาติ อาจหันมาจ้างแรงงานประเทศตัวเอง  มากกว่าคนไทย รวมทั้งจะได้เป็นเจ้าของที่ดินทำเลดีอีกด้วย  

“ตอนนี้หลายฝ่ายเริ่มกังวลว่า เจ้าของโรงแรมไทย ที่เริ่มรับสภาพการขาดทุนไม่ไหว จะยอมขายกิจการโรงแรมในราคาที่ถูกให้กับนักลงทุนต่างชาติ ที่อาศัยช่วงวิกฤติโรคโควิด -19  กดราคาซื้อโรงแรม ได้ทั้งกิจการโรงแรม ได้เป็นเจ้าของที่ดิน ทำเลสวยๆ อีกด้วย เพราะส่วนใหญ่ทำเลพื้นที่ตั้งโรงแรมจะอยู่ในทำเลดี ที่ผ่านมามีกระแสข่าว คนต่างชาติกว้านซื้อโรงแรมไทย โดยใช้นอมินีคนไทยเข้ามาซื้อแทน เพราะกฎหมายไทย ยังไม่เปิดให้ต่างชาติมาเข้าถือหุ้นเกิน 49% อีกประเด็นที่น่ากังวล ต่อไปเจ้าของโรงแรมต่างชาติ อาจเน้นการจ้างงานคนในประเทศตัวเองมากขึ้น ทำให้แรงงานไทยเสียโอกาสได้” นายสุพันธุ์ กล่าว

ทั้งนี้ได้ประชุมคณะทำงานครั้งแรก เบื้องต้นได้ข้อสรุป เพื่อนำไปพิจารณาแนวทางความเป็นไปได้ต่อไปว่า จะยื่นข้อเสนอให้โรงแรมไทย โดยเฉพาะที่เป็นเอสเอ็มอี มีขนาดห้องพักไม่เกิน 200 ห้อง ที่ต้องการรับความช่วยเหลือ แจ้งความประสงค์เข้ามา เพื่อเปิดให้กองทุนรวมตราสารทุน หรืออิควิตี้ฟันด์ ที่สนใจลงทุนกิจการโรงแรม เข้ามาลงทุน ส่วนหนึ่งผู้ประกอบการไทย จะได้การถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารงานด้วย โดยการเข้ามาซื้อหุ้นดังกล่าว จะกำหนดเงื่อนไขไว้ เช่น ให้ซื้อหุ้นได้ไม่เกิน 75%  , กำหนดระยะเวลาการถือหุ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเดิม เข้ามาซื้อหุ้นคืนได้ เช่น 5-7 ปี ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้นเท่านั้น ต้องนำข้อเสนอจากคณะทำงานฯ ที่จะมานำเสนอในที่ประชุมครั้งหน้า เพื่อหาข้อสรุปต่อไป         

รายงานข่าวจากภาคธุรกิจโรงแรม แจ้งว่า หลังเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมทั่วประเทศไทยไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายในภาวะที่ไม่มีผู้ใช้บริการได้ ล่าสุดมีโรงแรมชื่อดังในกรุงเทพฯ แจ้งปิดกิจการชั่วคราว นับจากวันที่ 26 มี.ค.63 แล้ว 27 แห่ง โดยแต่ละแห่งได้แจ้งว่า จะเปิดให้บริการอีกครั้งตั้งแต่กลางเดือนเม.ย.ถึงปลายเดือนก.ย.นี้ ส่วนที่จังหวัดภูเก็ต เบื้องต้นมีโรงแรมแจ้งปิด 52 แห่ง ส่วนใหญ่เริ่มปิดวันที่ 1 เม.ย.นี้ และแต่ละแห่งจะเปิดอีกครั้งตั้งแต่เดือนพ.ค.-ต.ค.นี้ และเริ่มมีผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมบางราย เริ่มรับภาระไม่ไหว มีแนวคิดจะขายกิจการ

สำหรับสถิติจำนวนโรงแรมล่าสุดเมื่อเดือนมี.ค. 63 ประเทศไทยมีจำนวนโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทั่วประเทศ 32,564 แห่ง คิดเป็นจำนวนห้องทั้งหมด 1,254,168 ห้องพัก โดยอัตราส่วนห้องพัก 1 ห้องใช้พนักงานโรงแรม 1.3 คน จึงมีพนักงานโรงแรมทั้งหมด 1,630,419 คน  คาดว่า กว่า 95% ของโรงแรมทั้งหมด หรือคิดเป็น 30,936 แห่ง จะไม่มีรายได้ เพราะการระบาดของโควิด-19 ในช่วงนี้ 


วันนี้่...คุยกันสบายๆ ตามประสา "โควิดรักโลก" ละกัน! เมื่อวาน (๒๒ ม.ค.๖๔) รัฐบาลออนไลน์ข่าว "ขึ้นทะเบียน อย.แล้ว วัคซีนแอสตราเซเนกา"

ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"