ปลัดสปน.แจงจัดสรรหน้ากากอนามัยรูปแบบใหม่ 30 มี.ค.-10 พ.ค.รวม 78 ล้านชิ้นถึงมือผู้ปฏิบัติงานแล้ว


เพิ่มเพื่อน    

11 พ.ค.63 - นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุมหรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานฯ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมบัญชีกลาง  และอธิบดีกรมศุลกากร เป็นรองประธาน คณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ชุดนี้มีหน้าที่และอำนาจ กลั่นกรองการจัดซื้อและการจัดสรรหน้ากากอนามัยภายในประเทศ พิจารณากลั่นกรองเรื่องหน้ากากอนามัยในการขอนำเข้ามาในราชอาณาจักรและส่งออกไปนอกราชอาณาจักร  ฯลฯ โดยในลำดับแรกให้พิจารณาเฉพาะหน้ากากอนามัยและหน้ากากอื่นๆ ยกเว้นหน้ากากอนามัย N95 และเวชภัณฑ์อื่นๆที่ยังอยู่ในการพิจารณาของกระทรวงสาธารณสุข

ปลัดสำนักนายกฯ กล่าวว่า โดยในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงสาธารณสุข จัดซื้อหน้ากากอนามัยมาจัดสรรให้หน่วยงานภาครัฐ โดยจัดให้กระทรวงมหาดไทย จำนวน 1 ล้านชิ้นต่อวัน กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 1.5 ล้านชิ้นต่อวัน และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง จำนวน 40,000 ชิ้นต่อวัน

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ถึง วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 คณะกรรมการเฉพาะกิจฯได้จัดสรรให้ทั้ง 3 หน่วยงานสะสมรวม 78,178,350 ชิ้น ดังนี้ โดยจัดสรรสะสม ให้กระทรวงมหาดไทย รวม 27,189,800 ชิ้น กระทรวงสาธารณสุข รวม 50,670,550 ชิ้น และศูนย์ปฏิบัติการฯด้านความมั่นคง รวม 318,000 ชิ้น โดยการจัดสรรนี้นำไปให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำงานกับกลุ่มเสี่ยง คือ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเป็นหลัก รวมทั้งเจ้าหน้าฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัคร อสม. ที่ปฏิบัติงานเชิงรุกในการตรวจกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ทุกชุมชน ปฏิบัติงานประจำด่านตรวจและบริการประชาชนทั่วประเทศ ทำให้เกิดความปลอดภัยกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคน สำหรับประชาชนทั่วไปได้มีการรณรงค์ให้ใช้หน้ากากผ้าในการป้องกันตัว

นายธีรภัทร กล่าวว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่รัฐบาลโดย ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถควบคุมการแพร่ระบาดและป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว คณะกรรมการเฉพาะกิจฯ จะต้องมาพิจารณาการจัดสรรจำนวนหน้ากากอนามัยให้กับหน่วยงานต่างๆ อีกครั้ง ซึ่งอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามการประเมินสถานการณ์ในระยะต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าผลการสอบสวนจากกรณีพล.อ.ประยุทธ์ มีคำสั่งให้นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยอยู่ในการกำกับดูแลของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) และให้มีการสืบสวนข้อเท็จจริงตามคำสั่งดังกล่าวนั้น ซึ่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมา เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเกี่ยวกับการบริหารจัดการหน้ากากอนามัย ช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ล่าสุด มีรายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ว่าผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นและได้ส่งผลสอบมาที่สปน. แล้ว นายธีรภัทร กล่าวว่า สปน.ได้รับรายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริงจากกระทรวงพาณิชย์แล้ว แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องลับไม่สามารถเปิดเผยผลการสอบสวนได้ ซึ่งหลังจากนี้จะได้นำกราบเรียนนายกฯ ผ่านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อโปรดพิจารณาต่อไป

นายธีรภัทร กล่าวอีกว่า ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ส่งมาจากกระทรวงพาณิชย์นั้น เนื่องจากนายวิชัยฯ ถือว่ายังเป็นอธิบดีกรมการค้าภายใน ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงพาณิชย์อยู่ การดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปตามกฏหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยปลัดกระทรวงพาณิชย์มีอำนาจหน้าที่ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงและเมื่อดำเนินการสอบสวนแล้วเสร็จ จึงรายงานผลการสอบสวนผ่าน สปน. กราบเรียนนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป  

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับรายงานผลสอบ ขอดูว่าผลสอบกระทรวงพาณิชย์ก่อนนำเรียนนายกฯพิจารณาจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีของนายวิชัย สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้นายกฯมีคำสั่งให้นายวิชัย มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ให้อยู่การกำกับดูแลของสปน.จนกว่าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีประเด็นทางสังคมเรื่องหน้ากากอนามัยแล้วเสร็จ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการบริหารจัดการของรัฐบาลภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด - 19ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยกรณีมีประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับการกักตุนและจำหน่ายหน้กากอนามัย ซึ่งสมควรมีการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจน ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม ตลอดจนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่การบริหารราชการของกรมการค้าภายใน
 


วันนี้ มีเรื่องน่าสนใจ ๒ เรื่อง เรื่องแรก ๔ ยอดกุมาร "อุตตม-สนธิรัตน์-สุวิทย์-กอบศักดิ์" ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค "พลังประชารัฐ"

ลิงในวิถีที่เหนือคณะก้าวหน้า
'เมย์เดย์..เมย์เดย์' คนเห็นผี!
'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"