'วัฒนา'โวย!รัฐบาลปูเยียวยาเสื้อแดงถูกป.ป.ช.เล่นงาน แต่รัฐบาลลุงตู่แจกหัวละ5พันกลับไม่ดำเนินคดี


เพิ่มเพื่อน    

19 พ.ค.63- นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Watana Muangsook ว่าเมื่อปี พ.ศ. 2555 ครม. ยิ่งลักษณ์ มีมติให้ใช้งบกลางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองตามความเห็นของคณะกรรมการประสานงานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.)

ต่อมารองหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินคดีกับ ครม. ยิ่งลักษณ์ ในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือโดยทุจริต กรณีการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง พ.ศ.2548-2553 และ ป.ป.ช. รับเรื่องและมีมติให้ไต่สวนโดยเห็นว่าเป็นการจ่ายเงินโดยไม่มีกฎหมายรองรับและเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องของตนเอง ทั้งที่เป็นการเยียวยาแก่ประชาชนทุกสีและทุกกลุ่มการเมืองโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ

เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ครม. ประยุทธ์มีมติให้ใช้งบกลางเยียวยาประชาชนรายละ 5,000 บาท ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับ ครม. ยิ่งลักษณ์คือใช้งบกลางและใช้มติ ครม. เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ โดยคนที่เคยยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ก็อยู่ใน ครม. นี้ด้วย แต่มีความแตกต่างคือ พรรคเพื่อไทยไม่ได้ฉวยโอกาสไปร้อง ป.ป.ช. เพื่อเอาคืนแบบที่เคยโดนทำ ส่วนองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. ก็ไม่ได้ดำเนินคดีกับ ครม. ประยุทธ์เหมือนที่ทำกับ ครม. ยิ่งลักษณ์ ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างเดียวกันทุกประการ

นี่เป็นอีกตัวอย่างของการเลือกปฏิบัติและเป็นสาเหตุของความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจนนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงโดย ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระที่ถูกกล่าวหาว่ามีการเลือกปฏิบัติมากที่สุดเพราะหากเป็นการกระทำของอีกฝ่ายจะไม่เป็นความผิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนาฬิกาเพื่อน หรือคดีซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด GT 200 ลวงโลก หรือหลักฐานถูกน้ำท่วม ฯลฯ ส่วนจะเป็นพรรคการเมืองใดที่เคยไปร้อง ป.ป.ช. ก็ลองค้นหาความจริงดู

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าข้อพิจารณาของป.ป.ช.ในขณะนั้นระบุว่า การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และ ครม. ร่วมกันมีมติ เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2555 และวันที่ 6 มีนาคม 2555 ให้จ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง และให้ใช้งบประมาณจากเงินงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 2,000 ล้านบาท มาใช้ในการดำเนินการดังกล่าวนั้น โดยออกหลักเกณฑ์และอัตราการเยียวยาขึ้นใหม่ และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีกฎหมายใดมารองรับการจ่ายเงินเยียวยาดังกล่าว ทั้งที่มิใช่เป็นการจ่ายเงินเกี่ยวกับปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน หรือเป็นไปเพื่อบริการสาธารณะแห่งรัฐ หรือเป็นกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นที่หากไม่ดำเนินการจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการตาม พ.ร.บ.วิธีงบประมาณ พ.ศ. 2502 แต่เป็นการจ่ายในลักษณะเงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง ซึ่งจะต้องมีกฎหมายมารองรับเพื่อใช้บังคับกับกรณีนี้โดยเฉพาะ ซึ่งในอดีตรัฐบาลที่ผ่านมาได้เคยจ่ายเงินในลักษณะเดียวกันนี้ โดยอาศัย พ.ร.บ.สงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการการปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. 2543 เป็นกฎหมายรองรับ เพื่อก่อให้เกิดสิทธิในการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง.