พาณิชย์จดชื่อ TraceThai.com บล็อกเชนสำหรับสินค้าเกษตรและอาหารไทย


เพิ่มเพื่อน    

20 พ.ค.2563 น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค. ได้มอบหมายให้ผู้แทนยื่นขอจดโดเมนเนม TraceThai.com เพื่อจะเป็นชื่อสำหรับระบบบล็อกเชน (Blockchain) ให้กับสินค้าเกษตรและอาหารของไทยที่ สนค. กำลังดำเนินการอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งระบบนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการช่วยให้เกษตรกรและผู้ส่งออกสินค้าเกษตรของไทยสามารถขายและส่งออกได้ในระยะเวลาที่สั้นลง อีกทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้าและสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าในต่างประเทศ

ทั้งนี้ ในการขับเคลื่อนบล็อกเชน สนค. ได้เลือกข้าวอินทรีย์เป็นสินค้านำร่อง เพราะเป็นสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูง มีศักยภาพในการส่งออก มีขั้นตอนการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานที่ชัดเจน การนำบล็อกเชนมาใช้จะทำให้สามารถตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานสินค้าได้อย่างเป็นระบบ ช่วยยกระดับและเพิ่มมูลค่า สร้างความเชื่อมั่นและตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อและตลาดผู้นำเข้า ซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ได้ว่าเป็นข้าวอินทรีย์จริงตามที่ได้รับรองมาตรฐาน

“สนค. เห็นว่า ภาคเกษตรและอาหารไทยควรมีระบบต้นแบบที่จะช่วยให้ประเทศคู่ค้าสามารถตรวจสอบย้อนกลับเส้นทางของสินค้าเกษตรอาหารจากไทยได้ ซึ่งเทคโนโลยีบล็อคเชนมีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้เป็นพื้นฐานของระบบการตรวจสอบดังกล่าว เพราะแก้ไขข้อมูลได้ยาก ระบบมีความโปร่งใส และคุ้มครองความลับทางการค้าและข้อมูลของเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องในระบบได้พร้อมๆ กัน จึงจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ตลอดจนต่อยอดไปยังเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าในอนาคตได้อีกมาก”

น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวว่า สำหรับระบบบล็อคเชน TraceThai.com เป็นระบบที่จะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าให้กับเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการต่างๆ ที่ผลิตและค้าขายส่งออกสินค้าข้าวอินทรีย์ โดยผู้ที่เข้ามาใช้ ต้องได้รับใบรับรองจากหน่วยงานที่เป็นผู้ดูแลมาตรฐานอินทรีย์ (Certifying Bodies: CB) เรียบร้อยแล้ว โดยไม่ใช่ระบบที่ไปออกใบรับรองให้พื้นที่ของเกษตรกร แต่หากท่านมีใบรับรอง ระบบก็จะช่วยในการส่งต่อและกระจายข้อมูลให้กับผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ในระบบให้ดำเนินการพิจารณาอนุญาตไปได้หลายๆ แห่งพร้อมกัน ไปจนถึงผู้นำเข้า ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาดำเนินการต่างๆ ได้อย่างมาก

นอกจากนี้ ระบบ TraceThai.com ไม่ได้ออกแบบให้ใช้เฉพาะกับข้าวอินทรีย์เท่านั้น แต่ในอนาคตสามารถนำไปใช้กับสินค้าเกษตรและอาหารอื่นๆ ได้ หรือแม้แต่สินค้าอะไรก็ได้ที่ต้องมีการตรวจสอบย้อนกลับ ถือเป็นระบบตรวจสอบย้อนกลับแรกของไทยสำหรับสินค้าเกษตรและอาหารที่รัฐบาลช่วยตั้งขึ้น ส่วนที่เลือกทำข้าวอินทรีย์ก่อนในชั้นนี้ เป็นสินค้านำร่อง เพื่อดูความยากง่ายและจุดที่อาจเป็นปัญหาในการนำข้อมูลเข้าระบบบล็อกเชน และข้าวอินทรีย์ก็เป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงอยู่แล้ว

ส่วนของความคืบหน้าโครงการ ขณะนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เป็นที่ปรึกษาโครงการ ได้ดำเนินการในระยะแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ การศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และออกแบบระบบต้นแบบบล็อกเชน การตรวจสอบย้อนกลับข้าวอินทรีย์ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน โรงสี สหกรณ์ ผู้ประกอบการทั้งผู้ค้าในประเทศ และผู้ส่งออกข้าวอินทรีย์ รวมถึงหน่วยงานผู้ตรวจรับรองมาตรฐาน (Certified Body) และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร และกรมศุลกากร

ทั้งนี้ ในเดือนมิ.ย.2563 สนค. จะจัดงานสัมมนาเพื่อนำเสนอผลการศึกษาความเป็นไปได้และแนวทางการพัฒนาระบบต้นแบบ โดยตั้งเป้าว่าจะเปิดให้ทดลองใช้จริงได้ในเดือนต.ค.2563

ปัจจุบัน ไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญของโลก ในปี 2562 มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปตลาดโลกรวม 675,136.03 ล้านบาท โดยมูลค่าสินค้าส่งออกสำคัญอันดับ 1 คือ ข้าว มีมูลค่าเท่ากับ 1.3 แสนล้านบาท คิดเป็น 19.34% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไทย ซึ่งตลาดส่งออกข้าวที่สำคัญได้แก่ สหรัฐฯ เบนิน จีน แอฟริกาใต้ และแคเมอรูน ในปี 2562 ไทยส่งออกข้าว 7.58 ล้านตัน ลดลง 32% มูลค่า 1.3 แสนล้านบาท ลดล 28% แต่การส่งออกข้าวอินทรีย์ส่งออกได้ 1.67 หมื่นตัน เพิ่มขึ้น 0.7% มูลค่า 780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% หรือหากดูตัวเลขย้อนกลับไปถึงปี 2560 พบว่า การส่งออกข้าวอินทรีย์ขยายตัว 23% ในขณะที่การส่งออกข้าวโดยรวมลดลง 35% ส่วนมูลค่าเพิ่ม จากข้อมูลการส่งออกปี 2562 ข้าวมีราคาเฉลี่ย 17 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนข้าวอินทรีย์ราคาเฉลี่ย 47 บาทต่อกิโลกรัม หรือมีมูลค่าสูงกว่าข้าวทั่วไปถึง 3 เท่า


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน