โควิดไม่กระทบทุเรียนไทยยอด 4 เดือนส่งออกพุ่ง 30% จีนสั่งซื้อเพียบโต 78%


เพิ่มเพื่อน    


28 พ.ค. 2563 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ติดตามสถิติการส่งออกทุเรียนสดของไทยในช่วง 4 เดือนของปี 2563 (ม.ค.-เม.ย.) พบว่า มีการขยายตัวอย่างน่าพอใจ มีมูลค่า ล้านเหรียญสหรัฐ 788 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 30% โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย ยังมีการบริโภคสูง แม้จะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยการส่งออกในช่วงดังกล่าว มีมูลค่า 567 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 78% หรือมีสัดส่วนการส่งออกถึง 72% ของการส่งออกทั้งหมด รองลงมา เป็นการส่งออกไปฮ่องกง อาเซียน ไต้หวัน และสหรัฐฯ โดยไทยยังเป็นแชมป์ผู้ส่งออกทุเรียนอันดับที่ 1 ของโลก นำหน้าฮ่องกงและมาเลเซียหลายเท่าตัว

ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนผลักดันให้การส่งออกทุเรียนของไทยเติบโต มาจากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่มีส่วนช่วยขจัดอุปสรรคภาษีนำเข้าในประเทศคู่ค้า ทำให้ทุเรียนไทยมีโอกาสส่งออกและแข่งขันได้มากขึ้น โดยปัจจุบันทุเรียนไทยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าใน 16 ประเทศคู่เอฟทีเอ ได้แก่ จีน ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา ฟิลิปปินส์ บรูไน อินเดีย ชิลี และเปรู เหลือเพียง 2 ประเทศ คือ มาเลเซียและเกาหลีใต้ ที่ยังเก็บภาษีนำเข้าทุเรียนจากไทยอยู่

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบการส่งออกทุเรียนของไทยไปยังตลาดจีน โดยดูตัวเลขปี 2562 ที่ผ่านมา ที่ส่งออกได้มูลค่า 850 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับปี 2545 ซึ่งเป็นปีก่อนที่จีนจะยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าทุเรียนจากไทย ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน ที่มีมูลค่าส่งออกเพียง 3 หมื่นเหรียญสหรัฐ การส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 2,832,366% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเอฟทีเอ ได้มีส่วนช่วยในการส่งออกได้เพิ่มขึ้นจริง

อย่างไรก็ตาม แม้ในภาพรวมการส่งออกทุเรียนสดไทยจะไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 แต่ผู้ประกอบการควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับผลกระทบในด้านอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น การขนส่งสินค้า การขาดแคลนแรงงาน และความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค และต้องพิจารณาเพิ่มผลิตภัณฑ์เป็นทุเรียนแปรรูป เช่น ทุเรียนทอด และทุเรียนอบแห้ง เป็นต้น เพื่อตอบโจทย์กระแสความนิยมอาหารแห้งที่เก็บรักษาได้นาน

ด้านน.ส.นุสรา กาญจนกูล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ร่วมมือกับบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด และนายปรีชา บำรุงศรี เกษตรจังหวัดนนทบุรี เป็นสักขีพยานในการตัด “ทุเรียนนนท์” สุดยอดทุเรียนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของหายากจากสวนนนทบุรีที่ให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง และได้นำร่องส่งไปจำหน่ายล็อตแรกจำนวน 10 ลูก เพื่อส่งมอบไปถึงมือผู้บริโภคผ่านตลาด “จริงใจ Farmers’ Market” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา แจ้งวัฒนะ

“ปกติกรมฯ ได้รับความร่วมมือจากเซ็นทรัล ในการผลักดันสินค้า GI มาจัดจำหน่ายที่มุม GI Corner ภายในท็อปส์ มาร์เก็ตกว่า 50 สาขาทั่วประเทศอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้พิเศษ เป็นกิจกรรมที่ต่อยอดความร่วมมือกับภาคเอกชนในการขยายการจำหน่ายไปยังจริงใจ Farmers’ Market ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับเกษตรกร”

ทั้งนี้ ทุเรียนนนท์ เป็นสินค้า GI ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อวันที่ 11 พ.ค.2553 นับเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคมาอย่างช้านานถึงคุณภาพและเอกลักษณ์อันหาจากที่อื่นไม่ได้ ด้วยมีรสชาติดี หวาน มัน หอม เนื้อละเอียด สีเหลือง ปลูกในเขตจังหวัดนนทบุรี ซึ่งแต่ละปีจะมีผลผลิตค่อนข้างจำกัด กรมฯ จึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่านได้มีโอกาสลิ้มลองความอร่อยของทุเรียนนนท์ ทั้งยังช่วยอนุรักษ์ทุเรียนนนท์พันธุ์แท้ และส่งเสริมรายได้แก่เกษตรกรในท้องถิ่น

นายสมนึก ยอดดำเนิน ผู้แทนบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด กล่าวว่า จริงใจ Farmers’ Market เป็นตลาดค้าปลีกรูปแบบใหม่ที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ผักผลไม้ปลอดสารพิษ และเกษตรอินทรีย์ รวมถึงอาหารพร้อมรับประทาน โดยเป็นการเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำสินค้ามาจำหน่าย สร้างรายได้ให้ชุมชนและเกิดการพึ่งพาตนเอง โดยในครั้งนี้นับเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเข้าถึงสินค้าดีๆ จากชุมชน โดยเฉพาะสุดยอดราชาทุเรียนอย่างทุเรียนนท์ที่มีผลผลิตเพียงแค่ปีละ 1 ครั้ง

“ขอเชิญชวนคนรักทุเรียนร่วมกันอนุรักษ์สวนทุเรียนนนท์ โดยการสั่งซื้อทุเรียนนนท์ (จำหน่ายทุเรียนหมอนทองทั้งลูก) ในราคากิโลกรัมละ 1,900 บาท สินค้ามีจำนวนจำกัดเพียง 10 ลูกเท่านั้น และสามารถนัดรับสินค้าได้ที่จริงใจ Farmers’ Market ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา แจ้งวัฒนะ”


โรงเรียนเปิดเทอมเมื่อวาน (๑ ก.ค.๖๓) ท่านเห็นอะไร? ทุกคนจะบอก..... เห็นเด็กนักเรียนไปโรงเรียน เห็นรถติด เห็นเด็กอนุบาลร้องไห้ เห็นผู้ปกครองอุ้มลูก-จูงหลานไปส่งโรงเรียน

อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.
มรดก ๘๘ ปีคณะราษฎร