การ์ดอย่าตก 'ศบค.' แถลงติดเชื้อโควิดเพิ่ม 11 ราย ผงะ!ทั้งหมดกลับจากคูเวต


เพิ่มเพื่อน    

29 พ.ค.63 - เมื่อเวลา 11.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 11 ราย ทั้งหมดเดินทางกลับมาจากคูเวต และอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ เป็นทั้งผู้ป่วยที่มีอาการและไม่มีอาการ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,076 ราย หายป่วยสะสม 2,945 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคงที่ 57 ราย อย่างไรก็ตาม การไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศวันนี้ ถือเป็นสถานการณ์ที่เข้ากับมาตรการในประเทศไทยที่กำลังจะเข้าสู่การผ่อนคลายในระยะที่ 3 ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อใหม่ 115,572 ราย เป็นตัวเลขที่น่าตกใจ ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 5,905,415 ราย เสียชีวิต 362,024 ราย

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. เป็นประธาน นายกฯได้ขอบคุณคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมมือในการควบคุมและป้องกันโรคจนผลลัพธ์ออกมาแบบนี้ ทำให้ได้รับคำชมจากต่างประเทศ ขณะที่เช้าวันเดียวกัน (29 พ.ค.) นายกฯได้รับชมนวัตกรรมของศูนย์นวัตกรรมของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อาทิ รถตู้โมบาย ระบบตรวจจับอุณหภูมิ ตู้เก็บเชื้อความดันลบ เครื่องช่วยหายใจแบบพกพา ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ นายกฯชื่นชมว่าเป็นการสร้างนวัตกรรม ลดต้นทุน เพราะผลิตและพัฒนาใช้เองได้ และต่อไปถ้าสามารถจำหน่ายได้จะเป็นสินค้าที่มีมูลค่า นอกจากนี้ นายกฯยังกล่าวถึงการขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า มีเหตุผลเพื่อให้การบริหารสถานการณ์ในภาพรวมของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เอกภาพ และอยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงเจตนาของการขยายเวลาการประกาศใช้ ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นก็จะนำไปสู่การผ่อนปรนระยะที่ 4 และจะนำไปสู่การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป แต่ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้มีความต่อเนื่อง ราบรื่น ควบคุมสถานการณ์ได้ ต้องมีมาตรการรองรับ โดยใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อและกฎหมายอื่นๆ ที่จะมาแทน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เชื่อมต่อการทำงานในวันที่ไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ได้พิจารณาประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการเมื่อเข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่ 3 ซึ่งใช้เวลาในการพิจารณานานพอสมควร โดยประเด็นสำคัญของกิจการ/กิจกรรม ที่ได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 ที่เป็นกิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงปานกลางไปถึงสูง ต้องมีมาตรการคัดกรองพนักงานและผู้ใช้บริการที่มีอาการไข้ ไอ หอบเหนื่อย จาม หรือเป็นหวัด ต้องรายงานหน่วยงานรับผิดชอบกรณีพบผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องดำเนินการตามแนวทางที่กำหนด และทุกกิจการ/กิจกรรม ต้องมีการลงทะเบียนเข้าออกสถานที่ เพิ่มมาตรการใช้แพลตฟอร์มไทยชนะ หรือใช้การบันทึกข้อมูลหากไม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการติดตามและควบคุม อีกทั้งยังให้พิจารณานวัตกรรมการลงทะเบียนเข้าออกสถานที่ เช่น การจองคิวแบบออนไลน์ เพื่อให้บริการรูปแบบใหม่ในระยะยาว  ซึ่งต้องทำทุกกิจการ/กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายในรอบนี้ ต้องเข้มข้นกว่าเดิม

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบค.ยังได้หารือถึงการเปิดการเรียนการสอนตามที่มีการกำหนดไว้ในวันที่ 1 ก.ค.ขณะนี้ยังยึดกรอบเวลาดังกล่าวอยู่ แต่ให้พิจารณาเปิดการเรียนการสอนในบางโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล มีอัตราการระบาดของโรคไม่มาก หรือห้องเรียนที่มีจำนวนผู้เรียนไม่มาก รวมถึงมีการพูดคุยถึงโรงเรียนเอกชน ขณะที่โรงเรียนในเมืองอาจให้พิจารณาเหลื่อมเวลาเรียน 3 วันต่อสัปดาห์ แต่ยังไม่มีข้อสรุป นายกฯมอบหลักการกว้างๆ ให้ รมว.ศึกษาธิการไปพิจารณารายละเอียดต่อ ซึ่งที่พิจารณากันตรงนี้เป็นส่วนของเด็กโต ไม่ใช่เด็กเล็ก ที่มียังมีประเด็นว่าต้องอยู่กันอย่างใกล้ชิด ยังต้องมีเวลานอนด้วยกันอยู่ อาจเป็นความเสี่ยงได้ ส่วนเรื่องโรงเรียนนานาชาติที่มีการร้องเรียนว่าควรเปิดเรียนเร็วเพื่อให้ทันกระแสของโลกและมาตรฐานของต่างประเทศนั้น ยังไม่มีข้อสรุป ขณะนี้นายกฯมอบให้ รมว.ศึกษาธิการไปศึกษาหาข้อสรุปของแต่ละเรื่องมานำเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ต่อไป ทั้งนี้ ที่ประชุม ศบค.ยังเห็นชอบลดเวลาเคอร์ฟิวจาก 23.00-04.00 น.มาเป็นตั้งแต่เวลา 23.00 – 03.00 น.