ฮ่องกงระส่ำ : สงครามเย็นมังกร-อินทรีรอบใหม่ระเบิดแล้ว!


เพิ่มเพื่อน    

    ฮ่องกงกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ก่อไฟ “สงครามเย็นยุคโควิด” ได้อย่างชัดเจน
    เมื่อปักกิ่งออกกฎหมายความมั่นคงฮ่องกงเท่ากับพร้อมรบกับโลกตะวันตก
    สหรัฐฯ จับมืออังกฤษ, ออสเตรเลีย, แคนาดาออกแถลงการณ์ร่วมกล่าวหาว่าจีนพยายามจะ “บั่นทอนสถานภาพแห่งความเป็นปราการเสรีภาพ”
    วอชิงตันขู่จะยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้าที่ให้กับฮ่องกงมายาวนานหากจีนเข้าควบคุมฮ่องกงครบทุกด้านเมื่อกฎหมายความมั่นคงฮ่องกงมีผลบังคับใช้
    ไต้หวันก็กระโดดเข้ามาร่วมวง...โดยที่ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ประกาศว่าจะขอให้สภานิติบัญญัติไต้หวันออกกฎหมายเพื่อรองรับคนฮ่องกงที่ต้องการอพยพมาไต้หวันเพื่อหนี “การกดขี่” ของปักกิ่ง
    นี่เท่ากับว่าสหรัฐฯ จับมือไต้หวันและขบวนการต่อต้านปักกิ่งในฮ่องกงเพื่อเผชิญหน้ากับจีนแผ่นดินใหญ่อย่างเปิดเผยแล้ว
    ที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติของจีนลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายนี้
    คะแนนเห็นด้วย 2,878 เสียง
    ไม่เห็นด้วย 1 เสียง
    ไม่เข้าร่วมการโหวต 6 เสียง
    ไม่ได้กดปุ่มลงคะแนน 1 เสียง
    แถลงการณ์ร่วมของสหรัฐฯ-อังกฤษ-ออสเตรเลีย-แคนาดาบอกว่ากระบวนการผ่านกฎหมายครั้งนี้ชี้ชัดว่าปักกิ่งกำลังละเมิดข้อตกลงใน Basic Law ที่ยืนยันในระบบ “หนึ่งประเทศ สองระบบ”
    เพราะแทนที่จะให้กฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติของฮ่องกง กลับให้สภาฯ ของจีนแผ่นดินใหญ่ออกกฎหมายนี้เสียเอง
    ทางการจีนและฮ่องกงออกแถลงการณ์ตอบโต้ ยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อรักษา “เสถียรภาพและความมั่นคงของฮ่องกง”
    ภาษาที่ใช้คือการใช้อำนาจของปักกิ่งเพื่อป้องกันและปราบปรามความพยายาม “แบ่งแยกดินแดน การก่อความไม่สงบ หรือการปลุกระดมให้เกิดการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐบาล และการแทรกแซงจากต่างชาติ”
    ฮ่องกงจึงกลับมาเครียดอีกครั้งหนึ่ง และเครียดหนักกว่าเดิม
    การปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจทวีความรุนแรงหนักขึ้น
    ตำรวจฮ่องกงเหมือนจะมีความมั่นใจมากขึ้นเพราะใช้แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยกับฉีดน้ำอย่างหนักหน่วงขึ้น
    อีกทั้งยังตามไล่ล่าจับผู้ประท้วงทั่วเกาะในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาอย่างกว้างขวาง ไม่ลังเลเหมือนก่อน
    อีกเหตุหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดการประท้วงคือร่างกฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่ “ห้ามการกระทำใดๆ ที่จะเป็นการดูหมิ่นเพลงชาติจีน”
    รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ บอกว่า ร่างกฎหมายความมั่นคงฮ่องกงฉบับใหม่เท่ากับเป็นการสำทับว่า “ฮ่องกงไม่ได้เป็นอิสระจากจีน” อีกต่อไป
    ผู้นำกลุ่มผู้เรียกร้องประชาธิปไตยฮ่องกงประกาศว่า “นี่เป็นอวสานของฮ่องกง”
    หมายความว่าฮ่องกงเดิมกำลังจะสลายหายไป ต่อไปนี้เกาะแห่งนี้ก็จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีนเท่านั้น
    การออกกฎหมายฉบับนี้คือการตอกย้ำว่าปักกิ่งต้องการจะทำการถอนรากถอนโคนการเคลื่อนไหวที่อยู่ในข่ายเป็น “การแบ่งแยกดินแดน การล้มล้างการปกครอง หรือการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย รวมทั้งการแทรกแซงจากนอกประเทศ”
    นักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของ “สงครามเย็น” รอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และจีน
    มีความเป็นไปได้สูงที่อเมริกาจะออกมาตรการคว่ำบาตรต่างๆ ซึ่งจะอาจทำให้สถานภาพของฮ่องกงที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินของเอเชียได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
    ซึ่งย่อมหมายความว่าจีนก็อาจจะถูกกระทบไปด้วย
    แต่สำหรับจีนแล้วนี่เป็นเกมที่ปักกิ่งไม่อาจจะยอมถอยได้แม้แต่ก้าวเดียว
    สี จิ้นผิง ย่อมจะไม่อาจแสดงความอ่อนแอต่อทรัมป์ เพราะหากมีภาพ “อ่อนแอ” และ “ขาดความเป็นผู้นำ” ก็จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของตนเองและคณะผู้นำจีนวันนี้ด้วย
    สำหรับทรัมป์ การแสดงออกด้วยท่าทีแข็งกร้าวต่อจีนเป็นการสร้างคะแนนนิยมเพื่อจะชนะเลือกต้องอีกรอบหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน
    ต่างฝ่ายต่างมีเดิมพันสูง...และนั่นจะเป็นเชื้อแห่งความสับสนวุ่นวายท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างหนักหนาสากรรจ์อยู่แล้ว 
    ลองวาดภาพว่าถ้าวอชิงตันเลือกที่จะทำการอายัดทรัพย์สินในสหรัฐฯ ของเจ้าหน้าที่รัฐของจีนและฮ่องกงที่มีส่วนในการผลักดันกฎหมายนี้ 
    สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือจีนก็จะต้องตอบโต้ด้วยการยึดทรัพย์ของธุรกิจสัญชาติอเมริกันในฮ่องกง และสั่งจำกัดธุรกรรมการเงินที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศได้ 
    ฮ่องกงก็จะตกอยู่ในสภาพระส่ำอย่างหนัก
    ที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือความขัดแย้งระหว่างสองยักษ์ใหญ่จะใช้ฮ่องกงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการปะทะกันในระดับโลกเท่านั้น.


วันก่อน........ "เพนกวิน" โพสต์ "พวกเราไม่ใช่ 'เด็ก' ของใคร" หมายถึงที่ปลุกระดม "ล้มเจ้า" ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง พวกเขาคิดกันเอง-ทำกันเอง ว่างั้น!

ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน