ฉลุย!วุฒิสภาลงมติผ่านพรก.กู้เงิน 3 ฉบับ ส.ว.กังวลคอร์รัปชั่นฉุดดัชนีความโปร่งใสลดลงเหมือนยุค'ยิ่งลักษณ์'


เพิ่มเพื่อน    


2 มิ.ย.63- ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงิน 3ฉบับ ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยบรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างราบเรียบ ส.ว.ส่วนใหญ่อภิปรายท้วงติงให้รัฐบาลมีความระมัดระวังในการใช้งบประมาณจากเงินกู้ และการทำโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่มาจากความต้องการของประชาชน ไม่ใช่ความต้องการของส่วนราชการ 

อาทิ นายสมชาย แสวงการ ส.ว. อภิปรายว่า การใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงินจะเป็นตัววัดความเชื่อมั่นประเทศจะลดลงหรือไม่ โดยเฉพาะดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น ถ้ามีเม็ดเงินรั่วไหล ความโปร่งใสประเทศจะยิ่งลดลงเหมือนปี2556 ยิ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ(ป.ป.ท.)พบการทุจริตการใช้งบประมาณโควิด-19 หลายรูปแบบ ทั้งการจัดซื้อจัดจ้างแพงเกินจริงของอบจ. 

เช่น การจัดซื้อถุงยังชีพ การจัดซื้อเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิเครื่องละ 5,000 บาท แต่ราคาจริงเครื่องละไม่กี่ร้อยบาท การจัดซื้อแอลกอฮอล์ลิตรละเกือบ 300 บาท มีการนำนอมินีที่เป็นพวกพ้องตัวเองไปโฆษณาขายสินค้าเหล่านี้ในราคาสูงตามเว็บซื้อขายของออนไลน์ชื่อดัง แล้วส่วนราชการไปเปรียบเทียบราคาจัดซื้อจากเว็บไซด์เหล่านี้ เป็นการรุมทึ้งงบโควิด-19 ดังนั้นต้องวางมาตรการเพื่อป้องกันการทุจริตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 

พลอากาศตรีเฉลิมชัย เครืองาม ส.ว.อภิปรายว่า เป็นห่วงการใช้งบประมาณจากเงินกู้ จะเป็นแค่ปรากฏการณ์ปืนฉีดน้ำคือ ยิงไปเรื่อย แต่หกเรี่ยราด ยิงไปแล้วได้แค่เปียก แต่ไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ทราบว่า ขณะนี้เริ่มมีการจับคู่ฮั้วกันแล้วในโครงการตามพ.ร.ก.กู้เงิน โดยเฉพาะการใช้งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆที่จะใช้วิธีเฉพาะเจาะจง โดยอ้างปรากฏ การณ์โรคติดต่ออันตราย ตามมาตรา 56(2) ของพ.ร.บ.การจัดซื้อจ้างภาครัฐ เพื่อใช้วิธีเฉพาะเจาะจงในการจัดซื้อจัดจ้าง แทนการใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ซึ่งจะเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ทั่วทุกหัวระแหงในการจัดซื้อจัดจ้างหลังจากนี้\

 นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.อภิปรายว่า ปฏิเสธไม่ได้พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับมีความเป็นจำเป็น หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อรักษาความปลอดภัยสาธารณะของประเทศ วิกฤตนี้ยิ่งกว่าสงคราม ไม่ใช่แค่คนที่เดือดร้อน แม้แต่เทพเทวาสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ไม่ว่า ศาลพระพรหม หลายหลวงพ่อ ต้องปิดตัวเองหยุดให้คนกราบไหว้ เป็นภัยมืดที่ไม่รู้ว่า ใครเป็นใคร ไว้ใจไม่ได้ ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน อยู่ห่างกัน เพราะแยกกันเราอยู่ รวมหมู่เราตาย คนเดือนร้อนกันทั้งแผ่นดิน การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องใช้เงิน เหมือนคนป่วยที่ต้องใช้เงินเพื่อรักษาฟื้นฟูตัวเอง แต่การกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ทำให้พวกเราเป็นลูกหนี้ร่วม ส่งมรดกหนี้ให้คนรุ่นหลัง จึงจำเป็นมากที่คนรุ่นเรา โดยเฉพาะรัฐบาลต้องใช้เงินกู้มาแก้ไขวิกฤตให้ตรงเป้า ไม่ให้ทุจริต เพื่อไม่ให้เด็กรุ่นหลังมาชี้หน้าด่าว่า เราสร้างภาระให้พวกเขา  

ด้านนายอุตตม เสาวนายน รมว.คลัง ชี้แจงว่า รัฐบาลออกพ.ร.ก.บนความตั้งใจ โดยมีเจตนารมณ์เร่งเยียวยาอย่างทั่วถึงเพื่อไม่ให้สถานการณ์วิกฤตบานปลาย รวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด รัฐบาลตระหนักดีว่า การบริหารงาน จำเป็นต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ตามหลักวินัยการเงินการคลัง และระเบียบที่ถูกต้อง ส่วนข้อห่วงใยต่างๆของส.ว.นั้น รัฐบาลขอรับไปใช้ประโยชน์ด้วยความละเอียดรอบคอบ จะส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงตลอดการดำเนินการ และจะประเมินประสิทธิผลทุกโครงการตามมาตรฐานสากล รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลเพื่อป้องกันการทุจริต ทำให้การใช้งบประมาณก้อนนี้เป็นไปอย่างคุ้มค่าที่สุด

กระทั่งเวลา 13.20 น. หลังจากส.ว.อภิปรายพ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3ฉบับครบทุกคนแล้ว ที่ประชุมจึงลงมติให้ความเห็นชอบพ.ร.ก.กู้เงินทั้งฉบับ โดยพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่า 2019 พ.ศ.2563 วงเงิน 1.1 ล้านล้านบาท ลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 241 ต่อ0 งดออกเสียง 4  ส่วนพ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่า 2019 พ.ศ.2563 วงเงิน 5แสนล้านบาท เห็นชอบด้วยคะแนน243 ต่อ 0 งดออกเสียง 3 และพ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เห็นชอบด้วยคะแนน 242 ต่อ 0 งดออกเสียง 4.


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'