ระเบิดลง! บันทึกของอดีตมือขวา : ทรัมป์ขอสี จิ้นผิง ช่วยชนะเลือกตั้ง!


เพิ่มเพื่อน    


     ระเบิดเพิ่งลงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลูกใหญ่เลย...และเป็นฝีมือของอดีตคนใกล้ชิดอย่างยอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงเสียด้วย
    หนังสือ “แฉ” ของโบลตันกำหนดจะวางร้านสัปดาห์หน้านี้...แต่ “บทย่อ” หลายตอนที่เปิดโปงเรื่องทางเสียหายต่อทรัมป์ถูกตีพิมพ์โดยหนังสือพิมพ์ดังๆ ที่ทรัมป์เรียก Fake News มาแล้วทั้งนั้น
    ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์กไทมส์, วอชิงตันโพสต์หรือวอลสตรีทเจอร์นัลที่ออกมารายงานตรงกันว่า
    โบลตันอ้างว่าทรัมป์ขอให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนช่วยให้เขาชนะเลือกตั้งปลายปีนี้เถอะ
    ช่วยยังไง?
    บางตอนของหนังสือ “The Room Where It Happened : A White House Memoir” (เหตุเกิดที่ห้องนี้ : บันทึกส่วนตัวจากทำเนียบขาว) หนา 592 หน้า บอกว่า
    ระหว่างอาหารเย็นสองต่อสองเมื่อเดือนมิถุนายน ปีที่แล้วในช่วงการประชุมสุดยอด G-20 ที่ญี่ปุ่น สี จิ้นผิง บ่นกับทรัมป์ว่าในอเมริกามีกลุ่มคนที่ชอบวิพากษ์จีนอย่างไม่เป็นธรรมหลายกลุ่ม
    ได้ยินดังนั้น ทรัมป์ก็รีบบอกสี จิ้นผิง ว่าน่าจะเป็นพวกพรรคเดโมแครต
    ซึ่งมีนิสัยไม่ชอบจีนเอามากๆ
    จากนั้นทรัมป์ก็ชวนผู้นำจีนคุยเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีในสหรัฐ ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน โดยบอกว่าความสามารถทางเศรษฐกิจของจีนมีผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งในอเมริกาได้
    ทรัมป์บอกสีว่า ยังไงๆ ก็ขอให้ผู้นำจีนช่วยเขาชนะเลือกตั้งด้วย (เหมือนจะบอกว่าเมื่อพวกเดโมแครตไม่เป็นมิตรกับจีน ก็ควรที่จีนจะช่วยให้เขาชนะการเลือกตั้งครั้งนี้)
    ว่าแล้วโบลตันก็เขียนต่อว่า
    “ทรัมป์เน้นถึงความสำคัญของฐานเสียงชาวไร่ชาวนาอเมริกัน และถ้าจีนซื้อสินค้าเกษตรของอเมริกา เช่น ถั่วเหลืองและข้าวสาลีมากขึ้น ก็จะมีผลต่อผลการเลือกตั้งในสหรัฐ...”
    ถ้าข้อความนี้เป็นจริง นั่นแปลว่าทรัมป์ขอให้จีนเข้ามาแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้งของสหรัฐด้วยการใช้เงินซื้อสินค้าเกษตรเพื่อทำให้ฐานเสียงของทรัมป์กว้างขึ้น
    หากพิสูจน์ได้ว่าทรัมป์พูดอย่างนั้นจริง ก็มีสิทธิ์จะถูกฟ้องร้องด้วยข้อหารุนแรงว่าเชื้อเชิญอิทธิพลต่างชาติเข้ามาบิดเบือนกระบวนการเลือกตั้ง
    อาจจะกลับเข้าสู่การถูกจับเข้าสู่การไต่สวนเพื่อถอดถอน (impeachment) ได้อีกรอบ
    หรือไม่ก็จะมีผลต่อการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนทางตรงข้ามอย่างแน่นอน
    ล่าสุด กระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้ส่งเรื่องขอให้ศาลกลางสั่งระงับการตีพิมพ์และจำหน่ายจ่ายแจกหนังสือเล่มนี้ โดยอ้างว่ามีเนื้อหาที่อาจจะเข้าข่ายบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ
    แน่นอนว่าจะต้องมีกระแสต่อต้านข้อเรียกร้องให้ปิดบังอำพรางความจริงที่เกี่ยวกับการกล่าวหาว่าผู้นำประเทศกระทำการสุ่มเสี่ยงกับการขัดรัฐธรรมนูญชัดแจ้งเพียงนั้น
    โบลตันเคยเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของทรัมป์ก่อนที่จะแตกคอกัน เพราะมีความเห็นในนโยบายต่างประเทศหลักๆ หลายเรื่องจนทรัมป์ปลดคนสนิทคนนี้กะทันหัน
    โบลตันถือว่าเป็น “เหยี่ยว” ที่มีแนวความคิดด้าน “ขวาตกขอบ” ในหลายเรื่อง แต่ทรัมป์ “ขวาตกขอบหนักกว่า” อีกทั้งยังทำอะไรที่ออกนอกกรอบของจริยธรรมและธรรมาภิบาลทางการเมืองจนแม้คนใกล้ชิดที่มีตำแหน่งสำคัญๆ ก็ยังรับไม่ได้
    โบลตันเขียนไว้ในหนังสืออีกตอนหนึ่งว่า
    “ความจริง ผมอยากจะเอาถ้อยคำของทรัมป์คำต่อคำมาเขียนไว้ในบันทึกนี้ แต่กระบวนการตรวจสอบเนื้อหาก่อนตีพิมพ์ในฐานะที่ผมเคยทำงานตำแหน่งสำคัญในทำเนียบขาวสั่งไม่ให้ผมเปิดเผยรายละเอียดของบทสนทนาระดับสูงคำต่อคำ...”
    นั่นแปลว่าแม้คนใกล้ชิดจะรู้เรื่องไม่ชอบมาพากลของผู้นำตนเอง แต่ก็เปิดเผยทั้งหมดไม่ได้ เพราะมีกฎหมายกำหนดให้เขาเหล่านั้นเซ็นข้อตกลงจะไม่เปิดเผย “ความลับทางราชการ” ที่เรียกว่า confidentiality agreement แม้หลังจากออกจากตำแหน่งหน้าที่แล้วก็ตาม
    อีกท่อนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้เปิดโปงว่า ระหว่างการสนทนาวันนั้น ทรัมป์ สี จิ้นผิง ได้อธิบายถึงเหตุผลที่ต้องสร้างศูนย์อบรมชาวอุยกูร์ประมาณ 1 ล้านคน ในมณฑลซินเจียง ซึ่งเป็นประเด็นที่นักการเมืองในอเมริกาได้วิพากษ์จีนว่าเป็นการสร้าง “ค่ายล้างสมอง”
    โบลตันเขียนในหนังสือว่า
    “ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าเห็นพ้องกับ สี จิ้นผิง ในเรื่องนี้ ... จากคำแปลของล่ามอ้างคำพูดของทรัมป์ว่าจีนควรจะเดินหน้าสร้างศูนย์นั้นต่อไป เพราะเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว…”
    ไม่ต้องแปลกใจที่ทรัมป์โต้ทันควันว่าโบลตันเป็น “จอมโกหกมดเท็จ”!
    แต่ระเบิดลูกนี้หนักและแรงกว่าทุกลูกที่มาจาก “บันทึกส่วนตัว” ของคนใกล้ชิดอื่นๆ ที่ผ่านมาแน่นอน
    สัจธรรมของประวัติศาสตร์โลกบอกว่า “ผู้นำมักไม่ล่มสลายเพราะศัตรู แต่ส่วนใหญ่จะพังเพราะคนใกล้ชิดนี่แหละ”.


มีข่าวสารจากเยอรมัน สำนักข่าวต่างประเทศยักษ์ใหญ่หลายเจ้ารายงานตรงกัน  รัฐบาลเยอรมันชี้แจงต่อกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรเยอรมันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา .......ยืนยันไม่พบการกระทำใดๆ ในลักษณะที่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ 

'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก