เมื่อ "Dreamer" ไทย ชนะคดีสู้กับทรัมป์!


เพิ่มเพื่อน    

    ข่าวใหญ่จากอเมริกาเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมาคือคำพิพากษาของศาลสูงสหรัฐฯ ห้ามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกโครงการที่อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา นำมาใช้ช่วยให้ลูกหลานของผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายไม่ถูกไล่ออกนอกประเทศ
    เป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนอเมริกันจำนวนไม่น้อยที่ติดตามการพิจารณาคดีสำคัญๆ ของศาลสูงสุดของประเทศนี้
    แต่สำหรับคนไทยเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นพิเศษเพราะมีคนไทยที่อยู่แถวหน้าในการต่อสู้กับทรัมป์เรื่องนี้อย่างองอาจกล้าหาญมาตลอด
    พอมีมตินี้ออกมาจากศาลสูง ทรัมป์ก็โวยทันทีว่าผู้พิพากษาบางท่านไม่ชอบเขาหรือมีอคติต่อเขา
    กลายเป็นประเด็นเรื่องการเมืองแยกค่ายระหว่างรีพับลิกันและเดโมแครตอีกครั้ง
    วีโอเอภาษาไทยถึงกับพาดหัวข่าวนี้ว่า
    'ดรีมเมอร์' ไทยชนะคดีประวัติศาสตร์! หลังศาลสูงสหรัฐฯ ห้ามทรัมป์ยกเลิก DACA
    หนุ่มไทยคนนี้ชื่อจิรายุทธ ลัทธิวงศกร ว่าที่นายแพทย์เชื้อสายไทยในสหรัฐฯ
    เมื่อกลางปีที่ผ่านมาจิรายุทธหรือ “นิว” เดินเข้าสู่ศาลสูง (Supreme Court) ของอเมริกา ในฐานะโจทก์ร่วมในคดีประวัติศาสตร์ 
    เป็นคดีประวัติศาสตร์เพราะกล้าฟ้องร้องรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการยกเลิกโครงการ DACA (Deferred Action for Childhood Arrivals Program) 


    จิรายุทธ “นิว” ลัทธิวงศกร ที่หน้าตึกศาลสูงสหรัฐฯ วันที่ไปยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อปีที่แล้ว (ภาพจากวีโอเอไทย)

    โครงการนี้เป็นการให้การคุ้มครองทางกฎหมายแก่คนหนุ่มสาวผู้อพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายพร้อมครอบครัวเมื่อยังเยาว์วัย ไม่ให้ถูกส่งตัวออกนอกประเทศ
    ข่าววีโอเอได้สัมภาษณ์ “นิว” ถึงเรื่องราวของการต่อสู้ครั้งนี้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
    ข่าวชิ้นนั้นบอกว่า
    ในตอนเช้าของวันพฤหัสบดีตามเวลาในสหรัฐฯ จิรายุทธ ผู้อาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียโดยไม่มีวีซ่าตั้งแต่ 9 ขวบ แต่ได้รับการคุ้มครองภายใต้โครงการ DACA ก็ได้รับข่าวที่เขาและผู้เข้าร่วมโครงการคนอื่นๆ อีกอย่างน้อย 650,000 คน รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อคณะตุลาการศาลสูงสหรัฐฯ ปฏิเสธคำร้องของรัฐบาลของทรัมป์ที่ต้องการยุติโครงการดังกล่าว 
    “เปิดดูตั้งแต่ตีห้า ว่าวันนี้จะมีข่าวหรือยัง ประมาณเจ็ดโมง อยู่ดีๆ โทรศัพท์ก็มีเสียงเยอะมาก ก็เลยรู้แล้วว่าตัดสินออกมาแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าดีหรือไม่ดี พอเช็ก คือ เพื่อน ทุกคนที่อยู่ใน lawsuit (ทุกคนที่เป็นโจทก์ร่วมในการฟ้องร้อง) ต่างก็อัพเดตกันว่า ข่าวออกแล้ว เราชนะ ทุกคนก็ดีใจกันหมด” จิรายุทธให้สัมภาษณ์กับวีโอเอไทย หนึ่งชั่วโมงหลังจากที่ทราบข่าว
    ใครที่ติดตามข่าวเรื่องนี้จะรู้ว่านี่เป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของ “ดรีมเมอร์” (Dreamers)
    แปลตรงตัวคือ “นักฝัน” ซึ่งหมายถึงเด็กที่เกิดในอเมริกาจากพ่อแม่ที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย แต่ต้องการจะสร้างชีวิตใหม่ในประเทศที่ถือว่าทุกคนมีสิทธิ์จะทำตามความฝันของตัวเอง
    เพราะที่นี่มีสิ่งที่เรียกว่า The American Dream หรือ “ความฝันอเมริกัน”
    อดีตประธานาธิบดีโอบามาประกาศโครงการ DACA ด้วยเหตุผลว่าเด็กและเยาวชนเหล่านี้เติบโต เรียนหนังสือ และใช้ชีวิตในอเมริกา ไม่ต่างจากคนอเมริกันทั่วไป เพียงแต่พวกเขาไม่มีเอกสาร หรือวีซ่าเท่านั้น
    แต่ทรัมป์อ้างว่า DACA เป็นโครงการผิดกฎหมาย
    ทรัมป์บอกว่าโอบามาทำเรื่องนี้ตามอำเภอใจ ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา
    และอ้างด้วยว่า DACA กระตุ้นให้มีเด็กและเยาวชนลักลอบเข้าอเมริกาผิดกฎหมายมากขึ้น
    มิหน้ำซ้ำยังแย่งงานไปจากชาวอเมริกัน
    พูดง่ายๆ คือ ทรัมป์ต้องการจะหาเสียงกับคนอเมริกันที่อ้างว่าถูกต่างชาติแย่งอาชีพมาตลอด
    ศาลสูงสหรัฐฯ ไม่ได้ชี้ว่า DACA ถูกหรือผิดกฎหมาย แต่ออกแนวการพิจารณาว่าหน่วยงานของรัฐ ซึ่งในกรณีนี้คือ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (Department of Homeland Security) ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนและให้คำอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผลเพียงพอในการยุติโครงการดังกล่าวด้วยมติ 5 ต่อ 4 เสียง
    ที่น่าสนใจคือ หัวหน้าคณะตุลาการศาลสูง จอห์น โรเบิร์ตส ออกเสียงสนับสนุนตุลาการฝ่าย “เสรีนิยม” อีก 4 คน
    ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติที่คนอเมริกันจะมองว่าผู้พิพากษาคนไหนมีจุดยืนด้าน “อนุรักษนิยม” และคนไหนอยู่ฝ่าย “เสรีนิยม”
    ทรัมป์เองก็บอกว่าเขาจะพิจารณาเสนอผู้พิพากษาฝ่าย “อนุรักษนิยม” มากขึ้นหลังจากแพ้คะแนนในศาลสูงครั้งนี้
    “นิว” บอกกับวีโอเอไทยหลังรู้ผลการตัดสินว่า
    “ไม่คาดหวังเลยว่าจะชนะ คาดหวังว่าจะแพ้ ถ้าพูดตรงๆ เพราะเรารู้กันอยู่ว่า ตุลาการส่วนมากจะ (มีแนวคิดทางการเมือง) ออกไปทาง republican ส่วนหัวหน้าคณะตุลาการ จอห์น โรเบิร์ตส เราคาดหวังว่าเขาจะเป็น swing vote (คะแนนเสียงที่คาดเดาได้ยาก) นะครับ
    เขาบอกว่า
    “ตกใจครับ แล้วก็กำลังตะลึง กำลังค่อยๆ คิดว่าหมายความว่าอย่างไรสำหรับชีวิตผมเอง สำหรับพันๆ คน และสำหรับ movement (ขบวนการเคลื่อนไหว) ของ immigration rights (สิทธิของผู้อพยพเข้าเมือง) ในอเมริกา เพราะว่านี่เป็นชัยชนะแรกที่ใหญ่ระดับนี้ตั้งแต่ทรัมป์มาเป็นประธานาธิบดี” 
    พ่อแม่ของ “นิว” เดินทางมาอเมริกาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว ในปี พ.ศ.2541 เพื่อหาช่องทางทำมาหากินและเริ่มต้นชีวิตใหม่ หลังจากที่ธุรกิจทำบ้านจัดสรรของพวกเขาในกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี พ.ศ.2540
    หลังจากนั้นก็พาลูกทั้งสามคน คือ คุณจิรายุทธ ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 9 ขวบ พร้อมพี่ชาย และพี่สาวมาอยู่ด้วย โดยไม่มีวีซ่าที่ถูกต้อง 
    นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ครอบครัวนี้ต้องคอยปิดบังสถานะของตัวเองมาตลอด 
    วีโอเอไทยเล่าว่าสามพี่น้องตระกูลลัทธิวงศกร ได้เข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยของรัฐ
    แต่ก็ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสหรือทรัพยากรบางอย่างได้ เช่น การขอทุนการศึกษาของรัฐ การกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา หรือการทำใบขับขี่ เพราะไม่มีวีซ่าที่ถูกต้อง และไม่มีหมายเลข Social Security ซึ่งเป็นหมายเลขประจำตัวที่ต้องใช้ทำธุรกรรมต่างๆ ในอเมริกา
    “นิว” เข้าร่วมโครงการ DACA ทันทีหลังจากที่มีการบังคับใช้ในปี พ.ศ.2555 
    สิทธิประโยชน์ของ DACA มีอายุครั้งละ 2 ปี และเปิดให้ต่ออายุได้ 
    แต่นั่นไม่ได้แปลว่าจะมีสิทธิ์เป็นพลเมืองของสหรัฐฯ อย่างถาวรแต่อย่างใด 
    นอกจากจะได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายแล้ว DACA ยังทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถเรียนหนังสือ และขอใบประกอบอาชีพ หรือ work permit ได้
    ด้วยเหตุนี้ “นิว” จึงได้เข้าเป็นนักเรียนแพทย์ ที่มหาวิทยาลัย University of California San Francisco หรือ UCSF ซึ่งเป็นสถาบันการแพทย์ชั้นนำของอเมริกา
    ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการเป็นนักเรียนที่ไม่มีวีซ่าคนแรกที่เรียนจบจากคณะแพทยศาสตร์ UCSF เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว 
    ปัจจุบันชายหนุ่มเชื้อสายไทยวัย 30 ปี เป็นแพทย์ฝึกหัดอยู่ที่โรงพยาบาล Zuckerberg San Francisco General Hospital and Trauma Center ในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย
    เป็นไปได้ไหมที่ทรัมป์จะไม่หยุดแค่นี้ คงจะต้องพยายามผลักดันเรื่องนี้ต่ออีก
    “นิว” ตอบวีโอเอไทยว่า
    “ถามว่ากลัวมั้ยว่าทรัมป์จะลองอีกทีนึง ผมคิดว่ามันก็มีความเป็นไปได้ ไม่มีใครพูดว่าจะไม่เกิดอีก แต่ที่เราชนะเคสนี้มาแล้ว ก็คือโชว์ว่า DACA เป็นโปรแกรมที่ได้รับการสนับสนุนเยอะมาก ตามกฎหมายมี legal backing (การรองรับทางกฎหมาย) ถ้าเกิดรัฐบาลของทรัมป์จะลองอีกที ต้องหา argument (ข้อโต้แย้ง) ที่ดีกว่านี้ ซึ่งเราเชื่อว่ามันไม่มี”
    เป็นอีกเรื่องที่ทรัมป์มาเกี่ยวกับคนไทยตรงๆ ...ส่วนเรื่องกระทบทางอื่นๆ นั้นต้องคอยดูผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพฤศจิกายนนี้.


วานซืน....... ๑๒๐ คณาจารย์ โผลหัวจากง่ามตูดเพนกวิน ออกมาหนุน ๑๐ ข้อเสนอ "ล้มสถาบันกษัตริย์" ที่เวทีธรรมศาสตร์ ของฮองเฮาเกศินี ที่นายปริญญาเป็นโปรโมเตอร์ เมื่อ ๑๐ สิงหา.

'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?