กดดันต่อรองไม่ได้! 'บิ๊กตู่'ลั่นเสนอชื่อรมต.มาต้องคัดกรอง/'ป้อม'รับนั่งหน.พปชร.


เพิ่มเพื่อน    


    “ประยุทธ์” ตอกหมุดแนวคิดไทยสร้างชาติ หนีระบบราชการไม่พ้น ย้ำการเมืองต้องแยกกับการบริหาร ลั่นไม่มีต่อรองเก้าอี้ได้ รับตอนนี้ยังไม่ปรับ ครม. แต่วันหน้าไม่แน่ ร้องเฮอะ!ทันควันหลัง “เต้ พระราม 7” ขอขึ้นแท่น "รมต.มงคลกิตติ์” ให้นายกฯ เคาะ ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็ไม่หนีหาย กกต.คึกคักสมาชิกพรรคเล็กแห่ลาออกจ่อจดตั้งใหม่ "บิ๊กป้อม" ตอบรับนั่งหัวหน้าพปชร.แล้ว จัดเต็มเพิ่มรอง หน.พรรคเป็น 9 คน บอกให้รักสามัคคี ทำงานให้ดีห้ามแตกแยก
    เมื่อวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ถึงกรณีจะมีการจัดกิจกรรมเนื่องในวันครบรอบ 88 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย.2475 ว่าเป็นเรื่องของประชาชน ก็ว่ากันไป ในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็มีกฎหมายอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปสั่งการใดๆ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลมาตลอด เขาไม่ได้ทำงานเป็นวันๆ
    เมื่อถามย้ำว่า เป็นวันเชิงสัญลักษณ์ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คิดว่าประชาชนส่วนใหญ่เขารู้ว่าอะไรเป็นอะไร และขณะนี้บ้านเมืองเป็นอย่างไร คิดว่าไม่ใช่เวลาที่จะทำให้เกิดความวุ่นวาย
    พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงแนวความคิดไทยสร้างชาติว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ ซึ่งแนวคิดไทยสร้างชาติคือการที่ทุกคนต้องทำงานร่วมกัน ที่ผ่านมาการมีส่วนร่วมในเรื่องการเมืองระหว่างรัฐบาลกับประชาชนก็มีอยู่แล้ว เช่น การเลือกตั้ง ทุกวันนี้ทุกอย่างมีระบบอยู่แล้ว เพียงแต่อย่าทำออกนอกระบบ ทุกอย่างมีกลไก หากไม่ไปร่วมการทุจริตก็ไม่เกิด ทั้งนี้ จะมีคนสองฝ่ายเสมอ ถามว่าไว้ใจนายกฯ หรือไม่ ถ้าไว้ใจก็ขอบคุณ แล้วถามว่านายกฯ ไว้ใจข้าราชการหรือไม่ ก็ไว้ใจ แต่บ้านเมืองยังมีโจรอยู่ จะทำอย่างไรให้โจรผู้ร้ายสิ้นไป การเมืองก็เช่นกัน หนีระบบราชการไม่พ้น เราก็ต้องทำให้ทุกคนเกิดความร่วมมือกัน ยอมรับว่าทุกวันนี้ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายการเมืองอยู่มาก และยืนยันด้วยตัวเองว่าไม่ได้ต้องการทุจริตใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ต้องการมีผลประโยชน์ใดๆ อยากทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย
    พล.อ.ประยุทธ์ยังชี้แจงถึงการให้นักการเมืองต้องก้าวข้ามเกมการเมืองว่า คำว่าเกมการเมืองในความหมายคือทำอย่างไรให้การเมืองกับการบริหารราชการแผ่นดินไม่มาพันกัน การบริหารราชการแผ่นดินคือกลไกเลือกตั้ง ส.ส.และมาเป็นรัฐบาล เป็นคณะรัฐมนตรี และเดินบริหารราชการแผ่นดินตามยุทธศาสตร์ชาติ ตามนโยบายที่ให้ไว้ 12 ข้อ เดินไปอย่างนี้ โดยให้มีประสิทธิภาพ ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ไม่มีการทุจริต นั่นคือการบริหารราชการแผ่นดิน
“การเมืองเป็นเรื่องของการเลือกกรรมการบริหารพรรค เรื่องการคัดเลือกใครเป็นรัฐมนตรีก็เป็นเรื่องของเขา อย่าเอาอันนั้นมาตีกันตรงนี้ จะเอาตรงนั้นมากดดันผมไม่ได้ เพราะผมเคารพในสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมืองอยู่แล้ว แต่บางส่วนผมจำเป็นต้องบริหารเอง เข้าใจหรือไม่ ไม่ใช่จะตั้งกันมาจนเกินคณะรัฐมนตรีแล้ว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นักการเมืองยังคงเคลื่อนไหวประเด็นการปรับ ครม. พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่า ยังไม่ปรับตอนนี้ ซึ่งข่าวปรับ ครม.ที่ออกมากันตอนนี้ก็ไปถามนักการเมืองคนที่พูดเอา และไม่มีใครไปยึดเก้าอี้ใคร 
    เมื่อถามว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ระบุว่าพร้อมเป็นรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า เฮอะ เอาเถอะ พร้อมสวนว่าเธอก็เป็นสิ เมื่อถามว่าข่าวการปรับ ครม.ตอนนี้ทำให้นายกฯ เสียสมาธิการทำงานหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ไม่หรอก ก็ยังดีอยู่ ยังมีกำลังใจจากประชาชน นักการเมืองหลายคนก็ดีกับตน คำว่าดีคือเขาร่วมมือดี คือพูดอะไรก็ฟังกัน ต่างคนต่างต้องฟังกัน 
"พี่ป้อม"คุมพปชร.แน่
    ถามว่าได้ให้กำลังใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่จะได้รับการเทียบเชิญไปเป็นหัวหน้าพรรคอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คิดว่าท่านมีกำลังของท่านดีอยู่แล้ว ท่านรับปากว่าหากจำเป็นต้องเป็นหัวหน้า พปชร. ท่านก็จะทำให้ดีที่สุด ท่านไม่เคยบอกว่าอยากเป็น แต่เมื่อถึงเวลาจำเป็นท่านอาจต้องเป็น ตนเองก็ทราบมาอย่างนี้
    เมื่อซักว่า มีข่าวว่า พล.อ.ประวิตรจะเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.เพื่อขัดตาทัพทำภารกิจบางอย่าง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ภารกิจบางอย่างคืออะไร เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่นายกฯ จะไปเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.ในอนาคต พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่ได้คิดอะไรเลย 
    “เป็นเรื่องของวิธีทางการเมือง ซึ่งมันก็มีอยู่แล้วในของเดิม แต่ทำอย่างไรมันจะลดราวาศอกกันลงบ้าง ซึ่งผมคิดว่าเขาก็ฟังผม นี้คือสิ่งที่ใครก็ตามที่ไปเป็นหัวหน้าพรรคก็ทำหน้าที่นี้ให้มันสงบเรียบร้อย ไม่ใช่ว่าทุกคนพยายามจะมีกลุ่มมีพวกกันเยอะๆ เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรอง มันไม่ใช่ มันเป็นเรื่องของพรรค จะเสนอหรือใครจะเป็นอะไร ก็ต้องเป็นเรื่องของพรรค และนายกฯ จะคัดกรองอีกที” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอบข้อถามว่าพรรคไม่ควรแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่าใช่ไหม
    เมื่อถามว่าจะมีการมาต่อรองอะไรกับ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่น่าได้ และเมื่อถามว่าได้คุยกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ แล้วหรือยัง เพราะมีข่าวว่าได้ไลน์คุยกัน นายกฯ กล่าวว่า กระแสข่าวใครเป็นคนเขียน เราบอกแต่เพียงว่ายังไม่ได้ปรับตอนนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ปรับในวันหน้า 
    ขณะที่ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธตอบคำถามถึงกระแสข่าวว่าจะเป็นหัวหน้าพรรค พปชร. 6 เดือน ว่ายังไม่ทันเป็นเลย ซึ่งกระแสดังกล่าวก็ต้องไปถามฉบับที่ลงข่าวนี้ดูเอาเอง 
ซักถึงกรณีพรรคเล็กระบุจะเสนอชื่อนายมงคลกิตติ์เป็นรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเล็ก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “อันนี้ไม่รู้ ใครจะเสนออะไร ไม่รู้ การปรับ ครม.เป็นเรื่องของนายกฯ คนเดียว บอกตั้งหลายครั้งแล้ว 
    นายสมคิดกล่าวถึงกรณีนายกฯ ไลน์ติดต่อว่าจะยังไม่มีการปรับ ครม.ในช่วงนี้ ว่าใครปล่อยข่าวก็ให้ไปถามคนนั้น
ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุขกล่าวในประเด็นนี้ว่า นายกฯ ยังไม่ได้แจ้งเรื่องปรับ ครม.เลย และพรรคก็ไม่ได้พูดคุยกัน ซึ่งพรรคก็ไม่มีปัญหา แต่ยังไม่รู้ว่าจะปรับเมื่อไหร่
    ด้านนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย แถลงว่า กลุ่มพรรคเล็กไม่เคยเรียกร้องให้ปรับ ครม. แต่ถ้ามีการปรับ ครม.ก็ควรใช้โอกาสนี้ให้พิจารณาพรรคเล็กเข้าไปร่วมทำงานในฐานะ 11 พรรครัฐบาล โดยให้ตัวแทนพรรคเล็ก เพราะกว่า 1 ปีที่ผ่านมา เราไม่มีรัฐมนตรีจาก 11 พรรคเลย จึงเสนอชื่อนายมงคลกิตติ์ จากผลงานในสภา และการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาประเทศ ซึ่งขณะนี้ใน 11 พรรค มีอย่างน้อย 7 พรรคให้การสนับสนุนนายมงคลกิตติ์ 
7 พรรคหนุน รมต.เต้
    นายพิเชษฐยืนยันว่า พรรคการเมืองชนาดเล็กที่เห็น 7 พรรค ประกอบด้วย 1.พรรคประชาธรรมไทย 2.พรรคไทยศรีวิไลย์ 3.พรรคไทรักธรรม 4.พรรคพลังชาติไทย 5.พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 6.พรรคพลังไทยรักไทย และ 7.พรรคประชานิยมประชาธิปไตย แต่ถึงที่สุดแล้วไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็ไม่เป็นไร และยังคงเป็นพรรคร่วมรัฐบาลตามเดิม เพราะเป็นอำนาจของนายกฯ ส่วนจะไปรวมกับพรรค พปชร.หรือไม่นั้น อะไรที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและช่วยให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ ก็พร้อม และเคยบอกรองนายกฯ ว่าอะไรที่ขับเคลื่อนไปได้ก็ต้องพิจารณา แต่ตอนนี้ยังเป็นพรรคการเมืองเล็กอยู่
    นายมงคลกิตติ์กล่าวในเรื่องนี้ว่า แล้วแต่ผู้ใหญ่ในพรรคเล็ก เพราะน่าจะเด็กสุดในกลุ่ม 11 พรรคเล็ก และแล้วแต่นายกฯ จะพิจารณา ส่วนปัจจุบันยังทำหน้าที่เป็น ส.ส.และกรรมาธิการอีกหลายคณะ ซึ่งยังทำหน้าที่ปกติเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และหากนายกฯ ไม่พิจารณาให้เป็นรัฐมนตรีก็ยืนยันยังอยู่กับรัฐบาลต่อไป 
    ด้านความเคลื่อนไหวที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังมีข่าวพรรคการเมืองขนาดเล็กเตรียมยุบพรรคเพื่อไปรวมกับพรรคใหญ่ ก็พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้าหลังสำนักงาน กกต.เปิดทำการ ก็มีสมาชิกพรรคการเมืองต่างๆ ทยอยเดินทางมายื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ขณะที่บางส่วนก็ได้ยื่นขอจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยนายสาโรจน์ เอียดขาว สมาชิกพรรคประชาธรรมไทย พร้อมสมาชิกพรรคเพื่อชาติ พรรคภูมิพลังเกษตรกรไทย พรรคประชาธิปัตย์ ประชาธรรมไทย เข้ายื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคต่อ กกต. รวมถึงสอบถามรายละเอียดและเอกสารในการจดจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ เนื่องจากประสงค์จะเข้ายื่นจดทะเบียนจัดตั้งพรรคไทยอารีราษฎร์ต่อ กกต.ในสัปดาห์หน้า 
    ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการนัดประชุมคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ได้เชิญ กก.บห.ประชุมในวันที่ 29 มิ.ย.2563 เวลา 13.30 น. โดยมีระเบียบวาระสำคัญคือ การอนุมัติผู้ที่สมัครสมาชิกพรรค และจะมีการรายงานจากนายทะเบียนพรรคถึงจำนวนสมาชิกที่ได้สมัครใหม่เป็นจำนวนมาก และที่สำคัญคือ คณะกรรมการทั้ง 15 คณะที่หัวหน้าพรรคได้แต่งตั้งให้ทุกคนมีส่วนร่วมมีหน้าที่ในแต่ละด้าน จะมารายงานต่อที่ประชุมถึงความคืบหน้าในเรื่องต่างๆ รวมทั้งรองหัวหน้าพรรค ที่รับผิดชอบดูแลภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร 
    “ที่บอกว่าจะมีกระบวนการเปลี่ยนหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค ขอยืนยันว่าไม่มี ทุกคนรู้วัฒนธรรมของพรรคดี เชื่อว่าทุกคนรักพรรค ขณะนี้พรรคมีผลงานจากการทำงานให้กับพี่น้องประชาชนมาก การช่วยหัวหน้าพรรคคือการช่วยพรรค เมื่อทุกคนรักพรรคก็ต้องช่วยหัวหน้าพรรคทำงานอย่างเต็มที่ ไม่มีใครที่จะสมหวังทั้งหมด ทุกคนอาจมีเหตุผลส่วนตัว แต่เหนือกว่าเหตุผลส่วนตัวคือพรรค” นายราเมศกล่าว 
"ป้อม"ตอบรับหน.พปชร.แล้ว
     ช่วงค่ำวันเดียวกัน นายวิรัช รัตนเศรษฐ​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ พรรคพลังประชารัฐ​ และประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า จากเดิมที่พล.อ.ประวิตรจะเดินทางมารับเทียบเชิญจาก ส.ส.ของพรรคในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ ที่ศูนย์ประชุมพรรคอาคารรัชดาวัน ตรงข้ามศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษกนั้น ได้มีการยกเลิกไปแล้ว โดยเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา แกนนำพรรค พปชร.คนสำคัญ อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ​ รมว.อุตสาหกรรม, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน​ รมว.ยุติธรรม, นายสันติ พร้อมพัฒน์​ รมช.การคลัง, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ​ รมว.ศึกษาธิการ, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังค​ม​, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์, ​ นายอนุชา นาคาศัย​ ส.ส.ชัยนาท, นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี, นายไพบูลย์ นิติตะวัน​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นต้น ได้รวมตัวกันเข้าเทียบเชิญ พล.อ.ประวิตรให้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย พล.อ.ประวิตรได้ตอบรับแล้ว
    "พล.อ.ประวิตรพูดกับแกนนำพรรคว่า ขอให้รักสามัคคี ทำงานให้ดี ห้ามแตกแยก และให้เป็นหนึ่งเดียว" นายวิรัชกล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุผลที่ พล.อ.ประวิตรไม่เดินทางไปที่ศูนย์ประชุมพรรคในวันที่ 23 มิ.ย.เพื่อให้ ส.ส.เทียบเชิญ เพราะวันดังกล่าวมีภารกิจจำนวนมาก รวมถึงดูเอิกเกริกเกินไป ขณะที่บรรยากาศการเทียบเชิญครั้งนี้เป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยมีช่วงหนึ่งพล.อ.ประวิตรได้ให้นายวิรัชและ ร.อ.ธรรมนัส ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวความขัดแย้งกันเคลียร์ใจกัน โดยทั้งคู่ได้จับมือและกอดกัน โดยต่างฝ่ายต่างแสดงปฏิกิริยาที่เป็นมิตรต่อกัน และตลอดระยะเวลาที่อยู่ในห้อง ทั้งนายวิรัชและ ร.อ.ธรรมนัสยืนติดกันตลอด รวมถึงตอนเดินออกจากห้องก็เดินพูดคุยกันตลอดทาง ขณะที่ พล.อ.ประวิตรยังได้ระบุ "คุณสองคนเป็นทหารเอกของผมทั้งคู่" 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐ วันที่ 27 มิ.ย. เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ ล่าสุด คณะทำงานศึกษารายละเอียดการเตรียมประชุมใหญ่พรรคและแก้ไขข้อบังคับพรรคที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรักษาการ กก.บห.เป็นประธาน ได้ปรับโครงสร้างใหม่ โดย กก.บห.ชุดใหม่จะมีเพียง 29 คน จากปัจจุบันมี 34 คน โดยข้อบังคับสามารถตั้ง กก.บห.ได้ไม่เกิน 45 คน ส่วนตำแหน่งสำคัญๆ พล.อ.ประวิตรจะมาเป็นหัวหน้าพรรค, นายอนุชา นาคาศัย จะมาเป็นเลขาธิการพรรค, นายสันติ พร้อมพัฒน์ จะเป็น ผอ.พรรค ส่วนรองหัวหน้าพรรคจากเดิม 4 คน จะเพิ่มเป็น 9 คน ประกอบด้วย 1.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 2.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 3.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 4.นายไพบูลย์ นิติตะวัน 5.นายวิรัช รัตนเศรษฐ 6.นายสุชาติ ชมกลิ่น 7.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 8.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และ 9.นายสันติ จะเป็นรองหัวหน้าพรรคควบ ผอ.พรรค
     ขณะที่การประชุมใหญ่วันที่ 27 มิ.ย. จะมีการเลือกเพียงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค นายทะเบียนพรรคและเหรัญญิก โดยนายทะเบียนและเหรัญญิกจะมีการเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ขณะที่ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคจะแต่งตั้งภายหลัง
    สำหรับการจัดเลือกตั้งซ่อมเขต 4 จ.ลำปางนั้น นายปกรณ์  มหรรณพ กรรมการการเลือกตั้ง  (กกต.) กล่าวว่า พอใจภาพรวม ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้น คงต้องรอการรายงานจากผู้ตรวจการเลือกตั้ง และรอการตรวจสอบว่ามีการทุจริตเลือกตั้งหรือไม่ แต่เบื้องต้นยังไม่มีเรื่องร้องเรียน       
     ขณะที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวเรื่องนี้ว่า ต้องขอบคุณชาวลำปางที่มาลงคะแนนเสียง โดยเฉพาะที่ให้กับพรรค พปชร. ต้องขอบคุณในความไว้วางใจ ส่วนที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ร้อง กกต.ให้ตรวจสอบเรื่องความโปร่งใสนั้น ก็เป็นเรื่องของ กกต. เป็นเรื่องทางกฎหมาย
    นายสมหมาย บุญเฮง หัวหน้าสาขาพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า พรรคขอบคุณคะแนนเสียงกว่า 30,000 คะแนน ที่เป็นคะแนนบริสุทธิ์ที่มอบให้พรรค แต่เราก็พ่ายแพ้ต่ออำนาจรัฐ อำนาจเงิน หลังจากนี้จะมีการรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานไปยัง กกต.ขอให้มีการตรวจสอบต่อไป
    ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ได้โพสต์ข้อความและคลิปภาพเหตุการณ์ที่อ้างว่ามีการซื้อเสียงในการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 4 ลำปาง โดยระบุว่า ได้พบกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ที่เพิ่งกลับมาจาก จ.ลำปาง และนำหลักฐานต่างๆ ที่รวบรวมมาให้ โดยเฉพาะคลิปซึ่งได้บอก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไปว่าเป็นหลักฐานที่สามารถนำไปร้องคัดค้านการเลือกตั้งที่ กกต.จังหวัดและ กกต.กลางได้ จึงหวังว่า กกต.กลางจะไต่สวนและสืบสวนข้อเท็จจริง ไม่ควรเร่งรีบประกาศผล เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม.


คอยฟังนะครับ! กรณี "สั่งไม่ฟ้อง" วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส เรดบูล" บัดนี้ คณะทำงานที่อัยการสูงสุดตั้งให้ตรวจสอบ "มีคำตอบ" แล้ว

บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'
'ซื้อเวลาได้-ซื้อศรัทธาไม่ได้'