เขาบอกว่าไทยจะฟุบยาว 2 ปี


เพิ่มเพื่อน    

    เมื่อวานผมอ้างถึง “วิจัยกรุงศรี” ที่ประเมินว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทยอาจจะเป็นรูป U หรือหากแย่กว่านั้นก็จะเป็นรูป L ซึ่งหนักหน่วงพอสมควร
    ถามว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับไปสู่ภาวะปกติก่อนโควิดได้เมื่อไหร่?
    วิจัยกรุงศรีระบุว่า การประเมินในกรณีฐาน กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะกลับไปสู่ภาวะปกติก่อนการระบาดของไวรัสในไตรมาสสุดท้ายของปี 2565
    โดยมีสมมติฐานว่าการดำเนินการด้านสาธารณสุขเพื่อตอบสนองต่อการระบาดของไวรัสมีประสิทธิภาพปานกลาง 
    คือสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ภายในครึ่งแรกของปี 2563 
    และไม่มีสัญญาณที่จะเกิดการระบาดรอบสอง 
    แต่การระบาดของไวรัสได้สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจรุนแรง และมีผลต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนอย่างมาก
    มองในระดับโลกเศรษฐกิจของประเทศหลัก ทั้งสหรัฐฯ จีน ยุโรป และญี่ปุ่น จะแตะระดับต่ำสุดในไตรมาสสองปีนี้ แต่ผลกระทบทางลบยังคงมีไปจนถึงปีหน้า
    การระบาดของโควิด-19 กระทบรุนแรงต่อภาคท่องเที่ยว และมาตรการล็อกดาวน์กระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จึงมีผลต่อเนื่องต่อการจ้างงานที่ลดลงและกำลังซื้อลดลง
    การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ทันการณ์ที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจโดยรวม จึงมีผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง และทำให้ฟื้นตัวช้า
    ภาคธุรกิจที่ต้องอาศัยการติดต่อของคนหรือการรวมตัวของคนจำนวนมากจะได้รับผลกระทบมากกว่า ในระยะเวลาที่นานกว่าด้วย ส่วนภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง จะยังไม่ฟื้นตัวมาที่ระดับปกติจนกว่าปีหน้าเป็นอย่างน้อย 
    ในช่วงไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ของปีนี้ เป็นช่วงการระบาดหนักของไวรัสและแตะระดับสูงสุด (peak) จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดในเดือนมีนาคม และลดลงมากในปลายไตรมาส 2
    การระบาดของไวรัสและมาตรการล็อกดาวน์กระทบต่อเศรษฐกิจรุนแรง ต้นทุนด้านแรงงานสูงขึ้น แต่ประสิทธิผลลดลง รายได้ที่ลดลง ข้อจำกัดในการเดินทาง และการขาดตอนของห่วงโซ่อุปทานของโลกและภายในประเทศ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม
    บทวิเคราะห์นี้บอกว่า ไตรมาส 3 และ 4 เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน แม้มีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ แต่เส้นทางการฟื้นตัวยังมีอุปสรรคหลายด้าน 
    ที่สำคัญคือยังมีมาตรการป้องกันและมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมที่ต้องปฏิบัติตาม 
    อุตสาหกรรมที่กิจกรรมต้องการสัมพันธ์กับคนตามปกติจะยังประสบกับความท้าทาย อีกทั้งความต้องการโดยรวมจะยังอ่อนแอและมีผลกระทบต่อทุกภาคธุรกิจ
    มองไปปีหน้า ไตรมาส 1 ปี 2564 ช่วงหลังโควิด-19 การระบาดของไวรัสจะทิ้งรอยแผลให้กับเศรษฐกิจ นอกจากสร้างผลกระทบอย่างทันทีแล้วการระบาดของไวรัสยังทิ้งแผลเป็นให้กับเศรษฐกิจไว้ด้วย คือ การว่างงานสูง และภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งยังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคน ภาคธุรกิจจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมใหม่และแสวงหาโอกาส
    “วิจัยกรุงศรี” บอกว่าการระบาดของไวรัสมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ 4 ช่องทางด้วยกัน คือ 
    1) ธุรกิจปิดตัวจากมาตรการล็อกดาวน์ 
    2) ความต้องการโดยรวมลดลง 
    3) การขาดตอนของห่วงโซ่อุปทานโลก และ 
    4) การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค 
    ภาคธุรกิจมีการตอบสนองต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแตกต่างกัน และแนวทางการตอบสนองจะเป็นตัวกำหนดเส้นทางการฟื้นตัวของแต่ละธุรกิจ
    “วิจัยกรุงศรี” ได้วิเคราะห์การฟื้นตัวของภาคธุรกิจจากข้อมูลเครือข่ายการผลิตโลกจาก Global Trade Analysis Project (GTAP) พบว่า ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจส่วนใหญ่มีความเป็นไปได้น้อยที่จะกลับสู่ภาวะปกติก่อนการระบาดของไวรัสก่อนปี 2565 
    ยกเว้นธุรกิจโรงพยาบาลและธุรกิจการผลิตอาหาร ที่จะกลับสู่ภาวะปกติก่อนการระบาดของไวรัสได้ในปี 2564
    ที่เห็นชัดคือธุรกิจขนส่งทางอากาศ โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ ศูนย์นันทนาการจะยังประสบกับความยากลำบากไปจนถึงปี 2564 
    เหตุเป็นเพราะรูปแบบความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไป และอาจใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัว ขณะที่ธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง และอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าจากก๊าซ ซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ อาจจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าธุรกิจอื่นๆ 
    วิจัยกรุงศรีระบุอีกว่า อุตสาหกรรมเกือบทั้งหมดของไทยได้รับผลกระทบรุนแรง โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมีถึง 26 อุตสาหกรรมจาก 60 อุตสาหกรรม หรือคิดเป็น 46.0% ของผลผลิตโดยรวม 
    โดยที่ 11 อุตสาหกรรม ซึ่งมีสัดส่วน 15.3% ของผลผลิตรวมจะไม่สามารถกลับมาสู่ภาวะปกติก่อนการระบาดของโควิด-19 ได้ ก่อนปี 2565 
    ขณะที่อีก 24 อุตสาหกรรม ซึ่งมีสัดส่วน 43.1% ของผลผลิตรวมได้รับผลกระทบปานกลาง มีเพียง 10 อุตสาหกรรม ซึ่งมีสัดส่วน 10.9% ในผลผลิตรวมเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบน้อย
    อ่านบทวิเคราะห์อย่างละเอียดนี้แล้วคำถามใหญ่ที่สุดสำหรับประเทศไทยคือ
    เรามียุทธศาสตร์ที่จะทำให้การฟื้นตัวเกิดขึ้นได้เร็วกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่าที่สำนักวิเคราะห์ทั้งหลายประเมินเอาไว้หรือไม่?.


คอยฟังนะครับ! กรณี "สั่งไม่ฟ้อง" วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส เรดบูล" บัดนี้ คณะทำงานที่อัยการสูงสุดตั้งให้ตรวจสอบ "มีคำตอบ" แล้ว

บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'
'ซื้อเวลาได้-ซื้อศรัทธาไม่ได้'