'เมียณัฐวุฒิ'ครวญเมื่อไหร่จะหลุดพ้นจากวงจรนี้สักที ตอนเด็กๆโกหกลูกว่าพ่อไปทำงานเลี้ยงแพะกับหมอเหวง


เพิ่มเพื่อน    

30 มิ.ย.63- เฟซบุ๊ก Noppakow Kongsuwan  ของนายนพเก้า คงสุวรรณ  นักเคลื่นไหวการเมือง โพสต์ข้อความว่า "เมื่อไหร่พี่จะหลุดพ้นจากวงจรนี้สักที? จนลูกพี่อายุเป็น 10 ขวบ ตอนเด็กๆพี่ยังโกหกลูกว่าพ่อไปทำงานเลี้ยงแพะกับหมอเหวงได้ แต่ตอนนี้ลูกพี่ถามพี่คำเดียวว่า รอบนี้กี่ปี?...."​

เสียงภรรยาณัฐวุฒิ หรือ "พี่แก้ม" ของน้องๆ หันมาคุยกับผม ระหว่างมาจัดการธุระที่เรือนจำ ซึ่งในวันนี้ มีแต่เพียงทนายความเท่านั้น ที่เข้าเยี่ยมเหล่าแกนนำ นปช. ที่ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี 8 เดือน ในคดีปิดล้อมบ้านสี่เสาเทเวศน์ได้ เนื่องจากระเบียบกักตัวโควิด 14 วัน

"การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เป็นภาระกิจการต่อสู้รูปแบบหนึ่ง ฝากบอกคนข้างในเขาด้วย ต้องห้ามป่วย ไม่ใช่เพราะตัวพวกคุณเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการแข็งแรงเพื่อส่วนรวม" คำพูดนี้คือคำพูด ของ "ธิดา ถาวรเศรษฐ" วัย 76 ปี ภรรยาหมอเหวง ที่ฝากผ่านเข้าไปในถึง "สามี" และทุกคนเรือนจำ

ผมพยายามเก็บตกข่าวของพวกเขาเหล่านี้ เพื่อไม่ให้เลือนหายไปจากสังคมไทย ไม่ใช่เพียงติดคุกถึงที่สุดแล้วลืมกันไป เพราะอย่างน้อย พวกเขาเหล่านี้ก็คือส่วนหนึ่งของ "ต้นทาง" หรือ "ผู้เริ่มต้น" ขบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทย หลังมีการรัฐประหาร 2549

ย้อนไปเมื่อปี 2553 หลังการ "กระชับพื้นที่" แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ทั้งณัฐวุฒิ หมอเหวง วีระ และวิภูแถลง เคยเดินทางมาสู่แดนสนธยาแห่งนี้ และใช้ชีวิตในเรือนจำฟรีๆ กว่า 9 เดือน ในคดีก่อการร้าย ที่ศาลชั้นต้นได้ทำการยกฟ้องไป

หากจะนับว่าการเข้าคุกครั้งนี้ คือครั้งที่เท่าไหร่ ของแต่ละคน นี่คือครั้งที่ 3 ของณัฐวุฒิ และ วิภูแถลง คือครั้งที่ 3 ของหมอเหวง ในวัย 69 ปี หากนับ เมื่อปี53 กับ หลังเหตุการณ์ล้อมบ้านสี่เสา และครั้งที่ 6 ของวีระกานต์ มุสิกพงศ์ ในวัย 72 ปี

เราอาจจะ "มาร์คจุดเข้มๆ" ไว้ได้เลยว่า การติดคุกของพวกเขาเหล่านี้ ไม่ใช่เพราะเป็นคดียาเสพติด ฆ่าคน ลักวิ่งชิงปล้น หรือคอรัปชั่นแผ่นดิน แต่พวกเขาติดคุก ในคดีที่มีผลจากการต่อสู้ทางการเมือง ตามความเชื่อของพวกเขาเอง นั่นคือ "ประชาธิปไตย"

คนจำนวนมาก ในช่วง นปช.เคยเคลื่อนไหว อาจจะไม่ชอบ หรือมีท่าทีขยะแขยง​ แต่พวกเขาเหล่านี้ก็ไม่หวั่น เชิดหน้าชูตา เดินตามอุดมการณ์ของตนแม้ต้องโทษติดคุก และไม่คิดหนี

หากจะเปรียบสภาวะของคนเหล่านี้ในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร ถ้าถามผม ผมคงนึกภาพของพวกนักรบ ที่รบมาเป็น 10 ปี มีแผลเต็มตัว หน้าไม่หล่อ คอไม่เกลี้ยง ซึ่งอาจจะไม่ถูกจริตหลายๆคนในเมือง ผู้ดีชนชั้นกลาง-อีลีต เมื่อพบเห็น

แต่บาดแผลเหล่านี้ มันเต็มไปด้วยสิ่งที่สามารถอธิบายได้ทั้งความผิดพลาด และประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ ผ่านทั้งชัยชนะเล็กๆ (ที่นานๆจะมาสักครั้ง)​ และความพ่ายแพ้ สลับกันไป ที่คนรุ่นใหม่สามารถจะเรียนรู้จากพวกเขาได้อย่างดี

ปิดท้ายเรื่องเล่านี้ ด้วยความดีใจของ อ.ธิดา ที่กลั้นความอายไว้ต่อหน้าผู้คน เมื่อมีคนมาบอกว่า "หมอเหวงจำวันครบรอบแต่งานครบ 39 ปี ในวันที่ 24 ก.ค. นี้ได้ครับ" ซึ่งแกกล่าวตอบแก้เขินว่า "ต๊าย ฉันยังจำไม่ได้เลย"

เรื่องเล่าจากเรือนจำ มีแต่เพียงเท่านี้ เบื้องต้นทนายให้ข่าวกับสื่อมวลชน ระบุว่า "ทุกคนสบายดี ณัฐวุฒิขอบคุณทุกคน โดยเฉพาะนักวิชาการ และคนรุ่นใหม่ ที่กล้าเขียนถึง" เขา" มนุษย์ผู้มีแผลจากการต่อสู้ทางการเมืองอย่างฉกาจฉกรรจ์​ ในโซเชียลมีเดีย"....