ส่งออกติดลบ 22.5% เดือนก่อน ยังไม่แน่ว่าเป็นจุดต่ำสุด!


เพิ่มเพื่อน    

 

           ถ้าการท่องเที่ยวยังไม่กลับมาเหมือนเดิมในอีกปีสองปี ส่งออกจะมีทางฟื้นได้เร็วกว่าไหม?

            นี่คือคำถามใหญ่สำหรับประกอบการวิเคราะห์ว่า อัตราโตเศรษฐกิจของประเทศจะฟื้นจากที่คาดว่าจะติดลบเกือบ 10% ในปีนี้อย่างเป็นกิจจะลักษณะในปีไหน

            ถ้าเครื่องยนต์สองเครื่องของเศรษฐกิจไทยยังละล้าละลัง ไม่สามารถวิ่งเต็มสูบได้ ก็แปลว่าเรายังต้องอยู่ในสภาพคนป่วยต่อไปอีก...จะยาวนานเท่าไหร่อยู่ที่ความอึดของโควิด-19 หรือความสามารถของนักวิจัยที่จะค้นพบวัคซีน

            คุณพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ แถลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การส่งออกไทยในเดือนพฤษภาคมมีมูลค่า 16,278 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ติดลบ 22.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้การส่งออกในช่วง 5 เดือนของปีนี้  (ม.ค.-พ.ค.63) มีมูลค่า 97,899 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ติดลบ 3.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

            แต่ถ้าดูลงไปในรายละเอียดจะเห็นภาพที่น่ากลัวมากกว่านั้น

            ถ้าหักตัวเลขการส่งออกสินค้าเกี่ยวกับน้ำมัน ทองคำ และอาวุธ จะพบว่าตัวเลขส่งออกในเดือน พ.ค.63 ติดลบ 27.19%

            หากพิจารณาเป็นรายกลุ่มสินค้าจะพบว่า การส่งออกรถยนต์และส่วนประกอบ ติดลบ 62.6%

            น้ำมันสำเร็จรูป ติดลบ 42.4%

            เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ติดลบ 39.5%

            เครื่องจักรและส่วนประกอบ ติดลบ 37%

            เคมีภัณฑ์ ติดลบ 30%

            และเม็ดพลาสติก ติดลบ 26.7% เป็นต้น

            สถิติชุดนี้หมายความว่ามูลค่าส่งออกเดือน พ.ค.63 ต่ำสุดในรอบ 4 ปี นับจากเดือน เม.ย.59

            เป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำสุดในรอบ 130 เดือนหรือในรอบกว่า 10 ปี นับจากเดือน ก.ค.52

            สาเหตุมาจากผลกระทบของโควิดที่ชัดและมีนัยสำคัญ เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ประกอบกับมูลค่าส่งออกเดือน พ.ค.62 อยู่ที่ 21,015 ล้านดอลลาร์

            เมื่อฐานเดิมสูงก็ทำให้ส่งออกติดลบสูง โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมหลายตัวหดตัวมาก เพราะมีปัญหาการขนส่งหรือโลจิสติกส์เพราะการปิดประเทศของหลายๆ ชาติ

            ไม่เพียงแต่การส่งออกเท่านั้นที่หดตัวอย่างมาก การนำเข้าในเดือน พ.ค.มีมูลค่า 13,584 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ติดลบ 34.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

            ทำให้การนำเข้าในช่วง 5 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.63) มีมูลค่า 88,808 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ติดลบ  11.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

            ขณะที่ในเดือน พ.ค. ไทยเกินดุลการค้า 2,694.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และทำให้ 5 เดือนของปีนี้  (ม.ค.-พ.ค.63) ไทยเกินดุลการค้า 9,090.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

            มองไปข้างหน้า กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่าการส่งออกไทยไม่น่าจะต่ำไปกว่าเดือน เม.ย.-พ.ค.แล้ว แต่นั่นเป็นเพียงการประเมินสถานการณ์ในภาพกว้าง เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้วขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะฟื้นเมื่อไหร่ และต้องอยู่ในภายใต้เงื่อนไขที่ว่าจะต้องไม่มีการระบาดของโควิดรอบใหม่ หรือมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์เพิ่มเติม

            ตัวเลขการนำเข้าที่หดตัว 34.41% เป็นการหดตัวของการนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบ ทำให้คาดว่าการส่งออกไทยในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้าจะยังไม่ฟื้นตัว

            เมื่อเงินบาทเริ่มกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง การฟื้นตัวก็จะมีปัญหาหนักขึ้นเช่นกัน

            ประโยคเด็ดของคุณพิมพ์ชนกที่เฝ้าติดตามตัวเลขอย่างใกล้ชิดเพื่อวางยุทธศาสตร์การค้าของกระทรวงนั้น สะท้อนความเป็นจริงที่ว่าไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า

            เธอบอกว่า "การฟื้นตัวของการส่งออกจะเป็นรูปอะไร เราคงไม่คิดไปถึงตรงนั้นแล้ว ซึ่งตอนนี้น่าจะต่ำสุดแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะฟื้นตัวเมื่อไหร่"

            ชุดตัวเลขที่น่าสนใจอีกด้านหนึ่งคือ ถึงแม้ว่าการส่งออกเดือน พ.ค.63 จะหดตัวค่อนข้างมาก แต่จะพบว่าการส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้ากลุ่มอาหารกลับมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 22% ของมูลค่าการส่งออก จากเดิมที่มีสัดส่วน 15-16%

            จึงมีคำแนะนำว่า ผู้ส่งออกไทยจะต้องเน้นไปที่การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและอาหารให้มากขึ้น

            และต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อโควิดในกระบวนการผลิตและโรงฆ่าสัตว์ หลังจากมีข่าวในต่างประเทศว่ามีการติดเชื้อโควิดจากโรงฆ่าสัตว์

            เพราะความไม่แน่นอนสูงสำหรับทั้งปี 63 สนค.จึงไม่ได้ตั้งเป้าหมายตัวเลขส่งออกไว้ เพราะถึงแม้จะตั้งเป้าหมายก็คงไม่มีความหมายในทางปฏิบัติแต่อย่างใด...เพราะอาจจะพลาดไปจนหน้าแตกได้

            แต่เธอบอกว่าจากการคำนวณเบื้องต้น หากการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้กลับมามีมูลค่าเฉลี่ย  1.7-1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน การส่งออกปี 63 จะติดลบ 5%

            แต่หากตัวเลขดีกว่านั้น การส่งออกจะติดลบน้อยลง

            พอมีคนถามว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้สถานการณ์โควิดกระเตื้องเพื่อให้การส่งออกดีขึ้น...คำตอบตรงไปตรงมาที่สุดในยามนี้คือ

            สวดมนต์ภาวนา!

            (พรุ่งนี้: วิกฤตินี้ไม่เหมือนวิกฤติใดในอดีต)


มีข่าวสารจากเยอรมัน สำนักข่าวต่างประเทศยักษ์ใหญ่หลายเจ้ารายงานตรงกัน  รัฐบาลเยอรมันชี้แจงต่อกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรเยอรมันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา .......ยืนยันไม่พบการกระทำใดๆ ในลักษณะที่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ 

'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก