เฮ BEM ใจดีตรึงราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึงสิ้นปี


เพิ่มเพื่อน    


1 ก.ค.63-นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ BEM กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง บริษัทฯ เห็นใจและห่วงใยทุกคนในสถานการณ์เช่นนี้ จึงขอแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน ด้วยการคงอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าMRT สายสีน้ำเงิน ไว้เท่ากับอัตราเดิม คือเริ่มต้น 16 บาท สูงสุด 42 บาท ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 63 

ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทานของรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน กำหนดให้มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารใหม่ทุกๆ 2 ปี โดยใช้วิธีคำนวณบนพื้นฐานการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาผู้บริโภค ซึ่งอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะครบกำหนดการบังคับใช้ตามสัญญาในวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 อัตราค่าโดยสารใหม่เริ่มต้น 17 บาท สูงสุด 42 บาท โดยสถานีที่ 1, 4, 7 และ 10 จะมีอัตราค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 1 บาท ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตามในส่วนของทางด่วน BEM ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ ในทางด่วน 3 สาย “ทางพิเศษเฉลิมมหานคร-ศรีรัช-อุดรรัถยา” ทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ 19 วัน ในเดือนกรกฎาคมนี้ใช้ทางด่วนฟรีจำนวน 3 วันได้แก่วันที่ 5 กรกฎาคม เป็นวันอาสาฬหบูชา วันที่ 6 กรกฎาคม วันเข้าพรรษา และวันที่ 28 กรกฎาคม เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

นอกจากนี้ BEM ยังได้ลดค่าผ่านทางพิเศษ ที่ "ด่านอาจณรงค์ 1" จากทางพิเศษฉลองรัช เข้าทางด่วนขั้นที่ 1 ไปบางนา ในอัตรา 25 บาท ต่อเที่ยว สำหรับรถทุกประเภท โดยรถ 4 ล้อ ปกติ 50 บาท ลดเหลือ 25 บาท รถ 6-10 ล้อ ปกติ 75 บาท ลดเหลือ 50 บาท และรถ มากกว่า 10 ล้อ ปกติ 110 บาท ลดเหลือ 85 บาท เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 63 -30 มิถุนายน 2564ในด้านปริมาณผู้ใช้ทางด่วนและผู้โดยสารรถไฟฟ้า 

นานสมบัติกล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลและความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดีทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดลดลงจนเป็นศูนย์ โดยปัจจุบันปริมาณผู้ใช้ทางด่วนกลับมาเกือบจะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยภาพรวมอยู่ที่ล้านสองแสนคันต่อวัน ปริมาณผู้โดยสารที่ใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกลับมาประมาณ 60% หรือประมาณ 250,000 เที่ยวคน/วัน คาดว่าตั้งแต่เปิดเทอมวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ปริมาณผู้ใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอีก สถานการณ์น่าจะปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญก็คือการร่วมมือกันของประชาชนทุกคนที่ไม่ประมาทการ์ดไม่ตกไม่ให้เชื้อไวรัสโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดซ้ำอีก


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส