ถ้าโจ ไบเดน คว่ำทรัมป์ โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร?


เพิ่มเพื่อน    

                 ถ้าสหรัฐฯ จัดเลือกตั้งประธานาธิบดีวันนี้ โจ ไบเดน แห่งพรรคเดโมแครตจะเขี่ยโดนัลด์ ทรัมป์ ที่นั่งเก้าอี้ทำเนียบขาววันนี้ค่อนข้างแน่นอน

                โพลหลายสำนักของสหรัฐฯ ให้คะแนนนิยมไบเดนโดดเด่น นำทรัมป์ 10-12% ในภาพรวมส่วนใหญ่

                ล่าสุดผมเห็นนิตยสาร The Economist ของอังกฤษเปิดรายงานพิเศษ เกาะติดความนิยมของไบเดนกับทรัมป์อย่างละเอียดถี่ยิบชนิดวันต่อวันและแยกย่อยวิเคราะห์กันทุกเม็ดทีเดียว

                พอเปิดมา บทวิเคราะห์ของเขาก็ประกาศว่าไบเดนชนะทรัมป์แน่...โดยเน้นไปที่คะแนน Electoral College ที่เป็นตัวตัดสินว่าใครชนะใครแพ้ ไม่ใช่คะแนนรวมหรือ Popular Votes เท่านั้น

                แนววิเคราะห์ของนิตยสารอังกฤษฉบับนี้บอกว่าไบเดนจะได้ระหว่าง 246-415 ขณะที่ทรัมป์จะได้ 123-292

                เส้นตัดสินใครแพ้ใครชนะอยู่ที่ 270

                ผมสนวิธีการวิเคราะห์ของ The Economist เพราะไม่ใช่อเมริกัน แต่เขาจับเอาข้อมูลและการสำรวจความเห็นในระดับท้องถิ่นตลอดไปถึงระดับชาติมาผสมผสานเพื่อประเมินให้ใกล้กับความเป็นจริงที่สุด

                “ด้วยโมเดลของเรา เราปรับเปลี่ยนผลทุกวันด้วยข้อมูลอัพเดตล่าสุด โดยเอาผลโพลในระดับรัฐและระดับชาติของสหรัฐฯ พร้อมกับดัชนีเศรษฐกิจเพื่อทำนายผลการเลือกตั้งในฉากทัศน์ต่างๆ...จุดตรงกลางคือแนวพยากรณ์ของเราว่าด้วยคะแนน Electoral College ของคู่แข่งทั้ง 2 คน ณ วันเลือกตั้ง....” คือคำอธิบายวิธีการคำนวณ

                เช่นสัปดาห์ที่แล้ว วันที่ผมกดเข้าไปตรวจสอบคำทำนายล่าสุด เขาให้ไบเดนได้ 347 และทรัมป์ 191

                แต่ในวันเดียวกันนั้นโมเดลนี้ให้ไบเดนได้คะแนนรวม หรือ Popular Votes 54.3% ขณะที่ทรัมป์ได้ 45.7%

                เขาประเมินว่าถึงวันเลือกตั้ง ไบเดนจะได้ 54.1% และทรัมป์ได้ 45.9%

                แหล่งข้อมูลที่ไหลเทเข้ามาทุกวันมาจาก

                US Census Bureau

                MIT Election and Data Science Lab

                2016 Cooperative Congressional Election Study

                US Bureau of Economic Analysis

                American National Election Studies

                270towin.com

                Gallup

                FiveThirtyEight

                YouGov

                ที่ทรัมป์ต้องกังวลมากเป็นพิเศษคือกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช กลุ่มใหญ่ได้ประกาศว่าจะสนับสนุนไบเดน ไม่เอาทรัมป์

                ถ้ากลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรครีพับลิกันแสดงจุดยืนโหวตข้ามพรรคอย่างนี้ ทรัมป์มีสิทธิ์จะแพ้เลือกตั้งได้จริงๆ

                ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ มีความสำคัญต่อทั้งโลก และสำหรับประเทศไทย ใครชนะใครแพ้ที่อเมริกาครั้งนี้จะมีผลต่อการวางนโยบายต่างประเทศหลักของเราอย่างสูง

                จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย ไม่เฉพาะรัฐบาลที่จะต้องเกาะติดและวางแนวทางของการปรับทิศทางของประเทศให้ดี

                เพราะปัจจัยของผลกระทบอันรุนแรงจากโควิด-19 ประกอบกับการเติบใหญ่ของจีนที่กำลังกระทบกระทั่งกับสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์นั้นย่อมแปลว่าเราต้องเลือกแนวทางนโยบายต่างประเทศอย่างระมัดระวังและชาญฉลาด

                ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ รอบนี้จะมีผลต่อทิศทางความร่วมมือระหว่างมหาอำนาจอย่างยิ่ง

                ทรัมป์ได้ทำลายความสัมพันธ์ดั้งเดิมกับพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นเอเชียหรือยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขตการค้าเสรีหรือองค์กรระหว่างประเทศ เช่น WTO หรือ WHO และ Paris Agreement

                ผลกระทบต่อไทยเรา เพราะความแปรผันของนโยบายทรัมป์มีหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการค้าและการลงทุน รวมไปถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงและด้านเทคโนโลยี

                มิหน้ำซ้ำ ทรัมป์ยังใช้นโยบายสกัดจีนทุกๆ ด้าน ทำให้ไทยตกอยู่ในฐานะลำบากที่ถูกกดดันให้ต้องเลือกข้าง

                การต้องเลือกข้างในภาวะที่โลกกำลังปรับเปลี่ยนอย่างหนักหน่วงและรุนแรง และในสถานการณ์โรคระบาดที่ทับซ้อนกับสงครามการค้า และสัญญาณของ “สงครามเย็นรอบใหม่” อย่างนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

                แต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไทยเราจะต้องทบทวนทิศทางของนโยบายของเราโดยการระดมความคิดและทรัพยากรทุกๆ ด้านของประเทศเพื่อวางแนวทางใหม่

                ให้มี Post-Covid Public Policy ที่จะรวมถึงนโยบายทั้งในและต่างประเทศที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

                เป็นความท้าทายที่กระทรวงต่างประเทศไม่อาจจะเป็นกลไกของการประเมินสถานการณ์และวางยุทธศาสตร์ของชาติในอนาคตได้อีกต่อไป

                การเมืองสำคัญเกินกว่าที่เราจะปล่อยให้เป็นเรื่องของนักการเมืองแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ฉันใด

                นโยบายต่างประเทศก็สำคัญเกินกว่าที่จะปล่อยเป็นเรื่องของกระทรวงต่างประเทศแต่เพียงกลไกเดียวเช่นกัน.


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส