ทฤษฎีสมคบคิด วัคซีนควบคุมมนุษย์กับอันตรายที่แท้จริง


เพิ่มเพื่อน    

 

        ทั่วโลกกำลังจดจ่อกับการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 มีข่าวคืบหน้าเป็นระยะ โดยเฉพาะวัคซีนหลายตัวจากสหรัฐกับจีน เกิดกระแสแข่งขันว่าประเทศใดจะสำเร็จก่อน

                Novavax เป็นบริษัทวิจัยแห่งหนึ่งของสหรัฐที่ปรากฏเป็นข่าว ล่าสุดรัฐบาลสหรัฐให้งบประมาณอุดหนุนถึง 1,600 ล้านดอลลาร์ แต่ที่บริษัทนี้น่าสนใจไม่ใช่เพราะความคืบหน้าเรื่องวัคซีน แต่เกี่ยวข้องกับแผนใส่ไมโครชิปในวัคซีนเพื่อควบคุมมนุษย์ของบิลล์ เกตส์

ทฤษฎีสมคบคิด Novavax :

                ข้อเท็จจริงคือเมื่อกันยายน 2015 มูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation ให้เงินอุดหนุนบริษัท Novavax 89 ล้านดอลลาร์เพื่อวิจัยวัคซีนต้านไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) สอดคล้องกับนโยบายขององค์การอนามัยโลก อย.สหรัฐ (FDA) สนับสนุนโครงการนี้เช่นกัน

                ไวรัสนี้ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ เป็นปัญหากับเด็ก เงินอุดหนุนดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 แต่อย่างไร

                บางคนตีความว่า บิลล์ เกตส์ รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดโควิด-19 ความจริงคือโลกเผชิญเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไวรัสโคโรนาตัวใหม่เสมอ ถ้ายังจำได้ในรอบ 20 ปีโลกเผชิญโรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome : SARS) ไข้หวัดนกหลายรอบ ไข้หวัดหมู เชื้อทุกตัวที่เอ่ยถึงเป็นเชื้อใหม่จากธรรมชาติ จากการกลายพันธุ์ที่เชื้อโรคกลายพันธุ์อยู่เสมอ (เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ สร้างปัญหาเชื้อดื้อยา) แน่นอนว่าเชื้อโรคโควิด-19 ไม่ใช่ไวรัสใหม่ตัวสุดท้ายแน่นอน

                เมื่อโควิด-19 เป็นปัญหาระดับโลก Novavax ได้รับเงิน 388 ล้านดอลลาร์จาก Coalition for Epidemic Preparedness and Innovation (CEPI) ก่อตั้งโดยบิลล์ เกตส์ เพื่อวิจัยวัคซีนต้านโควิด-19 พวกเชื่อทฤษฎีสมคบคิดตีความว่ามนุษย์สร้างเชื้อโรคโควิด-19 เป็นแผนควบคุมโลกของบิลล์ เกตส์ ใส่ไมโครชิปในวัคซีนเพื่อควบคุมมนุษย์ทั้งโลก (ไม่เฉพาะสหรัฐ) ด้วยชิปดังกล่าวสามารถติดตามเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

                อันที่จริงแล้วเศรษฐีทั่วโลกหลายคนให้เงินอุดหนุนวิจัย ไม่ทราบว่าต้องตีความว่ามหาเศรษฐีทั่วโลกร่วมมือกันหรือไม่

                หากตีความตามทฤษฎีสมคบคิด ถ้าวัคซีนนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อควบคุมมนุษย์ เท่ากับว่ารัฐบาลทรัมป์มีส่วนร่วมกับแผน กำลังจะควบคุมคนอเมริกันและผู้ใช้ทั่วโลก ใช่หรือไม่

                ดูเหมือนว่าคนอเมริกันยังงงๆ อยู่ ส่วนพวกแพทย์ นักวิทยาศาสตร์เห็นดีเห็นงามด้วย

                ถ้าวัคซีนของ Novavax ผลิตออกมาเมื่อไหร่ หลายประเทศจะตรวจสอบว่ามีไมโครชิปหรือไม่

                ทฤษฎีสมคบคิดจะจริงหรือไม่ มีคนอยากพิสูจน์แน่นอน  และต้องพิสูจน์อยู่เสมอ เพราะมีข้ออ้างใหม่เกิดขึ้นเรื่อย เช่น ไวรัสโควิด-19 มากับเสาส่งสัญญาณ 5G หลายคนไม่เห็นด้วยแต่ก็มีบางคนคิดว่าเป็นเช่นนั้น แม้กระทั่งคนอเมริกัน คนยุโรป

ความสับสนวัคซีนเสร็จปีนี้ปีหน้า :

            สแตนลีย์ เอิร์ก (Stanley Erck) ประธานบริษัท Novavax กล่าวว่า ด้วยเงินสนับสนุนจากรัฐบาล บริษัทสามารถผลิตและเริ่มส่งมอบวัคซีน 100 ล้านชุดในไตรมาส 4 ปีนี้ หากได้งบประมาณเพิ่มอีกจะขยายโรงงานผลิตวัคซีน บริษัทมีแผนตั้งโรงงานผลิตในต่างประเทศด้วย

                คำพูดว่าจะได้ใช้วัคซีนในปลายปีนี้ สอดคล้องกับประธานาธิบดีทรัมป์ และเมื่อเดือนที่แล้วองค์การอนามัยโลกคาดว่าภายในปีนี้อาจผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ได้ 200-300 ล้านชุด

                แต่สวนทางกับท่าทีของ อย. ไม่กี่วันก่อนสตีฟเวน ฮาน (Stephen Hahn) ผอ.อย.สหรัฐย้ำว่าทุกฝ่ายเร่งเต็มที่แต่ฟันธงไม่ได้ จะเสร็จเมื่อไหร่ขึ้นกับการวิจัยซึ่งฟันธงไม่ได้ (การวิจัยคือการทดลองทางวิทยาศาสตร์อาจได้ผลหรือไม่ได้ผล ไม่มีใครรู้)  แอนโทนี เฟาซี (Anthony Fauci) ผู้มีบทบาทสูงต่อการควบคุมโควิด-19 ในสหรัฐ ชี้ว่าฟันธงไม่ได้เช่นกัน

                ประเด็นวัคซีนจะแล้วเสร็จปีนี้หรือไม่จึงต้องตามต่อไป

                ที่เป็นไปแล้วคือ ไม่ว่า Novavax จะสามารถผลิตวัคซีนในปีนี้หรือไม่ ข่าววัคซีนทำให้หุ้นบริษัทพุ่งทะยานจาก 4 ดอลลาร์ สู่ระดับ 100 ดอลลาร์ในเวลา 6 เดือน

ตรรกะการพัฒนาวัคซีน :

            นักวิชาการบางคนตีความการพัฒนาวัคซีนของจีนในแง่ลบ ให้ภาพว่ารัฐบาลจีนเข้าแทรกแซงต่างจากรัฐบาลชาติตะวันตก เน้นสนับสนุนบริษัทยาเอกชน ชี้ว่ารัฐบาลจีนพัฒนาวัคซีนโดยใช้ความร่วมมือใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานกองทัพ สถาบันวิจัยของรัฐและรัฐวิสาหกิจ นักวิชาการเหล่านี้พูดเป็นนัยเน้นว่ารัฐบาลจีนใช้ระบบควบคุมจากส่วนกลาง เป็นวิธีที่ไม่เหมาะสม วิธีแบบคอมมิวนิสต์

                คำถามคือโรคระบาดโควิด-19 ควรเป็นวาระแห่งชาติหรือไม่ ควรเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนหรือไม่ อันที่จริงแล้วเป็นความร่วมมือระดับโลกด้วยซ้ำ องค์การอนามัยโลกเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง มีแต่รัฐบาลทรัมป์ที่ถอนตัวออกจากองค์การอนามัยโลก ในขณะที่นานาชาติกำลังร่วมมือกัน เห็นพ้องต้องกันว่าความร่วมมือคือหนทางที่ถูกต้องดีที่สุด เป็นอีกครั้งที่อเมริกาทำตัวแปลกแยก โดดเดี่ยวตัวเองใช่หรือไม่

                การจะเร่งช่วยชีวิตคน เร่งให้เศรษฐกิจสังคมกลับสู่ปกติผิดตรงไหน ไม่เหมาะสมตรงไหน รัฐบาลจีนใช้วิธีผนึกกำลังผนึกทรัพยากรทั้งชาติ มีชีวิตประชาชนกว่า 1,300 ล้านคนเป็นเดิมพัน (ยังไม่รวมหากประเทศอื่นๆ ใช้วัคซีนจีน) หรือว่าควรปล่อยให้ระบาดโดยเสรี บาดเจ็บล้มตายโดยเสรี

                ถ้าจะพูดข้อเสียของระบอบสังคมนิยมย่อมทำได้ แต่เป็นคนละเรื่องกับการผนึกกำลังทั้งชาติ

อันตรายที่แท้จริงจากโควิด-19 :

                ถ้ามองข้ามทฤษฎีสมคบคิดวัคซีนควบคุมมนุษย์ มีอันตรายร้ายแรงที่หลายคนอาจยังไม่ตระหนัก

                ผู้นำประเทศ นักการเมืองหลายคนพยายามพูดว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่หายเอง เสียชีวิตน้อยมาก แต่ไม่พูดว่าป่วยด้วยโควิด-19 แล้วอาจไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติอีก มีปัญหาตามมามากมาย

                เป็นความจริงที่ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่เจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย หลายคนหายเอง องค์การอนามัยโลกชี้ว่าประมาณร้อยละ 20 เท่านั้นที่อาการหนักต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อัตราเสียชีวิตคิดจากยอดรวมทั้งโลกราวร้อยละ 4.5 (หรือต่ำกว่านี้) ส่วนใหญ่เป็นคนสูงวัย มีโรคประจำตัวบางอย่างโดยเฉพาะเบาหวาน              ความจริงที่มักไม่พูดคือผู้ป่วยร้อยละ 10 ที่หายจากโควิด-19 จะมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา ที่พบบ่อยคือทรมานกับอาการอ่อนแรง ปวดกล้ามเนื้อ วิงเวียนศีรษะ ความผิดปกติของระบบประสาทและอื่นๆ เป็นเวลานาน ต้องกินยาประคองสุขภาพ ที่สำคัญคือร่างกายอาจไม่แข็งแรงเหมือนเดิมอีกต่อไป มีผลต่อการทำงานการใช้ชีวิต ใครจะแต่งงานกับคนที่มีปัญหาสุขภาพ มีกี่บริษัทที่จะรับคนงานที่เจ็บออดๆ แอดๆ หากเป็นเสาหลักของบ้านจะส่งผลต่อครอบครัวอย่างไร

                นี่คือเรื่องที่ต้องตระหนัก ต้องเข้าใจ

                ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีข้อมูลอาการป่วยอื่นๆ ที่อาจเป็น เช่น คันตามผิวหนัง สูญเสียการรับกลิ่น อยู่ดีๆ ก็มีไข้ขึ้นเป็นระยะ เสี่ยงเป็นโรคหัวใจ ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำ คนเหล่านี้มักมีปัญหาเป็นโรคซึมเศร้าตามมา

                ต้องตระหนักว่าโควิด-19 เป็นโรคใหม่ มีข้อมูลอีกมากที่โลกไม่รู้ คำถามอีกมากที่รอคำตอบ รวมทั้งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

                การป้องกันไม่ให้ติดโรคยังเป็นแนวทางที่ดีที่สุด และอย่าคิดว่าเป็นผู้นำประเทศ เป็นผู้มีชื่อเสียงแล้วจะปลอดโรคเพราะโดนไปแล้วหลายคน ใครรู้ตัวว่าป่วยควรรีบตรวจสอบว่าคนใกล้ชิดอีกกี่คนที่ป่วยด้วยก่อนจะลุกลามป่วยทั้งบ้านทั้งเมือง นี่คืออีกภัยร้ายของโควิด-19 ที่จริงแท้แน่นอน ไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิด.

---------------------

ภาพ : ราคาหุ้นของ Novavax

ที่มา : https://www.marketwatch.com/investing/stock/nvax

---------------------

 


วันก่อน........ "เพนกวิน" โพสต์ "พวกเราไม่ใช่ 'เด็ก' ของใคร" หมายถึงที่ปลุกระดม "ล้มเจ้า" ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง พวกเขาคิดกันเอง-ทำกันเอง ว่างั้น!

ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน