เลือกตั้งสิงคโปร์ : รัฐบาล ถูกปฏิเสธ 'เช็คเปล่า'


เพิ่มเพื่อน    


    ผลเลือกตั้งสิงคโปร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาสะท้อนความจริงท่ามกลางวิกฤติโควิดหลายประการ เช่น
    1.ประชาชนยังต้องการรัฐบาลเดิมบริหารประเทศให้ผ่านวิกฤติ แต่ด้วยความเชื่อใจที่ลดน้อยลง
    2.ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องการมี “ความเห็นหลากหลาย” มากขึ้นในรัฐสภา
    3.ที่เชื่อว่าในยามวิกฤติ ผู้คนจะแห่กันแสวงหา “ความปลอดภัย” (flight to safety) ด้วยการเทคะแนนให้พรรครัฐบาลไม่จริงเสมอไป
    4.ที่กลัวว่าในยามวิกฤติ ประชาชนจะทิ้งฝ่ายค้าน หันไปหาผู้มีอำนาจจนฝ่ายค้านในรัฐสภา “สูญพันธุ์” (Wipe-out) ก็ไม่จริงเช่นกัน
    เพราะผลเลือกตั้งครั้งนี้มีตัวเลขที่น่าสนใจมากคือ
    พรรค PAP ของรัฐบาลได้ 83 จาก 93 ที่นั่ง ด้วยคะแนน 61.24% ซึ่งร่วงหล่นลงมาจากการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2015 ถึง 8.7%
    ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว พรรครัฐบาลได้ 83 ที่นั่ง จากทั้งหมด 89 ที่นั่ง
    คะแนนของพรรครัฐบาลครั้งนี้สูงกว่าเมื่อปี 2011 เล็กน้อย เพราะคราวนั้นได้ 60.1%
    และผลเลือกตั้งปี 2011 ถือว่าเป็นครั้งที่แย่ที่สุดสำหรับ PAP ตั้งแต่ตั้งพรรคมา
    ฝ่ายค้านคือ Workers’ Party กระโดดจาก 6 ที่นั่งในสภา มาเป็น 10 ที่นั่ง ถือเป็นผลงานน่าประทับใจ
    แม้แต่นายกฯ หลี่ เสียนหลง ยังยอมรับว่าการที่พรรคฝ่ายค้านได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงว่าคนสิงคโปร์ต้องการ “ความหลากหลาย” ในสภาอย่างชัดเจน
    แกยอมรับด้วยว่าผลการเลือกตั้งออกมาอย่างนี้ แม้พรรครัฐบาลจะยังได้รับอาณัติให้บริหารประเทศผ่านวิกฤติไปให้ได้ แต่ก็ “สะท้อนถึงความเจ็บปวดและความอึดอัดเพราะวิกฤติโควิด” เช่นกัน
    พูดง่ายๆ คือคนสิงคโปร์ต้องการจะส่งคนเข้าไปตรวจสอบเพื่อถ่วงดุลอำนาจของพรรค PAP มากกว่าเดิม พรรคฝ่ายค้านหลักได้คะแนนเพิ่มในเขตเลือกตั้งที่แข็งแกร่งของตัวเองคือ Aljunied GRC และ Hougang SMC โดยได้คะแนนเพิ่มจากการเลือกตั้งครั้งก่อนถึงประมาณ 10%
    แต่ที่สร้างความประหลาดใจและช็อกพรรครัฐบาลเต็มๆ คือการที่พรรค WP สามารถเอาชนะได้ที่เขตเลือกตั้ง Sengkang GRC แบบทิ้งห่างคู่แข่งด้วยซ้ำไป


    พรรคตั้งใหม่ที่น้องชายนายกฯ ชื่อ หลี่ เสียนหยาง เข้าร่วมด้วยคือ Progress Singapore Party (PSP) แม้จะไม่ได้ที่นั่งเลย แต่ก็สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการแพ้พรรค PAP ที่เขตเลือกตั้ง West Coast GRC เพียง 4% ถือว่าเป็นการเปิดตัวพรรคฝ่ายค้านพรรคใหม่ที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยเลย
    หากติดตามโซเชียลมีเดียของสิงคโปร์ช่วงก่อนเลือกตั้งก็พอจะเห็นสัญญาณได้ว่าคนรุ่นใหม่ของประเทศนั้นเรียกร้องต้องการความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
    ฝ่ายค้านหลักคือ WP สามารถระดมคนรุ่นใหม่มาเป็นผู้สมัครและเป็นอาสาสมัครช่วยหาเสียงได้อย่างค่อนข้างคึกคัก
    ข้อเสนอในแง่นโยบายแก้วิกฤติของพรรคฝ่ายค้านได้รับการตอบสนองที่ดีจากประชากรออนไลน์ที่ดูจะมีผลต่อผลการเลือกตั้งไม่น้อย
    แนวทางการหาเสียงของฝ่ายค้านที่ได้ผลคือ การเตือนคนสิงคโปร์ว่าจะต้องไม่ให้เสียงฝ่ายค้านสูญพันธุ์ในยามวิกฤติ
    ตรงกันข้าม ฝ่ายค้านเรียกร้องให้คนรุ่นใหม่มาลงคะแนนเสียงเพื่อส่งตัวแทนเข้าสภาเพื่อถ่วงดุลอำนาจของพรรค PAP ที่มีอำนาจล้นเหลือเกินควร
    ฝ่ายค้านบอกว่าประชาชนต้องไม่ยื่น “เช็คเปล่า” หรือ blank cheque ให้กับรัฐบาลในการใช้จ่ายเพื่อนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤติ
    “เช็คเปล่า” หมายถึงการยอมให้รัฐบาลใส่ตัวเลขงบประมาณเท่าไหร่ก็ได้ตามที่ตัวเองเห็นควร โดยไม่มีการตรวจสอบและซักถามจากฝ่ายค้าน
    ดูเหมือนวิธีการหาเสียงแนวนี้ของฝ่ายค้านได้ผลไม่น้อย
    เพราะคนรุ่นใหม่ออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างคึกคัก
    กรณีของเขตเลือกตั้ง Sengkan GRC เป็นตัวอย่างว่าคนรุ่นใหม่ต้องการจะส่งสัญญาณเตือนไปถึงรัฐบาลด้วยการเลือกฝ่ายค้านอย่างเห็นได้ชัด
    เขตนี้มีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงกว่า 60% ที่มีอายุต่ำกว่า 45 ปี 
    ผลการหย่อนบัตรให้พรรค WP 52.13% ทั้งๆ ที่ทีมของพรรค PAP นำโดยผู้นำแรงงานคนดัง Ng Chee Meng ที่พรรคเคยเชื่อว่า “นอนมา” แน่ๆ
    พรรครัฐบาลหาเสียงด้วยการเน้น “จงหย่อนบัตรให้พรรคที่ปกป้องชีวิตคุณ, งานการของคุณและอนาคต”
    ฝ่ายค้านปลุกระดมให้ผู้ใช้สิทธิ์ออกมาลงคะแนนให้พวกเขา เพราะ “เราต้องการฝ่ายค้านที่จะถ่วงดุลอำนาจของรัฐบาลในยามวิกฤติเช่นนี้”
    โควิด-19 เขย่าการเมืองทุกระดับจริงๆ.


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส