'หญิง รฐา'ดึงประสบการณ์จริง เล่นบทแม่ใจร้าย


เพิ่มเพื่อน    

 

          คุ้นหน้าคุ้นตากันดีสำหรับ หญิง-รฐา โพธิ์งาม สาวผู้มากความสามารถ แสดงมาแล้วแทบทุกบทบาท ซึ่งไม่ว่าจะเล่นบทไหนก็เอาอยู่ติดตาตรึงใจคนดูได้ตลอด และกับละครเรื่องไฟสิ้นเชื้อ ทางช่องจีเอ็มเอ็ม25 หญิง รฐาก็จัดหนักจัดเต็มความร้อนแรง ร้ายมาแรงใส่ แค้นไม่หยุด ในบทวิชุดา อีกหนึ่งความยากและซับซ้อนที่เธอต้องทำการบ้านอย่างหนัก พร้อมเผยประสบการณ์บางอย่างคล้ายตัวเองกับแม่

          หญิง รฐา เผยว่า “สิ่งที่ยากคือเราต้องส่งความซับซ้อนของตัวละครแบบชั้นเดียวที่ว่า ฉันเกลียดแกนะ หญิงก็อยากให้มีมากกว่านั้น ไม่อยากให้เป็นแค่ละครแย่งผัวแย่งเมียกันอย่างเดียว อยากให้มีสายสัมพันธ์ของความเป็นพี่น้องกันอยู่ ซึ่งเวลาเล่นกับหยาดเราก็เชื่อจริงๆ นะว่าเขาเป็นน้องเราแล้วหยาดเขาเล่นลึก อินเนอร์ส่งมาถึงเราเต็มๆ  ส่วนบทบาทความเป็นแม่จริงๆ หญิงรับบทแม่มาเยอะนะคะ ซึ่งทั้งที่เราก็ยังไม่ได้มีประสบการณ์ตรงนี้ ร้อยเปอร์เซ็น เพียงแต่ว่าเราอาจจะเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะใกล้ชิดกับแม่ และยิ่งเป็นลูกผู้หญิงด้วย

          เพราะฉะนั้นเวลาเข้าฉากกับน้องพลอย (ภัชธร ธนวัฒน์) ที่เล่นเป็นลูกสาว เราก็ยิ่งเข้าใจตัวละคร มากขึ้น เราเคยมีความรู้สึกแบบนี้นะ เบื่อจังเลย อยากไปกับเพื่อน อยากประชดไปเลย ไม่ต้องทำอะไรก็ได้ เราก็เลยค่อนข้างเข้าใจตัวละครที่เราเล่นด้วย เพราะเราก็เคยมีชีวิตอยู่กับแม่สองคน มีช่วงทะเลาะกับแม่ ไม่เข้าใจกัน หญิงผ่านโมเม้นต์แม่ลูกมาเยอะมาก ความรู้สึกตอนที่เราอยู่มัธยมไปดูหนัง แล้วแม่โทรมา 20 มิสคอล ตอนนั้นเรารู้สึกว่า อะไรของแม่ แค่ออกมาดูหนังเอง แต่ในขณะเดียวกัน แม่ก็รู้สึกว่า หายไปไหนนานเป็นชั่วโมง โทรไปก็ไม่รับสาย โดนอุ้มไปไหนหรือเปล่า

          คือเราผ่านมาแล้วในมุมของการเป็นลูก แต่ในฐานะของการเป็นแม่จริงๆ ในมุมแบบนี้เราไม่เคยมี แต่เราเข้าใจ เราจำความรู้สึกที่แม่เขาน่าจะรู้สึกแบบนี้กับเรา มันก็เป็นแฟลชแบ็คบางอย่างที่สามารถเอามาใช้ในละครได้ค่ะ บวกกับน้องพลอยที่มาเล่นเป็นลูกเราเขาเล่นดีมาก หญิงยังพูดกับพลอยเลยว่า ทุกครั้งที่หญิงหันไปเห็นหน้าพลอย หญิงจะรู้สึกว่านี่มันเราตอนมัธยม เรารู้สึกว่าเราเห็นตัวเองในเขา โดยรูปร่างหน้าตาเราเชื่อว่าเขาเป็นลูกเรา ถ้าเรามีลูกวันหนึ่ง ถ้าลูกเราโต ลูกเราก็คงประมาณนี้แหละ เขาเล่นได้ถึงจนเรารู้สึกได้ว่าเขาเป็นลูกเราจริงๆ “

 

 

 

 


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ