'สุริยะใส' สะท้อนสังคมเกิดเอกภาพปมอัยการไม่ฟ้องลูกกระทิงแดง ทางรอดเดียวรัฐบาลต้องปฏิรูปยุติธรรม


เพิ่มเพื่อน    

27 ก.ค.63 - นายสุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง "มุมมองทางสังคม...กรณีสั่งไม่ฟ้องบอส กระทิงแดง" โดยมีเนื้อหาดังนี้ ปรากฏการณ์ทางสังคมจากกรณีที่อัยการฯสั่งไม่ฟ้องคดีบอส กระทิงแดงนั้น เป็นปรากฎการณ์ที่สั่นคลอนและไม่ไว้วางใจต่อกระบวนการยุติธรรมรุนแรงที่สุดอีกครั้งหนึ่งในสังคมไทย อาจจะรุนแรงมากกว่าทุกครั้งด้วยซ้ำไป เพราะข้อพิรุธเบื้องหน้า เบื้องหลัง กระทั่งคำถามมากมายถูกตีแผ่ เปิดโปง ผ่านโซเชียลอย่างเข้มข้น

ที่สำคัญในห้วงยามที่การเมืองมีความขัดแย้งแตกแยก แต่เรากลับเห็นสุ้มเสียงของสังคมไม่ว่าฝ่ายไหน ขั้วใดก็ตามพุ่งเป้า ตั้งคำถามไปยังการทำงานของตำรวจและอัยการว่ายังสามารถผดุงความยุติธรรมให้กับบ้านนี้เมืองนี้ได้หรือไม่

แม้แต่ผู้คนที่ออกแรงเชียร์รัฐบาลอยู่ในแถวหน้า ยามนี้ก็อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามเรียกร้องให้รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อคืนความยุติธรรมให้กับระบบยุติธรรมของชาติ

ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และไฟไหม้ฟางแน่นอน เพราะผู้คนในสังคมที่แม้กำลังประเชิญหน้ากับความขัดแย้งแตกแยกทางความคิดแบบเรื้อรังมายาวนานก็ตามที แต่กับเฉพาะเรื่องนี้ความเห็นกับเป็นเอกภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกันทุกกลุ่ม ทุกขั้ว ทุกฝ่ายความคิดต่างใจจดใจจ่อเฝ้าดูว่ารัฐบาลจะสร้างความกระจ่างในเรื่องนี้กันอย่างไร

เอกภาพในความคิดของผู้คนในสังคม เกิดขึ้นโดยพลันในเรื่องนี้ จึงไม่ใช่น้ำผึ้งหยดเดียวอีกต่อไป แต่เป็นน้ำผึ้งในโถใบใหญ่ที่สังคมกำลังสาดใส่ผู้เกี่ยวข้องโดยตรง

และถ้ารัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรืออัยการฯ จะใช้วิธีลดกระแสด้วยการตั้งกรรมการพวกเดียวกันเองตรวจสอบกันเอง แล้วหาข้อยุติกันเอง โดยไม่สนใจความแคลงใจของสาธารณะก็ต้องบอกว่างานนี้ตายหมู่ได้ชนิดที่อาจจะไม่มีใครนั่งเศร้าโศกเสียใจด้วยซ้ำไป

ทางรอดเดียวที่จะทำให้รัฐบาลจบเรื่องนี้ได้ ต้องฉวยใช้สถานการณ์ในขณะนี้ตัดสินใจอย่างกล้าหาญปฏิรูประบบยุติธรรม โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำที่เกี่ยวโยงกับภาระหน้าที่ของตำรวจหรือพนักงานสอบสวนและอัยการฯว่า เราจะปล่อยให้องค์กรที่ทำหน้าที่ตั้งต้นตัดสินความผิดของผู้คน ทำหน้าที่หรือใช้อำนาจแบบไม่ยึดโยงกับหลักคุณธรรมและความยุติธรรมได้อย่างไร?

ข้อเสนอเรื่องปฏิรูปตำรวจปฏิรูปอัยการฯ หรือการปฏิรูประบบยุติธรรมทั้งระบบมีพิมพ์เขียวมากมาย แต่รัฐบาลนี้ยังไม่นำพา หวังว่ารัฐบาลจะไม่มองข้ามและชะล่าใจคิดเอาว่าเดี๋ยวเรื่องก็เงียบหายกันไปเหมือนคดีไม่อุทธรณ์คุณพานทองแท้

เอาหละ! ต่อให้เป็นเช่นนั้นจริง เรื่องนี้ก็จะยังถูกหยิบมาประจานประเทศได้ว่ามันเกิดขึ้นในรัฐบาลที่มีการตั้งกรรมการปฏิรูปมากที่สุด และในยุคที่รัฐธรรมนูญเรียกกันว่าฉบับปราบโกง

แนวคิด "รวมไทยสร้างชาติ" ที่นายกฯชักชวนคนไทย จะมีความหมายอะไร ถ้าชาติไม่เอื้ออำนวยให้กับทุกคน ทุกชนชั้น เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม อย่างเสมอหน้าและเท่าเทียมกัน


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.