ถ้าไทยตกอันดับส่งออกข้าว จากที่ 1 เป็นที่ 4?


เพิ่มเพื่อน    

          ไทยเคยเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลก...แต่ตัวเลขล่าสุดบอกว่าเราถูกอินเดียและเวียดนามเขี่ยตกไปอยู่อันดับ 3 แล้ว

            และหากเราไม่ระวังอาจโดนจีนดันเราหล่นไปอันดับ 4 ก็ได้

            เป็นสถานการณ์ที่ต้องทำให้เราต้องปรับยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ...โดยแปรวิกฤติแห่งโควิด-19 เป็นโอกาสแห่งการปรับกลยุทธ์การส่งออก

            สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเผยยอดส่งออกข้าวครึ่งปี 63 ทำได้เพียง 3.14 ล้านตัน ลดลง 32% มูลค่า  2,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลด 12%

            สาเหตุสำคัญคือผลผลิตข้าวไทยลดลง

            ขณะเดียวกันโควิดก็ทำให้กำลังซื้อหด

            อีกทั้งบาทแข็งก็ทำให้ความสามารถในการแข่งขันแผ่วลง

            มีผลฉุดอันดับของไทยหล่นลงมาอยู่ที่ 3 รองจากอินเดียและเวียดนาม

            ผู้ส่งออกข้าวปรับเป้าทั้งปีเหลือ 6.5 ล้านตัน ซึ่งเท่ากับต่ำสุดในรอบ 20 ปี

            หากเป็นเช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้ว่าจีนอาจเขี่ยไทยตกไปอยู่อันดับ 4 ของโลกได้

            คุณเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย บอกนักข่าวว่าสาเหตุที่การส่งออกข้าวของไทยลดลงนั้น นอกจากปัญหาภัยแล้ง การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กระทบต่อกำลังซื้อ ค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่งแล้ว ก็ยังมีประเด็นพันธุ์ข้าวไทยในปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค

            ผลที่น่าเป็นห่วงคือ ประเทศผู้ซื้อรายสำคัญอย่างฟิลิปปินส์และมาเลเซียหันไปซื้อข้าวจากเวียดนามเพิ่มขึ้น

            โดยเฉพาะข้าวพันธุ์พื้นนุ่ม ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด

            ที่ต้องจับตาอีกด้านหนึ่งคือ จีนกำลังจะเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายสำคัญแข่งกับไทย

            ที่น่ากลัวคือ จีนสามารถพัฒนาพันธุ์ข้าวได้หลากหลาย สามารถเพิ่มผลิตต่อไร่และส่งออกได้สูงขึ้นทุกปี จนแย่งตลาดข้าวไทยในตลาดแอฟริกาใต้ไปได้แล้วบางส่วน

            จีนทำราคาต่ำกว่าข้าวไทย ขายเพียง 310-320 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน

            จีนส่งออกได้แล้ว 3 ล้านตัน เริ่มเจาะตลาดของไทย

            ถ้าข้าวไทยไม่มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ผลผลิตต่อไร่ยังต่ำ ค่าแรงยังสูง ต้นทุนสูงกว่าคู่แข่ง สิ่งที่จะตามมาก็คือการส่งออกข้าวไทยจะหดตัวต่อเนื่อง อาจไม่ติด 1 ใน 3 ของประเทศผู้ส่งออกข้าวโลกได้

            สมาคมฯ ได้ปรับคาดการณ์ปริมาณส่งออกข้าวปี 2563 ใหม่ ลดลงจากเดิม 7.5 ล้านตัน เหลือ 6.5  ล้านตัน มูลค่าประมาณ 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ต่ำสุดในรอบ 20 ปีนับตั้งแต่ปี  2543 ที่มีการส่งออกข้าวปริมาณ 6.148 ล้านตัน

            คุณเจริญบอกว่าสมาคมฯ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนายุทธศาสตร์ข้าวไทยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางยุทธศาสตร์ข้าว 10 ปี

            โดยจะให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาพันธุ์ข้าว โดยเฉพาะข้าวขาวพื้นนุ่มซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด        

            พ่อค้าส่งออกเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเร่งกระตุ้นการขึ้นทะเบียนพันธุ์ข้าว เพื่อนำมาใช้ในการแข่งขันในตลาดโลก

            อีกทั้งขอให้ช่วยดูแลและผลักดันการทำตลาดข้าว และดูแลค่าเงินบาทเพื่อให้เอกชนแข่งขันได้

            คุณชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย บอกว่าการปรับเป้าหมายการส่งออกข้าวในปีนี้เหลือ 6.5 ล้านตัน แบ่งเป็นข้าวขาว 2.4 ล้านตัน ข้าวนึ่ง 1.2 ล้านตัน ข้าวหอมมะลิ  1.8 ล้านตัน ข้าวหอมไทย 0.8 ล้านตัน และข้าวเหนียว 0.3 ล้านตัน

            ช่วงที่เหลือของปีนี้จะต้องส่งออกให้ได้ปริมาณ 3.5 ล้านตัน เฉลี่ยเดือนละประมาณ 6 แสนตัน

            คาดว่าอันดับการส่งออกข้าวไทยจะตกลงมาอยู่ที่ 3 ถูกเวียดนามแซงหน้าไทยขึ้นไปอยู่อันดับที่ 2  และอินเดียอยู่อันดับที่ 1

            เขายอมรับว่าข้าวไทยไม่สามารถสู้กับคู่แข่งได้ ทั้งพันธุ์ข้าวและค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น

            มีผลให้ข้าวไทยแพงกว่า 30-80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ห่างกับคู่แข่งมาก

            ยิ่งเจอภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ผู้นำเข้าก็ต้องการที่จะซื้อข้าวราคาถูกลง

            นี่คือ "วิกฤติข้าว" ที่ต้องบริหารแบบวิกฤติ ไม่ใช่ทำแบบระบบราชการเหมือนเดิม

            เห็นพายุใหญ่กำลังพัดมาทางนี้แล้ว ถ้ายังหวังพึ่งพารั้วผุๆ ของเก่าต่อไปคงจะพังแน่นอน.

 

 


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ