'พุทธิพงษ์'ฮึ่มยอมไมได้! 'ล่วงเกินสถาบัน-ละเมิดสิทธิผู้อื่น'ดำเนินคดีแน่


เพิ่มเพื่อน    

10 ส.ค. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีช่วงเช้าวันเดียวกัน (10 ส.ค.) จะมีการชุมนุมหน้ารัฐสภาของม็อบ 2 กลุ่ม ระหว่างม็อบที่มีอดีตแกนนำ กปปส. กับกลุ่มคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างในทางการเมืองเป็นเรื่องปกติที่มีมาโดยตลอด สิ่งหนึ่งที่จะเรียนคือ การใช้โอกาสในการสื่อสารในส่วนของโซเชียลมีเดีย อยากจะให้ระมัดระวัง เพราะได้ติดตามมาอย่างใกล้ชิด บางข้อมูลเป็นข้อมูลที่บิดเบือนความจริง ทำให้มีคนเข้าใจผิด อาจทำให้รู้สึกโกรธ สับสน ไม่เข้าใจ การออกมาชุมนุมแสดงสิทธิ์ของตัวเองในพื้นที่ปลอดภัยและได้รับอนุญาตไม่ผิดกฎหมายยังถือว่าสามารถทำได้ 

แต่สิ่งที่วันนี้ทุกคนต้องช่วยกันคือ เราเห็นแตกต่างทางการเมืองได้ แต่ไม่ควรล่วงเกินหรือละเมิดสิทธิ์ของคนอื่น รวมไปถึงสถาบันหลักของประเทศ ตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่เฉพาะของรัฐบาล ดีอีเอส แต่เป็นหน้าที่ของประชาชนคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกันปกป้องคุ้มครองสถาบันหลักของประเทศ ประเทศเรามีวันนี้ได้ก็มีที่มาที่ไป มีหลายเรื่องที่เราควรเรียนรู้ ในส่วนเรื่องความเห็นต่างทางหน่วยงานด้านความมั่นคงก็ช่วยดูแลไม่ให้เกิดการปะทะ และอยู่ในกรอบของกฎหมาย  

“ยืนยันว่าความเห็นต่างเป็นสิ่งปกติในทางระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องระมัดระวัง การละเมิดสิทธิคนอื่น และสถาบันหลักของประเทศ ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ว่าใครก็คงจะยอมไม่ได้” นายพุทธิพงษ์ ระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลว่าทั้ง 2 ม็อบจะเผชิญหน้ากันหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า คิดว่าเป็นไปได้น้อย เพราะทั้งสองฝั่งก็มีนักคิดของตัวเอง ทุกคนแสดงความเห็นต่างกันทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ แต่ว่าการปะทะกันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลย ในอดีตที่ผ่านมาหลายยุคหลายสมัย การปะทะกันทำให้เกิดความเสียหายและสูญเสีย คิดว่าเราควรแสดงออกแบบคนรุ่นใหม่โดยใช้เหตุและผล ทั้งการใช้ผ่านโซเชียลมีเดียหรือแสดงออกผ่านทางการชุมนุม ตนพยายามติดตามดูว่าถ้าไม่ผิดกฎหมาย ไม่ไปละเมิดหรือก้าวล่วงสถาบันหลักก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าไปละเมิดยืนยันว่าจะดำเนินคดีอย่างแน่นอน 

ส่วนขณะนี้มีบัญชีผู้ใช้ที่จะดำเนินคดีเท่าไรนั้น รมว.ดีอีเอส กล่าวว่า ขณะนี้เราเปิดช่องทางออนไลน์ให้ประชาชนส่งข้อมูล เช่น เว็บเพจที่นำเสนอข้อมูลไม่ถูกต้อง ในระยะเวลา 7 วันที่ผ่านมามีเข้ามาประมาณ 3 พันเรื่อง ส่งศาลไปแล้ว 700 กว่าเรื่อง หากศาลมีคำสั่งออกมาเราจะดำเนินการไปยังแพลตฟอร์มต่างประเทศเพื่อให้ปิดหรือลบตามคำสั่งศาล ทั้งนี้ ปกติเวลาเราส่งไปให้แพลตฟอร์มต่างประเทศ หากเขาไม่แก้ไขจะปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น แต่วันนี้เราใช้มาตรา 27 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560  หากไม่ดำเนินการภายใน 15 วัน เราจะดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มต่างประเทศนั้นๆ โดยวันนี้จะเป็นวันแรกที่เราจะส่งจดหมายเตือนไปให้กับแพลตฟอร์มต่างประเทศ เพราะที่ผ่านมาอีกฝ่ายไม่ได้เคารพหรือดำเนินการตามคำสั่งศาลของไทย เราต้องเดินต่อให้สุด ประเทศไทยเราเคารพและจะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ตนหรือกระทรวงไม่ได้คิดเองทำเอง  

เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้แจ้งไปยังแพลตฟอร์มต่างประเทศแล้วหรือยัง รมว.ดีอีเอส กล่าวว่า จากวันนี้นับไปอีก 15 วัน เราจะดูว่ามีกี่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมที่มีคำสั่งศาลแล้ว หากแพลตฟอร์มไม่ยอมดำเนินการเราจะดำเนินคดี มีทั้งโทษอาญาและโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท นอกจากนี้ ยังมีการปรับรายวันไม่เกิน 5 พันบาท  

เมื่อถามย้ำ เป็นไอพี แอดเดรส ที่อยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า มีทั้งสองแบบ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ สำหรับในประเทศไทยส่วนใหญ่จะให้ความร่วมมือ เพราะกฎหมายไทยจะดำเนินการชัดเจน แต่ในต่างประเทศอาจจะไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายไทย อย่างไรก็ตาม เราจะดำเนินคดี เพราะไม่สามารถที่จะปล่อยต่อไปได้อีกแล้ว  

ส่วนกรณีที่แกนนำม็อบที่สนับสนุนรัฐบาล ถูกเชื่อมโยงว่าเคยเคลื่อนไหวกับ กปปส. มาก่อนนั้น นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้อธิบายยาก เพราะเวลาเราไปอยู่ในที่ที่มีคนเยอะๆ เราไม่ได้รู้จักทุกคน บางคนอาจจะเดินอยู่ข้างหลัง ตนเห็นแล้วที่มีการนำภาพออกมาเปิดเผย แต่ยืนยันว่าโอกาสที่รู้จักกันมีน้อยมาก และบางทีก็ไม่รู้จักกัน ทั้งนี้ ต้องไปตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวพันหรือเชื่อมโยงอะไรกันหรือไม่ ปัจจุบันนักสืบออนไลน์ก็มีติดตามกันเยอะแยะอยู่แล้ว วันนี้ต้องให้ความเป็นธรรม อีกอย่างคือ เมื่อเวลาผ่านไปคนก็เปลี่ยนไปสนับสนุนใครก็ได้ เพราะเป็นสิทธิของทุกคน วันนี้เขาอาจจะอยู่กับเรา แต่พรุ่งนี้อาจจะไปสนับสนุนอีกฝ่าย โดยที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเราเลยก็ได้ ไม่ได้เกี่ยวว่าจะต้องถูกมัดว่าต้องอยู่ฝั่งใคร อยากให้ดูที่พฤติกรรมมากกว่า หากเป็นพฤติกรรมที่ผิดหรือคิดร้ายต่อบ้านเมือง แบบนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวล ยืนยันว่าส่วนตัวไม่รู้จักจริงๆ ยังนึกไม่ออกว่าเขาเป็นใครชื่ออะไรด้วยซ้ำ 

เมื่อถามว่า ในฐานะที่เคยเคลื่อนไหวในนาม กปปส. วันนี้ กปปส.ยังอยู่หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า หากถามว่า กปปส.ยังมีอยู่หรือไม่ กปปส.ก็ยังไม่ได้หมดไป เป็นความทรงจำของการต่อสู้ครั้งหนึ่งในอดีตเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว วันนี้เราเป็นเพื่อนกัน อุดมการณ์ยังมีอยู่ หากถามว่าจะมีการรวบรวมหรือจัดตั้งเพื่อต่อต้านหรือชนกับใคร ตนเชื่อว่าไม่มี และวันนี้ยังไม่ได้คุยกับใคร  

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีเรื่องที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นในบ้านเมือง กปปส.พร้อมที่จะออกมาอีกหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในความรู้สึกของทุกคน หากมีอะไรที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นก็คงจะมีคนออกมาเสมอ ไม่ว่าจะมาจากฝั่งไหน ตนเป็นคนหนึ่งที่เคยออกมาเคลื่อนไหว อยากจะเตือนไปถึงน้องๆ ว่าการออกมาชุมนุมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อเสียคือ เกิดการสูญเสียเกิดขึ้น หากจะทำอะไรต้องตัดสินใจให้ดีและอยู่ในกรอบกฎหมาย และหลังจากการชุมนุมทุกครั้งจะมีการดำเนินคดี ขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่ว่าจะผิดหรือถูก ต้องใช้เวลานานมากกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย ตนคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ อยากให้น้องๆ ทุกคนที่ออกมาได้ระมัดระวัง นอกจากนี้ ยังเสียเวลาและเสียโอกาส. 

 


พรรคที่ "หล่อ" ในเกมการเมืองที่สุดในศตวรรษนี้ ต้องยกให้ "ประชาธิปัตย์" เป็นแกนนำรัฐบาล ก็สไตล์หนึ่ง เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็อีกสไตล์หนึ่ง

"ธรรมนัสกับจริยธรรม"
เมื่อ"เสือโทนี่"เป็น"อีแร้ง"
อยากย้ายประเทศใช่มั้ย?
ไฟลามทุ่ง 'ลามถึงศาล'
รอบนี้"คนแก่ขอก่อน"
"อย่าให้เสียชาติเกิด"