เธอชื่อ ‘กมลา’ เชื้อสายเอเชีย: พร้อมจับมือไบเดนโค่นทรัมป์


เพิ่มเพื่อน    

       ลุ้นกันมาหลายเดือน ท้ายสุด โจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครตที่จะโค่น โดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ก็สร้างประวัติศาสตร์ฉากใหม่

            ด้วยการเลือกสตรีผิวสีเชื้อสายเอเชียลงสมัครเป็นคู่หูในตำแหน่งรองประธานาธิบดี

            เธอคือ คามาลา (หรือถ้าให้คล้ายกับภาษาไทยหน่อยก็ต้องเรียกเธอว่า "กมลา") แฮร์ริส

            ความที่เธอมีคุณแม่เป็นคนอินเดียและคุณพ่อเป็นชาวจาเมกา คุณคามาลาบอกว่าชื่อเธอในภาษาฮินดีแปลว่า "ดอกบัว"

            ซึ่งก็ตรงกับคำว่า "กมลา" นั่นเอง

            คุณคามาลา เป็นนักการเมืองหญิงระดับชาติของสหรัฐฯ ปีนี้อายุ 55 ตำแหน่งปัจจุบันคือสมาชิกวุฒิสภาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย

            การที่เธอถูกเลือกมาเป็นเบอร์สองของพรรคเดโมแครตในการชิงชัยครั้งนี้มีความพิเศษหลายอย่าง

            ถ้าไบเดนชนะ (ซึ่งโพลล่าสุดก็ยืนยันอย่างนั้น) คุณคามาลาจะเป็นผู้หญิงอเมริกันคนแรกที่ได้เป็นรองประธานาธิบดี

            เธอจะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกในตำแหน่งนั้น

            อีกทั้งเธอต้องพร้อมจะขึ้นมารับหน้าที่ประธานาธิบดีหากไบเดน (จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม) ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบขาวได้

            หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริง นั่นหมายความว่าเธอจะกลายเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสหรัฐฯ ที่เป็นผู้หญิง

            ไบเดนอายุ 77 หากเป็นประธานาธิบครบเทอมก็เป็นชายชราในวัย 81

            อาจจะเป็นเหตุผลด้านอายุด้วยกระมังที่เขาเลือกคนวัย 55 มาถ่วงดุลแห่งวัยเอาไว้

            แต่เหตุผลที่สำคัญไม่น้อยไปกว่า ก็คือการที่คามาลาจะสามารถดึงฐานเสียงผู้หญิงและคนผิวดำกับชนกลุ่มน้อยอื่นๆ มาลงคะแนนให้โจ ไบเดนด้วย

            คามาลาไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ

            ก่อนหน้านี้เคยมีสตรีสองคนที่เข้าข่ายนี้คือ

            ส.ส.หญิง เจอรัลดีน เฟอร์ราโร ของพรรคเดโมแครตในปี 1984

            กับซาราห์ เพลิน อดีตผู้ว่าการรัฐอะแลสกาของพรรครีพับลิกันในปี 2008

            แต่ทั้งสองชวดโอกาสได้เข้าทำเนียบขาว

            แต่ที่แน่ๆ คือสหรัฐฯ ก็ยังไม่เคยมีรองประธานาธิบดีสตรีมาก่อนเลย

            คามาลาจึงสร้างประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งให้การเมืองอเมริกัน ในฐานะสตรีเชื้อสายเอเชียและแอฟริกัน-อเมริกันคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีจากพรรคการเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ

            เส้นทางการเมืองของเธอไม่ธรรมดา เรียนกฎหมายและทำงานเป็นอัยการในระดับต่างๆ ของแคลิฟอร์เนีย

            เธอต่อสู้เพื่อคนยากไร้ในเรื่องกฎหมายมาตลอดจนได้เป็นสมาชิกวุฒิสภาเมื่อปี 2016 นี้เอง

            คามาลาเกิดที่เมืองโอ๊กแลนด์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย พ่อเป็นชาวจาเมกา แม่เป็นชาวอินเดีย

            เธอได้รับเลือกตั้งเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองระดับท้องถิ่นครั้งแรกเมื่อปี 2003 ในฐานะอัยการเขตนครซานฟรานซิสโก

            ต่อมาอีกเจ็ดปี เธอก็ได้รับเลือกเป็นอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย

            คามาลากระโจนเข้าสู่เวทีการเมืองระดับชาติของสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในปี 2016

            และประสบความสำเร็จทันทีโดยได้รับเลือกเป็นหนึ่งในสองวุฒิสมาชิกสตรีผู้เป็นตัวแทนของรัฐแคลิฟอร์เนีย

            อยู่ในตำแหน่งแค่ 4 ปีแต่ก็มีผลงานโดดเด่นของพรรคเดโมแครต

            กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างรวดเร็ว

            เพราะเธอกล้าออกมาท้าตีท้าต่อยโดนัลด์ ทรัมป์อยู่เนืองๆ

            ความจริงเธอเสนอตัวแข่งกับไบเดน และคนดังของโมแครตอีกกว่า 10 คนเพื่อให้พรรคเลือกเป็นตัวแทนของพรรค

            แต่ก็ต้องถอนตัวออกไปในช่วงต้นๆ เพราะแรงสนับสนุนทางด้านเงินบริจาคไม่พอที่จะยืนหยัดสู้ถึงช่วงสุดท้าย

            แม้ระหว่างการดีเบตภายในพรรคจะดุเดือด และเธอก็โจมตีไบเดนในหลายโอกาส แต่ไบเดนก็ไม่ถือสา ยังต้องการเธอมาร่วมสงครามสู้กับทรัมป์และรองประธานาธิบดีไมก์ เพนซ์ในครั้งนี้

            จุดแข็งของเธอคือ ประวัติการทำงานที่สู้เพื่อช่วยปกป้องสวัสดิการด้านสุขภาพของประชาชน

            ภูมิหลังเกี่ยวกับงานด้านการรักษากฎหมายก็มีส่วนช่วยเธอให้เป็นที่ยอมรับ

            อีกทั้งจุดยืนทางการเมืองที่ค่อนไปในแนวสายกลาง หรือที่เรียกกันว่า "กลางซ้าย"

            บางครั้งคามาลาเคยถูกวิพากษ์ว่าไม่สนใจประเด็นการแบ่งแยกสีผิวและการใช้กำลังรุนแรงของตำรวจในสังคมอเมริกันมากพอ

            แต่เธอก็เสนอตัวว่าเป็นอัยการแนวก้าวหน้า ให้การสนับสนุนการปฏิรูประบบการทำงานของผู้รักษากฎหมายในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องและจริงจัง

            มีการมองข้ามช็อตไปด้วยซ้ำว่า หากเธอได้เป็นรองประธานาธิบดีของไบเดนครั้งนี้

            ป้ายหน้าคือตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2024!


เมื่อคืนเป็นไงครับ? ได้ดูกันเปล่า......... ประชุมรัฐสภาในนัด "แก้รัฐธรรมนูญ" เพื่อตั้ง ส.ส.ร.ไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั่นน่ะ

'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!