ก.อ. เสียงข้างมากไม่เห็นชอบตั้งอนุกรรมการสอบดุลพินิจ 'เนตร' สั่งไม่ฟ้องคดีบอส


เพิ่มเพื่อน    

ก.อ. เสียงข้างมากไม่เห็นชอบตั้งอนุกรรมการสอบดุลพินิจ "เนตร" ส่วน "ประธาน ก.อ." เสนอหลักเกณฑ์การสอบสวนชั้นต้น-วินัยประกาศราชกิจจาฯ แล้วจะสามารถสอบได้ เว้นแต่ คณะกรรมการสอบของ อสส. เห็นว่าไม่ผิด

18 ส.ค.63 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ อาคารเอ ถ.แจ้งวัฒนะ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) และอดีตอัยการสูงสุด (อสส.) เป็นประธานการประชุม ก.อ. ครั้งที่ 82/2563 โดยมีวาระการประชุมที่น่าสนใจ เรื่องการตั้งกรรมการสอบดุลพินิจ นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด กรณีสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทตระกูลธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง คดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต

ต่อม าหลังเสร็จสิ้นการประชุม เวลา 15.05 น. นายอรรถพล ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มีการเสนอชื่อคณะอนุกรรมการตรวจสอบการสั่งไม่ฟ้อง คดีนายวรยุทธ หรือบอส เพื่อตรวจสอบดุลพินิจของนายเนตร ตนได้ทำเอกสารเสนอเข้าที่ประชุม อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 248 และระเบียบพระราชบัญญัติข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ 2553 มาตรา 30 (10) พร้อมร่างคำสั่งจัดตั้งผู้ที่เป็นอนุกรรมการในการตรวจสอบ ผลการโหวตเสียงส่วนใหญ่ที่ประชุมไม่เห็นชอบ จึงตั้งคณะอนุกรรมการดังกล่าวไม่ได้

โดยเหตุผลในที่ประชุม ก.อ. บางส่วนบอกให้มีการชะลอการตั้งอนุกรรมการดังกล่าวไว้ก่อน บางคนไม่มีการอภิปรายแต่โหวตไม่เห็นชอบ ผู้ที่เห็นชอบมีอยู่ 5 เสียง ส่วนที่เหลือก็มีไม่ออกเสียงและไม่เห็นชอบ ทั้งนี้ ตามขั้นตอนในการโหวตดังกล่าวนายเนตรต้องเดินออกจากที่ประชุม ส่วนเรื่องที่นายเนตรยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นรองอัยการสูงสุด ยังไม่มีรายงานเข้าสู่ที่ประชุม ก.อ. และการที่นายเนตรมาประชุมในวันนี้ แสดงว่าอัยการสูงสุดยังไม่ได้อนุญาตให้ลาออก

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า ตนได้เสนอหลักเกณฑ์การสอบสวนชั้นต้นและการสอบสวนวินัยข้าราชการอัยการสูงสุด หลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ผ่านการเห็นชอบ โดยขั้นตอนต้องไปประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งหลักเกณฑ์จะคล้ายกับของปี พ.ศ.2554 ในการสอบวินัยข้าราชการอัยการตามมาตรา 74 ถ้าเป็นระดับรองอัยการสูงสุดและอัยการสูงสุดจะเป็นไปตามมาตรา 82 แต่ในวันนี้ที่เสนอเป็นเฉพาะรองอัยการสูงสุด ส่วนอัยการสูงสุดจะเป็นการประชุมคราวหน้า

ผู้สื่อข่าวถามว่าการประกาศราชกิจจาฯ จะช้าจนไม่สามารถดำเนินการทางวินัยนายเนตรหรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า น่าจะประกาศเร็ว ถ้าประกาศเร็วก็ต้องตั้งสอบสวนชั้นต้น และถ้าตั้งแล้วพบว่าผิดวินัยก็จะไปสอบว่าเป็นการผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่ หากกรรมการสอบเห็นว่านายเนตรไม่ผิดเลยก็สอบไม่ได้

ถามเรื่องที่หากอนุญาตให้ลาออกก่อนมีราชกิจจาฯ จะสอบวินัยไม่ได้ นายอรรถพล กล่าวว่า ต้องคิดในแง่หลักธรรมชาติ ว่าจะต้องรอให้หลักเกณฑ์ประกาศราชกิจจาฯ ก่อน เพราะขณะนี้อัยการสูงสุดเองก็ตั้งคณะทำงานตรวจสอบอยู่คณะหนึ่งแล้ว แต่เมื่อ ก.อ. ในวันนี้ไม่มีอนุกรรมการตรวจสอบ ที่อัยการสูงสุดตั้งก็ยังดำเนินการได้ แต่เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่คณะทำงานได้เสนอในวันนี้ อัยการสูงสุดอาจจะนำไปพิจารณาเพิ่มเติม

เมื่อถามว่ามติไม่ตั้งอนุกรรมการในวันนี้ จะมีการเสนอตั้งอีกหรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า มติในวันนี้ถือว่าจบแล้ว เมื่อเสียงส่วนใหญ่เป็นเช่นนั้นก็ต้องเคารพ หลักเกณฑ์กำหนดให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนชั้นต้นหรือสอบสวนวินัย โดยปกติกรรมการที่มาตรวจสอบจะต้องเป็นข้าราชการอัยการ ในวันนี้เป็นเพียงคณะอนุกรรมการที่เราเสนอจากอดีตรองอัยการสูงสุด หากระเบียบที่กำลังเตรียมจะประกาศราชกิจจาฯ ออกมาแล้ว ก็จะให้มีการตั้งสอบชั้นต้น เว้นแต่คณะกรรมการที่อัยการสูงสุดตั้งในปัจจุบัน จะมีความเห็นว่าการกระทำของนายเนตรไม่มีความผิดเลย ถึงตอนนั้นต้องไปดูอีกว่าเราจะตรวจสอบได้อย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอัยการที่มีความเห็นให้ตั้งอนุกรรมการตรวจสอบในวันนี้ 5 เสียง ประกอบด้วย นายอรรถพล ประธาน ก.อ., นายชาติพงษ์ จิระพันธุ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจฯ, นายไพรัตน วรปาณิ ก.อ. ผู้ทรงคุณวุฒิ, นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักคดีอาญาธนบุรี และนายชาตรี สุวรรณิน ผู้ตรวจการอัยการ


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.