คลังลุ้นเศรษฐกิจ63ทยอยฟื้นตัวหลังรัฐปลดล็อกหนุนเชื่อมั่นบริโภคฟื้น


เพิ่มเพื่อน    


28 ส.ค.2563   นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ขยายตัวติดลบที่ระดับ 6.9% จากทั้งปีคาดว่าจะติดลบ 8.5% โดยทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังเติบโตอย่างชะลอตัว แต่เป็นการชะลอตัวที่ลดลง โดยต้องไปดูในรายละเอียดเทียบเดือนต่อเดือน เพราะมีหลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ติดลบน้อยลง สะท้อนว่ามีการปรับตัวที่ดีขึ้น 

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ค. 2563 พบว่า ยังคงชะลอตัว แต่ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะการผลิตภาคอุตสาหกรรม การส่งออกสินค้าและการบริโภคภาคเอกชน สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจตาง ๆ ที่ปรับตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการผ่อนคลายให้สามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น  

โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับ 42.6 หลังจากที่รัฐบาลได้ดำเนินการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้มากขึ้น ประกอบกับผลของมาตรการเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ช่วยให้มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งยังคงชะลอตัว 

สำหรับการลงทุนภาคเอกชนส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ ขยายตัวที่ 20.8% จากเดือนก่อนหน้า โดยสินค้าที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง ได้แก่ สินค้าอาหาร สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน อาทิ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครื่องโทรสาร เป็นต้น สินค้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด อาทิ ถุงมือยาง เป็นต้น สินค้าเก็งกำไรและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของระบบเศรษฐกิจ อาทิ ทองคำ เป็นต้น ส่วนสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน และยานยนต์ยังคงชะลอตัวลง ส่วนตลาดคู่ค้าหลักของไทยเกือบทุกตลาดปรับตัวดีขึ้น สะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังจากประเทศคู่ค้าได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ขยายตัว 1.5% จากเดือนก่อนหน้า แต่ติดลบ 14.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอุตสาหกรรมที่ขยายตัว ได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เป็นต้น สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับ 82.5 จากการผ่อนคลายมาตรการในการควบคุมโรคระบาดของภาครัฐ ทำให้เอกชนกลับมาดำเนินธุรกิจได้มากขึ้น  ส่วนสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีการระบาดทั่วทุกภูมิภาคของโลก ส่งผลให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 นับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2563  

อย่างไรก็ดี ในส่วนของความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือ คาดว่าจะไม่มาก เนื่องจากสถานการณ์ในหลายจังหวัดคลี่คลายไปได้อย่างรวดเร็ว ยังเหลืออีกเพียง 1-2 จังหวัดเท่านั้น โดยในรายละเอียดคงต้องรอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประเมินความเสียหายที่ชัดเจนอีกครั้ง 
 


"ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์"ถึงวันนี้ (๒๖ ต.ค.๖๓).......ประเมินสถานการณ์ผ่านแนวรบด้านถนนและด้านรัฐสภาแล้ว เป็นไงบ้างครับ?"ล้มเจ้า" สำเร็จแน่?

หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?