สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมดื่มด่ำธรรมชาติ ตามวิถีชาวสวนมะพร้าว ชุมชนบ้านทุ่งประดู่!


เพิ่มเพื่อน    

      หัวหิน ใครๆ ก็รู้จักว่าเป็นสถานตากอากาศมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เพราะนอกจากจะมีทะเลสวย อาหารอร่อยแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติก็คงหนีไม่พ้นปากน้ำปราณ ที่ตั้งอยู่ใน อ.ปราณบุรี และถ้าแหล่งเพาะปลูกมะพร้าวที่ขึ้นชื่อของประเทศ หลายคนก็มักจะคิดถึง อ.ทับสะแก แต่ก็ใช่ว่าในพื้นที่นี้จะเป็นแค่แหล่งปลูกมะพร้าวเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีมนตร์เสน่ห์ของธรรมชาติที่ซ่อนไว้ ไม่ว่าจะเป็นความงามของผืนทราย ธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ ความสวยงามของวิถีชีวิตชาวสวนมะพร้าวและชาวประมงที่ยังคงรักษาอยู่

      และพร้อมต้อนรับด้วยความอบอุ่น ให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาสัมผัส อิ่มเอมไปกับบรรยากาศธรรมชาติที่แท้จริงในพื้นที่ “บ้านทุ่งประดู่” ที่ชาวบ้านรวมตัวกันสร้างสรรค์เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หยิบเอาวิถีชีวิตการประกอบอาชีพในชุมชนมารังสรรค์เป็นกิจกรรมให้บริการนักท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ทำให้พื้นที่ท่องเที่ยวแห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ จากการเข้ามาร่วมพัฒนาโดย องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ซึ่งสนับสนุน ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการท่องเที่ยว จนสามารถต่อยอดกลายเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และมีรายได้เสริมให้กับชุนชน

      นายสุจินต์ มีประดิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ สำนักงานพื้นที่พิเศษ 8 อพท. กล่าวว่า ชุมชนบ้านทุ่งประดู่ มีการบริหารจัดการภายในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม และมุ่งสู่การเป็น “ท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน” ที่ชัดเจน พร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวในแต่ละฤดูกาล และที่สำคัญชุมชนแห่งนี้ยังผ่านการรับรองมาตรฐาน ได้รับรางวัล DASTA Award 2020 เป็นชุมชนต้นแบบให้กับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในด้านการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังเป็นกลุ่มศึกษาดูงานและ CSR ดังนั้นเป้าหมายต่อไปคือ ส่งเสริมให้เกิดการรับรู้ ให้บ้านทุ่งประดู่เป็นจุดหมายปลายทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป

      สำหรับกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้คือ การผสมเกสรมะพร้าวให้เป็น “มะพร้าวกะทิ” จากนั้นก็ทำขนม “อัญมณีนกคุ่มแห่งบ้านทุ่งประดู่” ทับทิมกรอบที่ใช้มะพร้าวพันธุ์นกคุ่ม ซึ่งเป็นพันธุ์เฉพาะของชุมชนบ้านทุ่งประดู่ เมนูนี้มีความอร่อยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่นักท่องเที่ยวสามารถมาร่วมทำ และชิมลิ้มลองได้ ผ่านกิจกรรมที่ชุมชนจัดขึ้นเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ก็ยังมีการทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติที่ทำมาจากกาบมะพร้าวเผา, กิจกรรมทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

      และที่เป็นไฮไลต์คือ สปาทรายคลายเครียด ด้วยคุณสมบัติพิเศษของทรายบริเวณชายหาดทับสะแกที่มีเหลี่ยมมุมคล้ายคริสตัล ที่พิเศษคือ ในเม็ดทรายมีสารซิลิเกต, แคลเซียมคาร์บอเนต, ฟอสเฟต, กำมะถัน ฯลฯ ช่วยดูดซับสารพิษและช่วยในการรักษาโรคต่างๆ เช่น กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต บรรเทาอาการเหน็บชา อัมพฤกษ์ และขับน้ำคาวปลา ทำให้ชาวชุมชน “บ้านทุ่งประดู่” ร่วมกันจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ด้วยการทำ “สปาทราย” หรือ “ห่มทราย” เพื่อช่วยบำบัดความอ่อนล้าของร่างกาย

      แต่ก่อนที่จะเริ่มสปาทราย พี่สุวลี เสรีวัฒนาชัย ตัวแทนชาวบ้านทุ่งประดู่แอบกระซิบว่า เคล็ดลับพิเศษก่อนทำกิจกรรม ต้องดื่มน้ำมะพร้าวอ่อน เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่น เพราะในน้ำมะพร้าวยังมีเอนไซม์ที่ไปผสมกับกรดในกระเพาะ ทำให้เกิดประจุไฟฟ้าและไปกระตุ้นตับในการขับสารพิษ จากนั้นก็เริ่มต้นสปาทรายโดยการเข้าไปนอนในหลุมทรายเม็ดหยาบ ใช้เวลาห่มทรายประมาณ 30 นาที ด้วยระยะเวลาและน้ำหนักของทรายหยาบที่กดทับทุกส่วนของร่างกาย ทรายจะดูดจนเรารู้สึกตามเนื้อตัว ถือเป็นการผ่อนคลายความเครียดแบบชาวบ้านที่ได้ผลเป็นอย่างดี

      และอีกคุณสมบัติพิเศษของเม็ดทรายที่นี่ ชาวบ้านทุ่งประดู่บอกว่า เม็ดทรายเกาะติดตามตัว เพียงแค่ปัดด้วยผ้าและสะบัด เม็ดทรายหยาบก็หลุดร่วงจนหมด โดยเนื้อตัวไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ต้องอาบน้ำ เมื่อขึ้นมาจะรู้สึกตัวเบา สบายตัว และปิดท้ายด้วยการนวดแผนไทยตามขั้นตอนการทำสปาทราย

      และในพื้นที่เดียวกันก็มีกิจกรรมแอดแวนเจอร์ให้กับนักท่องเที่ยวด้วย นั่นคือการ แล่นเรือใบ ซึ่งมีโค้ชผู้สอนเป็นเยาวชนทีมชาติที่อาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้ พร้อมที่จะถ่ายทอดทักษะการเดินเรือใบขนาดเล็กให้นักท่องเที่ยว และที่พลาดไม่ได้สำหรับของฝากที่ต้องติดไม้ติดมือกลับบ้าน กับสินค้าแปรรูปจากทะเล เป็นสินค้าท้องถิ่นที่น่าสนใจ อาทิ ปลาแห้ง น้ำเคย และกะปิที่มีกลิ่นหอม รสชาติอร่อยกว่ากะปิกุ้งทั่วไป เป็นต้น.


"ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์"ถึงวันนี้ (๒๖ ต.ค.๖๓).......ประเมินสถานการณ์ผ่านแนวรบด้านถนนและด้านรัฐสภาแล้ว เป็นไงบ้างครับ?"ล้มเจ้า" สำเร็จแน่?

หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?