ทะเลจีนใต้เครียด!


เพิ่มเพื่อน    

31กาแฟดำ/หน้า 3
            ทะเลจีนใต้เครียด!
    สัปดาห์ที่ผ่านมาจีนยิงขีปนาวุธ 2 ลูกลงทะเล นัยว่าเป็นส่วนหนึ่งของการส่งสัญญาณเตือนสหรัฐฯ...
    หลังปักกิ่งกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินสอดแนม U-2 เข้า "เขตห้ามบิน" ของจีนระหว่างมาซ้อมรบในทะเลโปไห่ชายฝั่งทางเหนือ
    วันเดียวกันอเมริกาก็ประกาศคว่ำบาตรอีก 24 บริษัทที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่ามีส่วนช่วยสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารให้รัฐบาลจีนในทะเลจีนใต้
    รายงานข่าวหลายสำนักอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกองทัพจีนว่า หนึ่งในขีปนาวุธที่ยิงจากชิงไห่ทางตะวันตกเฉียงเหนือเป็นแบบ DF-26B 
    อีกหนึ่งลูกเป็นรุ่น DF-21D ยิงจากฐานทัพเรือที่เจ้อเจียงทางตะวันออกของประเทศ
    ขีปนาวุธทั้งสองลูกถูกยิงลงในเขตใกล้ไห่หนานและหมู่เกาะพาราเซล
    DF-26 มีรัศมีการยิง 4,000 กม. สามารถใช้ในการโจมตีเป้าหมายทั้งทางบกและทะเล
    DF-21 สามารถยิงได้ไกล 1,800 กม.
    สื่อทางการจีนเคยให้รายละเอียดว่ารุ่นล่าสุด DF-21D ของจีน เป็นขีปนาวุธชุดแรกของโลกที่ทันสมัยที่สุดสำหรับยุทธการทางทะเล
    สหรัฐฯ ได้ประกาศชัดเจนว่าจะท้าทายคำกล่าวอ้างของจีนเรื่องอธิปไตยเหนือทะเลจีนใต้ รวมถึงกรณีไต้หวันที่ปักกิ่งได้ส่งเสียงฮึ่มๆ ในระยะหลังดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
    รวมถึงการซ้อมรบใกล้ๆ เกาะไต้หวันเมื่อเร็วๆ นี้ด้วย 
    สัปดาห์นี้กองทัพจีนกำลังซ้อมรบพร้อมๆ กันใน 4 เขตทะเลของตน เป็นกิจกรรมทางทหารที่คึกคักอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน 
    เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพจีนทำการซ้อมรบในทะเลจีนใต้และทะเลเหลืองพร้อมกัน ขณะที่สหรัฐฯ ก็ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินสองลำมาซ้อมรบในบริเวณใกล้เคียงเช่นกัน
    วอชิงตันอ้างว่าการซ้อมรบในบริเวณนี้เพื่อที่จะสนับสนุนให้มีย่าน "อินโด-แปซิฟิก" ที่เสรีและเปิดกว้าง 
    ขณะเดียวกันเวียดนามได้เรียกร้องให้จีนยกเลิกการซ้อมรบบริเวณใกล้หมู่เกาะพาราเซล
    ฮานอยอ้างว่าการทำเช่นนั้นของจีนเป็นการคุกคามอธิปไตยทางทะเลของประเทศนั้นๆ และเป็นการบ่อนทำลายการเจรจาระหว่างจีนกับอาเซียนเพื่อร่างกฎกติกาสำหรับทะเลจีนใต้ ที่เรียกว่า Asean-China Code of Conduct for South China Sea
    ความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนล่าสุดเกิดขึ้นในขณะที่ความสัมพันธ์ของสองยักษ์ตกอยู่ในสถานภาพที่ย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้
    ย้อนกลับไปดู "ไทม์ไลน์" ของการยั่วยุระหว่างกัน จะเห็นภาพชัดเจนว่าสถานการณ์เสื่อมทรุดลงตามลำดับ
    ช่วงเช้าวันพุธที่ 26 ส.ค. จีนยิงขีปนาวุธ 2 ลูกลงบริเวณทะเลจีนใต้ เพื่อตอบโต้การที่สหรัฐฯ มาป้วนเปี้ยนบริเวณทะเลจีนใต้ถี่และบ่อยขึ้นในช่วงหลัง
    จังหวะเดียวกันนั้น กองทัพสหรัฐฯ ก็ออกปฏิบัติการใกล้ไต้หวันและในทะเลจีนใต้เป็นประจำ และการปรากฏตัวของเครื่องบินจารกรรม U-2 ของกองทัพสหรัฐฯ เหนือน่านฟ้าจีนนั้น ปักกิ่งถือว่าเป็นการละเมิดกฎด้านความปลอดภัยระหว่างสองชาติ 
    จีนถือว่าถ้าอยู่เฉยๆ ก็จะแปลว่าจีน "หงอ" สหรัฐฯ
    DF มาจาก Dongfeng (东风) "ตงเฟิง" หรือลมตะวันออก
    DF-26B มีพิสัยทำการ 4,000 กม. มีความสามารถโจมตีเป้าหมายทั้งบนบกและในทะเลด้วยนิวเคลียร์ 
    ส่วน DF-21D เป็นขีปนาวุธยิงขึ้นจากพื้นดิน มีพิสัยการยิงไกล 1,800 กิโลเมตร
    จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการกระทำที่เป็นการยั่วยุ และควรดำเนินกิจกรรมที่เป็นการรักษาสันติภาพและความมั่นคงมากกว่า
    จีนบอกว่า เครื่องบินสอดแนมมะกันบินเข้าสู่น่านฟ้าขณะที่จีนกำลังมีการซ้อมรบโดยใช้กระสุนจริง 
    การซ้อมรบเป็นไปตามกำหนดการ และมีการประกาศเป็นเขตห้ามบินเพื่อความปลอดภัยล่วงหน้าแล้ว
    สหรัฐฯ จะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้
    จีนระบุว่าการล่วงล้ำน่านฟ้าโดยสหรัฐฯ จึงส่งผลกระทบต่อการฝึกซ้อมของจีน เป็นการละเมิดกฎด้านความปลอดภัยทางอากาศและทางทะเลระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และละเมิดวิธีปฏิบัติสากลด้วย
    สหรัฐฯ โต้ว่าเครื่องบินของตนปฏิบัติภารกิจภายใต้กฎหมายการบิน ซึ่งเป็นที่ยอมรับระหว่างประเทศและสอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับด้านการบินทั้งหลายทั้งปวง
    วอชิงตันยืนกรานจะปฏิบัติภารกิจต่อไปในเขตน่านฟ้าสากลตามกำหนดการที่วางไว้ 
    เพราะสามารถกระทำได้ตามระเบียบแบบแผนของกฎหมายระหว่างประเทศอยู่แล้ว
    ความตึงเครียดที่ถูกยกระดับสูงขึ้นครั้งนี้ เป็นการขยายตัวจากการที่สองมหาอำนาจเปิดศึกเผชิญหน้ากันในด้านการค้าและประเด็นการเมืองอยู่แล้ว
    จีนอ้างอธิปไตยเหนือทะเลจีนใต้มานานแล้ว กลายเป็นกรณีพิพาทกับหลายประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์บนหมู่เกาะพาราเซลและหมู่เกาะสแปรตลีย์ด้วย
    รวมถึงไต้หวัน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน 
    สหรัฐฯ แม้จะไม่ได้เป็นคู่กรณีในเรื่องนี้แต่ก็ยืนยันใน "เสรีภาพในการเดินเรือ"
    และยืนยันว่าจีนไม่มีสิทธิ์มาห้ามประเทศอื่นใช้ "น่านน้ำสากล" เพื่อการเดินเรือ 
    จีนอ้างกรรมสิทธิ์พื้นที่ในทะเลจีนใต้ โดยใช้ "เส้นประ 9 เส้น" ที่ครอบคลุมพื้นที่จากเกาะไหหลำทางใต้สุดของจีนกินเนื้อที่ไปทางตะวันออกอีกหลายร้อยกิโลเมตร
    เวียดนามโต้ว่าตนก็เคยปกครองสองหมู่เกาะนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 และมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์พิสูจน์เช่นกัน
    ความตึงเครียดล่าสุดจะนำไปสู่สงครามร้อนๆ หรือไม่เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายทั่วโลกจับตาดูด้วยความกังวลยิ่ง
    เพราะสงครามโลกครั้งที่สามนั้น หากระเบิดขึ้นอาจจะเป็น "สงครามครั้งสุดท้าย" ของมนุษยชาติก็ได้!


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก