'ธปท.'หวั่นปี64เผาจริงเศรษฐกิจหากไวรัสระบาดรอบ 2


เพิ่มเพื่อน    

 

31 ส.ค. 2563 นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ มีความเป็นไปได้ 2 ทาง โดยหากดูจากการฟื้นตัวในช่วงเดือน มิ.ย. - ก.ค. 2563 ปรับตัวดีขึ้นกว่าที่ประเมินไว้ แต่มองไปข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะตัวเลขของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเดิม ธปท. คาดว่าในปีนี้จะอยู่ที่ 8 ล้านคน แต่ตัวเลขทางการคาดการณ์จะอยู่ที่ 6.7 ล้านคน หรือหายไปประมาณ 1.3 ล้านคน กระทบจีดีพีประมาณ 0.5% รวมทั้งความเสี่ยงจากการระบาดของโควิด-19 รอบ 2 ซึ่ง ธปท. ได้นำมารวมในคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจปี 2563 ในรอบนี้ด้วย

ส่วนกรณีที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าจีดีพีปีนี้จะขยายตัวติดลบ 10% นั้น ธปท. ได้นำมาพิจารณา จากข้อมูลพบว่า เศรษฐกิจครึ่งปีแรกติดลบ 7% หากจะให้เศรษฐกิจทั้งปีติดลบ 10% เศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะต้องติดลบ 13% ซึ่งติดลบสูงกว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 2/2563 จึงเหลือปัจจัยเดียวที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยลงลึกถึงจุดนั้น คือ การระบาดของโควิด-19 รอบ 2 จนทำให้มีการปิดเมือง ล็อกดาวน์ ซึ่งจากปัจจัยในขณะนี้ยังมองไม่เห็นว่าเศรษฐกิจจะลงลึกได้ขนาดนั้น

“ในเดือน ก.ย. 2563 ธปท. จะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจรอบใหม่ ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับลดลงแน่นอน แต่ก็ต้องใส่ปัจจัยเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่ปรับตัวดีขึ้นด้วย จึงยังบอกไม่ได้ว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือแย่ลง โดยปัจจัยสำคัญที่สุด คือการระบาดรอบ 2 จะเกิดขึ้นหรือไม่” นายดอน กล่าว

นายดอน กล่าวอีกว่า ที่ต้องให้ความสำคัญคือการขยายตัวของเศรษฐกิจของปี 2564 เพราะปีหน้าความเสี่ยงสำคัญจะสูงกว่าปีนี้ โดยเฉพาะหากนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามาไม่ได้ ปีหน้าจะได้เห็นสถานการณ์เศรษฐกิจของต่างประเทศฟื้น แต่ไทยไม่ฟื้น จึงมีประเด็นสำคัญที่อยากฝากไว้ คือ รัฐบาลและประชาชนต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเลขการระบาดของโควิด-19 ที่ไม่ใช่ตัวเลข 0 ราย ที่ผ่านมาหลายประเทศยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อจำนวนมากต่อวัน และอยู่กับสิ่งนั้นได้ กิจกรรมเศรษฐกิจเป็นไปตามปกติ ขณะที่ไทย หากระบาดอีกครั้ง และยอมให้กิจกรรมหายไปเลยเหมือนก่อนหน้านี้ จะกระทบหนัก ดังนั้นต้องหาวิธีเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน ภาครัฐต้องมีวิธีให้ความมั่นใจ เพราะไม่รู้สถานการณ์จะดีขึ้นเมื่อไหร่

สำหรับสถานการณ์การว่างงานในขณะนี้ ถ้าดูจากตัวเลขที่เห็นจะมีทิศทางที่ดีขึ้นบ้าง แต่ว่าตอนนี้ตัวเลขที่สนใจไม่ใช่ตัวเลขของผู้ว่างงานอย่างเดียว แต่วิกฤติโควิด-19 ยังส่งผลกระทบกับตำแหน่งงาน และรายได้ โดยจำนวนผู้หยุดงานชั่วคราวตามมาตรา 75 ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งแท้จริงแรงงานที่รายได้ต่ำกว่าปกติ ทำงานน้อยกว่าปกติมีเยอะในระบบเศรษฐกิจ เป็นอีกกลุ่มที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กลุ่มที่ตกงานไปแล้ว เพราะแรงงานดังกล่าวส่วนใหญ่อยู่ได้ด้วยโอที แต่ตอนนี้โอทีน้อยลง จะส่งผลให้อยู่ลำบาก

นายดอน กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ค. 2563 ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ตามการใช้จ่ายภาครัฐและการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองทั้งในและต่างประเทศ โดยเครื่องชี้เรื่องการบริโภคภาคเอกชน หดตัวน้อยลงต่อจากเดือนก่อน ตามการใช้จ่ายที่ปรับดีขึ้นในเกือบทุกหมวด ผลจากมาตรการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง และปัจจัยชั่วคราวที่ในเดือนนี้มีวันหยุดยาวมากกว่าระยะเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับสถานการณ์การจ้างงาน รายได้ครัวเรือน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับดีขึ้นบ้าง ส่งผลให้ประชาชนออกมาเดินทางท่องเที่ยวและใช้จ่ายมากขึ้น

สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้า หดตัวที่ 11.9% จากระยะเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการหดตัวน้อยลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าตามการส่งออกที่ปรับดีขึ้นในหลายหมวดสินค้า อาทิ หมวดยานยนต์และชิ้นส่วน หมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ และหมวดอิเล็กทรอนิกส์ สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ทยอยฟื้นตัวตามการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองในหลายประเทศ โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวน้อยลงในเกือบทุกหมวดสินค้า สอดคล้องกับการส่งออกและการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้น ส่วนการนำเข้าหดตัว 25.4% จากระยะเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการหดตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนในทุกหมวดสินค้า สะท้อนถึงอุปสงค์ในและต่างประเทศที่แม้ปรับดีขึ้น แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ

ขณะที่ภาวะการลงทุนยังเปราะบาง สะท้อนจากเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่หดตัวสูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ตามการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ทั้งการนำเข้าสินค้าทุน ยอดจดทะเบียนรถยนต์ และยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศ เนื่องจากอุปสงค์ในและต่างประเทศยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นตัว รวมทั้งยังมีกำลังการผลิตส่วนเกินเหลืออยู่มาก อีกทั้งเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง ขณะที่การนลงทุนหมวดก่อสร้างขยายตัวเล็กน้อยจากที่หดตัวในเดือนก่อนหน้าตามยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น
ส่วนภาพรวมการท่องเที่ยวยังหดตัวสูงต่อเนื่อง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศหดตัวสูงต่อเนื่องที่ 100% จากระยะเดียวกันของปีก่อน จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศที่ยังคงมีอยู่ ส่งผลให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4

“การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกครั้ง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้า แต่ต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะหากเกิดการระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย รอบ 2 จากการเปิดรับนักท่องเที่ยว ก็อาจทำให้ประเทศกลับมาลำบากอีกครั้ง โดยปี 2564 ธปท. คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 16 ล้านคน ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คาดไว้ที่ 12 ล้านคน ซึ่งถือว่าต่ำมาก สะท้อนว่าปีหน้าความเสี่ยงสำคัญจะสูงกว่าปีนี้ หากนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาไม่ได้” นายดอน กล่าว

สำหรับภาพรวมการใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอน ขยายตัวต่อเนื่องจากระยะเดียวกันของปีก่อน ตามรายจ่ายลงทุนที่ขยายตัวสูง จากการเบิกจ่ายของรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจ ส่วนรายจ่ายประจำหดตัวเล็กน้อยตามการเบิกจ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการ ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลง ตามอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นสำคัญ จากมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของรัฐบาลบางมาตรการที่สิ้นสุดลง ส่วนตลาดแรงงานปรับดีขึ้นบ้าง สะท้อนจากจำนวนผู้หยุดงานชั่วคราวตามมาตรา 75 ที่ปรับลดลง สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง โดยภาพรวมภาวะการจ้างงานยังอ่อนแอ ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาเกินดุล ตามดุลการค้าที่เกินดุลสูงขึ้นจากการส่งออกทองคำเป็นสำคัญ ส่วนดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายใกล้สมดุล


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'