ฝนยังป่วน ‘ภาณุพล-วุฒิวิทย์’ รั้งฝูงร่วมบนคลับเฮ้าส์ ศึกไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ที่บลูแซฟไฟร์


เพิ่มเพื่อน    

ภาณุพล พิทยารัฐ และ วุฒิวิทย์ เจริญพรอนุกูล หวดคนละ 5 อันเดอร์พาร์ 65 เป็นวันที่สองติดต่อกันก่อนขึ้นมารั้งจ่าฝูงร่วมบนคลับเฮ้าส์ด้วยสกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 130 โดยมี ดลภัทรไชย นิยมชน และ สุพคม มีสม ตามหลังอยู่ 2 สโตรก ในศึกไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ รายการสิงห์-เอสเอที กาญจนบุรี แชมเปียนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท ณ สนามบลูแซฟไฟร์ กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท ระยะ 6,726 หลา พาร์ 70 จ.กาญจนบุรี  โดยการแข่งขันเจอพายุฝนฟ้าคะนองและเล่นไม่จบเป็นวันที่สองติดต่อกัน

          การแข่งขันในรอบสองเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมาต้องเจอปัญหาพายุฝนฟ้าคะนองเป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยการแข่งขันต้องยุติชั่วคราวตั้งแต่เวลา 16.35 น. มีนักกอล์ฟทั้งหมด 33 คนไม่สามารถเล่นจบรอบได้ ต้องกลับมาเล่นรอบสองที่เหลือให้จบในวันที่ 6 ก.ย.ในเวลา 07.00 น. และตามด้วยการแข่งขันในรอบสุดท้ายไม่ก่อนเวลา 08.50 น.

          ในกลุ่มนักกอล์ฟที่เล่นจบการแข่งขันนั้น ภาณุพล พิทยารัฐ นักกอล์ฟวัย 27 ปีจากกรุงเทพฯ และ วุฒิวิทย์ เจริญพรอนุกูล นักกอล์ฟวัย 24 ปีจากกรุงเทพฯ ทำสกอร์เข้ามาคนละ 5 อันเดอร์พาร์ 65 เป็นรอบที่สองติดต่อกัน ขึ้นมานำร่วมบนคลับเฮ้าส์ด้วยสกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 130 โดยมี ดลภัทรไชย นิยมชน ที่หวดเข้ามา 65 และ สุพคม มีสม ที่ทำเข้ามา 66 ไล่หลังอยู่ 2 สโตรกด้วยสกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 132

          ภาณุพล พิทยารัฐ แชมป์ไทยแลนด์ โอเพ่น 2018 และชัยชนะในไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการแรกและรายการเดียวที่ เซนต์ แอนดรูว์ 2000 .ระยอง เมื่อปี 2013 เปิดเผยว่า  “รอบนี้ตีช็อตไม่ดีเท่ารอบแรก แต่พัตต์ดี มีเสียบ้างแต่ได้เยอะกว่า” โดยนักกอล์ฟหนุ่มวัย 27 ปีที่เพิ่งได้รองแชมป์ที่ ชาเทรียม กอล์ฟ รีสอร์ท สอยดาว เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมากล่าวถึงการเล่นรอบรอบสุดท้ายว่า “แพลนก็เหมือนเดิมครับไม่ได้มีอะไรเปล่ยนแปลง พยายามตีให้ออน ตีให้อยู่แฟร์เวย์เยอะๆแล้วไปสู่กันบนกรีน”

          ส่วน วุฒิวิทย์ เจริญพรอนุกูล ซึ่งเกาะอยู่บนลีดเดอร์บอร์ดหลังผ่าน 9 หลุมแรกเข้ามา 4 อันเดอร์พาร 30 ทว่าเปิดเก้าหลุมหลังไม่ดีเสียโบกี้ที่หลุม 10 ตามด้วยการตีช็อตสองตกน้ำที่หลุม 12 พาร์ 5 ออกดับเบิลโบกี้ แต่ยังแก้สถานการณ์ด้วยการเก็บ 4 เบอร์ดี้ในการเล่น 5 หลุมสุดท้าย ซึ่งรวมถึงการลากเบอร์ดี้พัตต์ระยะ 15 หลาลงไปที่หลุม 16 พาร์ 3 และชิพอินระยะ 9 หลาที่หลุมสุดท้าย จบก่อนรอบสองเข้ามาอีก 5 อันเดอร์พาร์ 65 ขึ้นมานำร่วมบนคลับเฮ้าส์ด้วยสกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 130

          นักกอล์ฟวัย 24 ปีที่ผลงานในฤดูกาลนี้ค่อนข้างน่าประทับใจ โดยเฉพาะการจบอันดับสามร่วมที่กบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ หรือ เคบีเอสซี ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดในไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ของเขาเปิดเผยว่า​“ไม่เคยออกสตาร์ทสองวันแรกดีขนาดนี้มาก่อนเลยครับ ส่วนรอบสุดท้ายคิดว่าน่าจะเตรียมเรื่องสภาพจิตใจนิดหน่อย แต่ก็ตีไปตามแผนที่วางไว้คือเอาชนะสนามให้ได้ทุกวัน”

          ทางด้าน ดลภัทรไชย นิยมชน แชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ที่ สิงห์ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟคลับ เมื่อปี 2018 จากนครสวรรค์ จบรอบสองเข้ามาอีก 5 อันเดอร์พาร์ 65 รวมสองวัน 8 อันเดอร์พาร์ 132 เท่ากับ สุพคม มีสม นักกอล์ฟวัย 26 ปีจาก อยุธยา กอล์ฟคลับ ซึ่งจบรอบสองเข้ามาอีก 6 อันเดอร์พาร์ 66 ขณะที่ สุทธิเจตน์ คูห์รัตนพิศาล (67), แสงชัย แก้วเจริญ (65) และ วีระชัย ยืนยั่ง (67) ตามหลังอยู่ 3 สโตรกด้วยสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 133  

          ในกลุ่มนักกอล์ฟที่เล่นไม่จบนั้น ที่น่าสนใจคือ เศรษฐี ประคองเวช นักกอล์ฟวัย 26 ปีจากชลบุรี ที่กำลังลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการแรก ทีช็อตที่หลุม 18 ออกมาแล้วก่อนที่คณะกรรมการจะเป่ายุติการแข่งขันชั่วคราว และต้องกลับมาเล่นช็อตแอพโพรชในช่วงเช้าวันที่ 6 ก.ย.2563  โดยในรอบสองเก็บเพิ่มมาอีก 6 เบอร์ดี้ที่หลุม 3, 7, 12, 13, 15 และ 17  แบบไม่เสียโบกี้ มีสกอร์รวมอยู่ที่ 10 อันเดอร์พาร์


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'