ธปท.ขยายเกณฑ์“คลินิกแก้หนี้” รับแก้ปัญหาลูกหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล


   

ธปท. ปรับเกณฑ์ “คลินิกแก้หนี้” สั่งเปิดรับลูกหนี้ที่ค้างชำระก่อนวันที่ 1 เม.ย. 2561 หวังดันยอดลูกหนี้เข้าร่วมโครงการเพิ่มอีก 5 หมื่นราย หลังพบเปิดดำเนินการ 10 เดือน มียอดลูกหนี้เข้าร่วมโครงการจริงแค่เฉียด 600 ราย เหตุยังมีความเข้าใจไม่ตรงกัน

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) และธนาคารพาณิชย์ทั้งไทยและต่างประเทศ 16 แห่ง ได้ร่วมกันดำเนินโครงการคลินิกแก้หนี้ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้กับลูกหนี้ที่สุจริตและมีความตั้งใจมาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2560 พบว่า มีลูกหนี้บางส่วนที่ติดขัดเรื่องคุณสมบัติบางประการจึงทำให้เสียโอกาสในการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว

ดังนั้น จึงมีการปรับหลักเกณฑ์เงื่อนไขตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2561 เป็นต้นไป โดยจะขยายขอบเขตเพิ่มเติมให้ครอบคลุมถึงลูกหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันที่ค้างชำระเกินกว่า 3 เดือนกับธนาคารตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไป ก่อนวันที่ 1 เม.ย. 2561 ทั้งกลุ่มที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีและกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีแล้ว แต่ยังไม่มีคำพิพากษา จากเดิมเมื่อเริ่มต้นโครงการกำหนดเฉพาะลูกหนี้ที่มีรายได้ประจำ ค้างชำระเกินกว่า 3 เดือนก่อนวันที่ 1 พ.ค.2560 และยังไม่ถูกดำเนินคดี คาดว่าจะมีลูกหนี้ที่สามารถเข้าโครงการได้เพิ่มขึ้นประมาณ 50,000 ราย เฉลี่ยรายละ 400,000 บาท รวมมูลหนี้ 20,000 ล้านบาท

สำหรับข้อกำหนดอื่น ๆ คือ ต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี มียอดหนี้เงินต้นค้างชำระรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท และเงื่อนไขเต็มใจจะไม่ก่อหนี้เพิ่มใน 5 ปี พร้อมทั้งเรียนรู้ในการสร้างวินัยทางการเงินที่ดี จากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2561 ได้มีการปรับคุณสมบัติจากเดิมที่จะต้องเป็นบุคคลธรรมดามีเงินเดือนประจำ มาเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ รวมถึงปรับหลักเกณฑ์ในการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ให้ยืดหยุ่นขึ้น

นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา ผู้สมัครเข้าโครงการ 33,736 ราย มีผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ 1,074 ราย มีผู้ที่เข้าร่วมโครงการจริง จำนวน 594 ราย รวมยอดหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว129.65 ล้านบาท  และในสิ้นเดือน เม.ย. นี้ จะมีลูกหนี้ที่ผ่อนชำระเสร็จสิ้นเป็นรายแรก

“ในช่วงแรกยังมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการประมาณ 20% หรือประมาณ 7,000 คน จากผู้สมัคร 33,376 คน เป็นหนี้กับนอนแบงก์ และประมาณ 70% มีการผ่อนชำระขั้นต่ำ ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์เข้าร่วมโครงการ และเมื่อผ่านกระบวนการคัดกรอง และจัดโปรแกรมการชำระหนี้ พบว่าลูกหนี้ไม่สามารถผ่อนชำระได้ เนื่องจากลูกหนี้ต้องเจียดเงินเพื่อผ่อนกับชำระหนี้กับนอนแบงก์ด้วย ทำให้มีลูกหนี้ออกจากโครงการประมาณ 5% หรือ 30 ราย  สำหรับผู้สมัครเข้าร่วมโครงการมีมูลหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 230,000 บาทต่อราย มีเจ้าหนี้เฉลี่ย 3 ราย” นางผ่องเพ็ญ กล่าว

นางฤชุกร  สิริโยธิน รองผู้ว่าด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไข พ.ร.ก. บริษัทบริหารสินทรัพย์ เพื่อขยายขอบเขตให้สามารถบริหารหนี้เสียที่เกิดกับนอนแบงก์ได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา  ซึ่งจะเป็นช่วยลูกหนี้นอนแบงก์ได้ครอบคลุมมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ผู้สนใจสามารถติดต่อเพื่อขอเข้าร่วมโครงการ ได้ที่ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด  โทรศัพท์ 0-2610-2266 หรือสมัครเว็บไซต์ www.debtclinicbysam.com หรือ www.คลินิกแก้หนี้.com
 


ครับ... มันคือนิติกรรมอำพราง เอกสารแถลงข่าวของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วานนี้ (๑๑ ธันวาคม) เขียนข้อความเอาไว้สั้นๆ ว่า........

'เจ้าพ่อ-เจ้าแม่' เฟกนิวส์
งูเห่าหรือจะสู้ผึ้งแตกรัง
เรือดำน้ำกับทีท่ากรรมาธิการฯ
ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่