ยกความหมายธงเตือนสติ ฉลุยเก็บตก29นายพล‘ตร.’


เพิ่มเพื่อน    

  "บิ๊กตู่" ย้ำทหารต้องเป็นหนึ่งเดียว ปกป้องอธิปไตยของชาติ บอกอย่าให้โยกย้ายทหารทำกองทัพแตกแยก "ผบ.ทบ." ยกความหมาย "ธง" เตือนสติ "ผู้การ-ผู้พัน" ให้ระลึกถึงความรับผิดชอบเหนือเกียรติยศศักดิ์ศรี "ก.ตร." ฉลุยเก็บตกแต่งตั้ง 29 นายพลสีกากี

     เมื่อวันที่ 11 ก.ย. พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกวาระพิเศษ ที่มีพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เป็นประธาน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ฝากข้อห่วงใยเรื่องการปรับย้ายของกองทัพบก ซึ่ง รมว.กลาโหมได้เน้นย้ำว่ากองทัพบกต้องเป็นหนึ่งเดียว เป็นเสาหลักในการปกป้องอธิปไตยของชาติ กองทัพบกจะมีการแตกแยกไม่ได้ การปรับย้ายทุกปีย่อมมีคนสมหวัง-ไม่สมหวัง ในฐานะ รมว.กลาโหม ในการปรับย้ายนายทหารระดับชั้นนายพล ผบ.ทบ.ได้หารือส่วนตัวกับ รมว.กลาโหม ให้ท่านได้ตัดสินใจพิจารณาในตำแหน่งต่างๆ ให้เหมาะสม โดยพิจารณาจากขีดความสามารถ มากกว่าการพิจารณาจากอาวุโสรุ่น
    "ขอให้เชื่อมั่นว่าทุกคนทุกหน่วยจะต้องมีโอกาสเจริญก้าวหน้าที่ทัดเทียม สลับปรับเปลี่ยนหมุนเวียนให้มีการระบายอย่างเหมาะสม" พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวถึงข้อความที่ พล.อ.ประยุทธ์ฝากข้อห่วงใยมา
    รองโฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ในที่ประชุม พล.อ.อภิรัชต์กล่าวเปิดเผยว่าได้รับทราบข้อมูลจากช่องทางสายตรง ผบ.ทบ.เรื่องที่ต้องแก้ไขมากที่สุดอันดับหนึ่งคือการเลื่อนยศ ตำแหน่ง เบี้ยเลี้ยง เงินเดือน รองลงมาคือสวัสดิการกำลังพล และอันดับสุดท้ายคือการถูกลงโทษโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม หลายเรื่องที่ร้องเรียนเข้ามาที่ศูนย์ร้องเรียนเรื่องร้องทุกข์ สายตรง ผบ.ทบ. แทบไม่อยากจะเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง เรื่องเหล่านี้แม่ทัพ, ผบ.พล. ไม่มีทางทราบ
    "ผบ.หน่วยทุกระดับจะต้องใส่ใจสวัสดิการ สิทธิ กำลังพลของลูกน้อง ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา อย่าปล่อยปละละเลยเด็ดขาด แม้ว่าหลายกรณีอาจจะเกิดมาก่อนหน้าที่ท่านดำรงตำแหน่งแล้วก็ตาม ผลลัพธ์ที่จะสะท้อนประสิทธิภาพผู้นำหน่วยได้มากที่สุดคือกำลังพลมีผู้นำที่พึ่งพาได้ เป็นแบบอย่างได้ หน่วยจะดีได้ ขึ้นอยู่กับผู้บังคับหน่วย จึงอยากสะท้อนให้ ผบ.หน่วย ผู้บังคับบัญชาได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ด้วย" รองโฆษกกองทัพบกกล่าวถึงถ้อยคำของ พล.อ.อภิรัชต์
    พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์ยังสรุปในหัวข้อ “2 ปีในการร่วมกันปฏิรูปกองทัพบก” โดยได้มีการยกประสบการณ์ชีวิตมาแลกเปลี่ยนให้ผู้บังคับหน่วยที่เข้าร่วมประชุม และกล่าวว่า "สำหรับผมแล้ว ธงคือเครื่องเตือนสติ ทุกครั้งที่รับ-ส่งธงจะนึกเสมอว่าอะไรอยู่ภายใต้ผืนธง ธงผู้พัน ธงผู้การ ต่างก็มีภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน ทุกผืนธงมันหนัก เพราะมันคือ ความรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงเรื่องของเกียรติยศศักดิ์ศรี การสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่กองทัพบก ต้องเริ่มที่ต้นน้ำ ต้นกำเนิด ทั้งทหารกองประจำการ นักศึกษาวิชาทหาร อาสาสมัครทหารพราน นักเรียนนายสิบ นักเรียนนายร้อย ต้นน้ำเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร ระเบียบ หลักเกณฑ์ ให้สอดคล้องกับยุคสมัย บริบท และทัศนคติของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน"
    รองโฆษกกองทัพบกกล่าวว่า อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ พล.อ.อภิรัชต์ย้ำในการเป็นผู้บังคับบัญชา จะต้องใส่ใจเรื่องสวัสดิการของผู้ใต้บังคับบัญชา เรื่องเดือดร้อนต่างๆ ทั้งทางด้านการเงิน ครอบครัวของกำลังพลไม่ได้รับการเยียวยา จากการเสียชีวิตหรือทุพพลภาพของกำลังพลระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เรื่องเหล่านี้คือขวัญและกำลังใจ รวมทั้งได้ฝากข้อคิดในการทำงานให้มีวินัย พอเพียง ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา หน่วยจะดี-ไม่ดีพิจารณาที่ผู้บังคับหน่วย คิดนอกกรอบได้ แต่ไม่ผิดระเบียบ เมื่อสั่งอะไรตนเองต้องทำได้เช่นกัน และการกำกับดูแลคือผลลัพธ์ของความสำเร็จ สิ่งที่หายากคือโอกาส ตอนนี้ทุกท่านได้โอกาสเป็นผู้บังคับหน่วย ต้องหาวิธีลดช่องว่าง ลดความเหลื่อมล้ำ
    "โดยส่วนตัว ผบ.ทบ. กล่าวว่ามีท่านนายกฯ เป็นแบบอย่าง ตั้งแต่ท่านดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ทบ. เวลาไปไหนมาไหนจะพยายามลดภาระกำลังพลที่ต้องมารับมาส่ง การไปตรวจเยี่ยมแบบไม่เป็นทางการ จะทำให้เราเห็นปัญหาหลายๆ เรื่อง เพียงแค่ขาดการเอาใจใส่ดูแล ธุระไม่ใช่ ดังนั้นหาก ผบ.หน่วยลงไปคลุกคลีกับลูกน้องบ้าง พูดคุย รับฟัง นั่งกินข้าวกับลูกน้อง เราอาจจะได้รับรู้อะไรดีๆ เป็นขวัญกำลังใจของผู้ใต้บังคับบัญชา" รองโฆษกกองทัพบกกล่าว
    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันเดียวกัน เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 8/2563 เพื่อพิจารณาวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ถึงผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2563 ล็อตสอง ใช้เวลาเพียง 40 นาที
    มีรายงานว่า ที่ประชุม ก.ตร.ได้พิจารณาแต่งตั้งตำแหน่งว่างระดับรอง ผบ.ตร. ว่าง 1 ตำแหน่ง, ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. ว่าง 1 ตำแหน่ง, ระดับ ผบช. ว่าง 2 ตำแหน่ง, ระดับรอง ผบช. ว่าง 5 ตำแหน่ง, ระดับ ผบก. ว่าง 12 ตำแหน่ง และสับเปลี่ยนหมุนเวียนระดับ ผบช. 1 ตำแหน่ง, หมุนเวียน รอง ผบช. 5 ตำแหน่ง และหมุนเวียนระดับ ผบก. 2 ตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น 29 ตำแหน่ง
    สำหรับผู้ที่ได้รับการพิจารณา พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. (นรต.38) ขึ้นเป็น รองผบ.ตร., พล.ต.ท.สุรพล อยู่นุช ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.(นรต.36) เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 (นรต.41) ขึ้น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง จเรตำรวจ (สบ.8) โยกเป็น ผบช.สอท. หรือ บช.ไซเบอร์, พล.ต.ต.ทรงเกียรติ วาทะกุล รอง ผบช.ภ.9 (นรต.39) ขึ้นเป็นจเรตำรวจ (สบ 8),พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม.(นรต.39) โยกเป็นรอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.ภ.6(นรต.41) โยกเป็นรอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.มณเทียร พันธ์อิ่ม ผบก.กองมาตรฐานวินัย สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ขึ้นเป็นรอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ รอง ผบช.ภ.4 โยกเป็นรอง ผบช.ภ.3
    พ.ต.อ.ชัยพงศ์ ทรงพลนภจร รอง ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู  เป็น ผบก.อก.สอท., พล.ต.ต.รณชัย จินดามุข ผบก.ประจำ บช.น. เป็น ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.สส.ภ.6. เป็น ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง.ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เป็น ผบก.สอท.3, พ.ต.อ.ฐิติวัฒน์ สุริยะฉาย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เป็น ผบก.สอท.4, พ.ต.อ.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบก.สทส.เป็น ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบก.น.9 เป็น ผบก.ตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี
    พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า การแต่งตั้งและโยกย้าย?หมุนเวียน?ในระนาบเดียวกันรวม 29 ตำแหน่ง พิจารณา?จากคุณสมบัติ?ที่เหมาะสม โดยเฉพาะ?ตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ที่แต่งตั้งแทน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา? คัดจากผู้มีความรู้ความสามารถ? ส่วนสถานะของ พล.ต.อ.วิระชัย ยังคงรับราชการตำรวจในตำแหน่งสำรองราชการ
    ถามถึงการลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. พล.ต.อ.จักรทิพย์ หัวเราะอย่างอารมณ์ดี? และบอกยังไม่ได้ทำอะไร ขณะนี้มีเพียงแต่การพูดล้อพูดแซวกัน รวมถึงยังไม่มีการติดต่อทาบทามจากพรรค?การเมืองให้ไปร่วมด้วย.

 


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก