ถังไม่แตก...แต่การ บริหารห่วยแตก!


เพิ่มเพื่อน    

       เป็นความผิดพลาดที่ไม่น่าจะให้อภัยได้ กรณีที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไม่สามารถจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุและผู้พิการประจำเดือนกันยายนนี้

            ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นเรื่อง "ถังแตก" หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ เป็นความล้มเหลวในการบริหารโดยสิ้นเชิง

            เพราะเรื่องเงินสดไม่พอจ่ายทันวันที่ 10 ของเดือนนี้ซึ่งเป็นวันที่กำหนดของทุกเดือนนั้น ไม่ใช่เพิ่งรู้ก่อนหน้าวันสองวัน

            แต่เป็นความรับผิดชอบของการบริหารงบประมาณที่ต้องมีสัญญาณเตือนมาก่อนหน้านั้นเป็นเดือนๆ แล้ว

            หากจะต้องโยกงบอื่นมาใช้ชั่วคราวหรือต้องหาวิธีอื่นใดเพื่อไม่ให้คนสูงอายุกว่า 9 ล้านคน และคนพิการกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศต้องตกอยู่ในสภาพงุนงงและสับสน เพราะเบี้ยส่วนนี้ย่อมกลายเป็นความคาดหวังประจำอยู่แล้ว

            ข่าวแรกเริ่มบอกว่า กรมบัญชีกลางไม่สามารถโอนเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการให้คนพิการประจำเดือน ก.ย.63 เข้าบัญชีผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินและเข้าบัญชีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  (อปท.) ได้ภายในกำหนดเวลาจ่ายวันที่ 10 ก.ย.63

            เหตุที่อ้างอย่างเป็นทางการคือ เกิดความติดขัดขั้นตอนเรื่องการจัดสรรงบประมาณไปและกลับ ระหว่างกรมบัญชีกลางและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)

            เมื่อวันที่ 10 ก.ย. เพจท้องถิ่นไทยซึ่งเป็นเพจทางการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)  เผยแพร่คำสัมภาษณ์นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กรณีการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินเบี้ยความพิการให้คนพิการของ อปท.ประจำเดือนกันยายน 2563 ที่มีความจำเป็นต้องเลื่อนการจ่ายเงินไปก่อนว่า สถ.ได้โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณจากรายการอื่นมาจ่ายเป็นเงินเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการแล้ว โดยจะเร่งรัดจ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายในวันอังคารที่ 22 ก.ย.63

            นายประยูรให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ว่า ตามปกติแล้วการขอรับจัดสรรเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการในแต่ละปีงบประมาณนั้น จะมาจากการสำรวจและประมาณการว่าในแต่ละปีจะมีผู้สูงอายุและผู้พิการจำนวนเท่าใด

            แต่เนื่องจากในช่วงปลายปีงบ 2563 พบว่าจำนวนผู้สูงอายุมากกว่าที่ประมาณการไว้ ทำให้เมื่อถึงเดือน ก.ย.63 งบที่ได้รับจัดสรรไว้จึงไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องได้รับการจัดสรรงบเพิ่มอีก 3,000 ล้านบาท

            แปลว่าอะไรครับ? "จำนวนผู้สูงอายุมากกว่าที่ประมาณการไว้..."

            หมายความว่า สถ.ไม่มีข้อมูลหรือมีข้อมูลแต่ประเมินไม่ถูก...ทั้งๆ ที่สถิติว่าด้วยประชากรที่มีอายุเข้าสู่วัยที่มีสิทธิ์ได้รับเบี้ยคนสูงวัยย่อมมีอยู่ในระบบราชการ

            คุณประยูรบอกด้วยว่า หลังจากกรมฯ ทำเรื่องเสนอของบเพิ่มเติม โดยเสนอขอใช้งบกลางปีงบ  2563 แต่พบว่างบกลางมีไม่เพียงพอเพราะต้องนำไปใช้จ่ายในเรื่องอื่นๆ

            อย่างนี้แปลว่า "ถังแตก" ครับ...เพราะเงินหมุนเวียนไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายประจำแล้ว

            อธิบดีประยูรบอกว่า เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้กรมฯ จึงหาทางออกโดยให้นำเงินเหลือจ่ายจากการจัดซื้อจัดจ้างของ อปท.มาจ่ายเงินเบี้ยผู้สูงอายุและเบี้ยผู้พิการส่วนที่ขาดทั้งหมด

            คาดว่าสามารถจ่ายได้ภายในวันที่ 22 เดือนกันยายนนี้

            แต่หาก อปท.แห่งใดมีเงินเหลืออยู่ก็ให้สำรองจ่ายไปก่อนวันที่ 22 ก.ย.63 ได้ และกรมฯ จะโอนงบคืนให้ในภายหลัง

            "ทางเลือกแรก เราของบกลางมาเพิ่ม แต่ไม่ได้ เพราะงบกลางต้องนำไปใช้อย่างอื่น เราจึงใช้เงินเหลือจ่ายที่ท้องถิ่นประหยัดได้จากการจัดซื้อจัดจ้าง หรือโครงการที่ได้งบไปแล้ว แต่ทำไม่ได้ หรือใช้งบทางอื่นทำไปแล้ว โดยเราดึงงบตรงนั้นกลับมาโปะตรงนี้ ซึ่งผมได้เซ็นแจ้งเรื่องไปยังกรมบัญชีกลางแล้ว  ดังนั้นยอดเงินที่เราขาดไป 3,000 ล้านบาท ไม่มีปัญหา ตอนนี้ยังบริหารได้ และไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่มีเงินจ่าย ไม่ใช่ถังแตก" คุณประยูรบอก

            ตัวเลขทางการบอกว่า รัฐบาลจัดสรรงบสนับสนุนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 9.66 ล้านคน เป็นเงิน 76,284  ล้านบาท และจัดสรรงบเพื่อสนับสนุนเบี้ยยังชีพคนพิการ 1.93 ล้านคน 18,563 ล้านบาท

            วันที่ 22 เดือนนี้จะมีจ่ายหรือไม่...และมีแผนสำหรับเดือนต่อๆ ไปอย่างไร ทางการควรจะแจ้งตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะการอ้างว่าเงินไม่พอ ไม่รู้จะเอาเงินจากงบไหน และไม่มีแผนสำรองล่วงหน้า แต่ก็ยืนยันว่า  "ถังไม่แตก" นั้น ฟังไม่ขึ้นด้วยประการทั้งปวง.