เที่ยวธรรมชาติ ชมวิถีชาวแกลง จ.ระยอง 


เพิ่มเพื่อน    

พาครอบครัวเที่ยวหาดแม่พิมพ์ ที่สวยจับใจ

 

    หากเอ่ยถึงจังหวัดระยอง เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ได้เคยเดินทางไปท่องเที่ยวบ้างมาแล้ว เพราะจังหวัดนี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายให้เราได้เลือกไปแบบครบรสทั้ง 8 อำเภอ ทั้งทะเล ภูเขา น้ำตก ถ้ำ วัด สวนเกษตร หรือวิถีชีวิตชุมชน และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เดินทางไปสะดวกไม่ว่าจะรถส่วนตัวหรือรถโดยสาร ในวันหยุด

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.กระทรวงท่องเที่ยวฯ ร่วมปั่นจักรยาน


    ไม่นานมานี้  ได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่อำเภอแกลง จ.ระยอง กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) โดยได้มีกิจกรรม Happy Bike ไร้โควิด 2020 ที่ได้ไปตามเส้นทางสำคัญชมวิวแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอแกลง นำโดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อกระตุ้นหารท่องเที่ยวในช่วงวิกฤตโควิด-19 


    ที่อำเภอแกลง มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบเหมาะกับการทำเกษตร  ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งผลิตผลไม้ ปริมาณมากที่สุดของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน เงาะ ลองกอง ขนุน มังคุด  อีกส่วนหนึ่งก็เป็นพื้นที่ราบชายทะเล มีหาดแม่พิมพ์ อ่าวไข่ และยังมีแม่น้ำประแส ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักในการทำประมงของชาวบ้าน จึงถือว่าเป็นหนึ่งในอำเภอของจังหวัดระยองที่มีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ การเกษตร และท่องเที่ยว ไม่รอช้าเราไปทัวร์กันเลยดีกว่า

ล่องแพ เล่นน้ำเย็นๆ

ล่องเรือชมเหยี่ยวแดง

    จุดหมายแรกเรามุ่งหน้าไปที่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลปากน้ำประแส ที่นี้เป็นการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นคนบริหารจัดการ ทำให้เราได้สัมผัสวิถีและได้พูดคุยกับชาวบ้านที่น่ารักมากๆ พี่แต๋น-ดวงฤดี ขวัญนิยม ประธานกลุ่มฯ  เล่าว่า ที่นี่เป็นชุมชนเล็กๆ ที่อยากสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน จึงได้รวมกลุ่มกันทำท่องเที่ยวชุมชน จากภูมิปัญญาที่มีอยู่ ทั้งขนมพื้นบ้าน  ของกินของใช้อื่นๆ ที่มีเฉพาะที่นี่เท่านั้น

วิถีริมน้ำประแส


    คณะของเราก็ได้สวมบทบาทเป็นลูกมือของแม่ๆที่พากันมาต้อนรับ  ในการทำขนมควยลิง หรืออีกชื่อก็คือ เล็บมือนาง ที่นี่จะมีสูตรที่แตกต่างจากที่อื่น คือ ใช้มะพร้าวทึนทึก ที่มีกลิ่นหอมรสชาติขนมออกกมาลมกล่อมยิ่งขึ้น   ต่อมาที่การทำแจงลอน หรือที่คล้ายทอดมันแต่นำมาย่างแทนการทอด ความพิเศษอยู่ที่ การใช้เนื้อปลาน้ำดอกไม้บดละเอียด ทำให้แจงลอนมีความเหนียว นุ่ม ปั้นเป็นก้อนกลมเสียบไม้ ย่างบนไฟถ่านอ่อนๆ ก็จะหอมเครื่องพริกแกงมากๆ หรือขนมโบราณอย่าง ขนมบอบแบบ อีกชื่อก็คือขนมนิ่มนวล เพราะทำมาจากข้าวเหนียวที่ต้องเอาไปโม่   แล้วนวดจนเหนียวนุ่ม สอดไส้ด้วยมะพร้าว ราคาเพียง 4 ชิ้น 10 บาท  มาต่อที่แหล่งผลิตชาใบขลู่ โดยลุงชะโลม วงศ์ทิม เป็นผู้ริเริ่มทำมากว่า 13 ปี สามารถช่วยบรรเทาเบาหวาน ลดไขมันในเส้นเลือด ขับปัสสาวะ แต่ไม่แนะนำสำหรับคนที่มีโรคความดันต่ำนะ มีขายแบบซองละ 60 บาท และแบบกล่อง 70 บาท แน่นอนมีกิจกรรมอีกมากมายที่น่าสนใจ ใครสนใจสามารถติดต่อได้ที่พี่แต๋น โทร.085-120-8014 

ตลาดบ้านเก่าปากนำ้ประแส


    มาต่อที่ตลาดบ้านเก่าริมน้ำประแส ช่วงนี้อาจจะดูไม่มีนักท่องเที่ยวมมากนัก ทำให้บรรยากาศก็จะเงียบหน่อย แต่ก็ได้ความรู้สึกที่สงบเดินชมบ้านเรือนแบบชิวๆ บ้านเรือนที่นี่จะเป็นบ้านไม้ตั้งแต่สมัยอยุธยา อยู่ติดกับแม่น้ำประแสชาวบ้านส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพปประมง มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา บางหลังก็เปิดหน้าบ้านเป็นร้านค้า ร้านอาหาร บางหลังก็มีการปรับปรุง ไปทำเป็นโฮมสเตย์มีความโมเดิร์นมากขึ้น ถึงเราจะเป็นคนต่างถิ่น แต่ชาวบ้านก็ยิ้มแย้มทักทายเป็นกันเอง เมื่ออยากรู้จักประแสให้มากกว่านี้เราเลยเลือกไปล่องเรือประมงยามเย็น กับเรือบ้านชานสมุทร พร้อมกับแพไม้ไผ่ สำหรับใครที่อยากจะเล่นน้ำก็มีให้บริการ โดยมีไฮไลท์ คือ การชมเหยี่ยวแดง ในราคา 200/คน ใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่าๆ 

ขนมบอบแบบ ขนมประจำถิ่น

ต้องอาหารจานเด็นจากร้านหมอข้าวหมอแกงลิง


    ทันทีที่เรือแล่นออกจากท่าผ่านบ้านริมน้ำหลายหลังที่ทุกหลังจะมีเรือจอดเทียบท่า อีกฟากฝั่งก็เป็นป่าโกงกาง ถัดมาก็มองเห็นศาลกรมหลวงชุมพร และได้เห็นอู่ต่อเรือขนนาดใหญ่ ล่องมาได้สักพักก็ได้เวลาชมเหยี่ยวแดงแล้ว กัปตันเรือบอกเราว่า จะมีวิธีเรียกเหยี่ยวให้ออกมาโดยการให้เนื้อสัตว์ผ่านกระแสน้ำ และเป่านกหวีด สิ้นเสียงแหลมของนกหวีดเหล่าฝูงเหยี่ยวก็มาถลากินอาหาร และบินอยู่บนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ทางแพไม้ไผ่นักท่องเที่ยวก็สนุกสนานกับการเล่นน้ำ ก่อนเราจะไปจบการล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกที่ อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส โดยเรือหลวงประแสนี้เป็นลำที่ 2 ที่ปฏิบัติภารกิจมากมายทั้งในสงครามเกาหลี และภารกิจในไทย จนได้ปลดระวางใน  22 มิถุนายน 2543 สามารถเข้าขมได้ฟรี เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30-18.00 น. 

ย่านลิเภาที่พันต้นเสม็ดขาวความสวยงามของธรรมชาติ.


    วันต่อมาเราไปล่องเรือกันต่อสวนพฤกษศาสตร์ระยอง พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ อุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ มีพรรณไม้นานาชนิดกว้างกว่า 3,000 ไร่ เรานั่งเตรียมพร้อม บนเรือท้องแบน ที่ได้แล่นออกไปยังเส้นทางชมธรรมชาติตามจุดไฮไลท์ต่างๆ ระหว่างทางเราก็จะเห็นนกน้ำนานาชนิด และป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มาถึงจุดแรกที่เรียกว่า แพหญ้าหนังหมา เขียวขจีสุดสายตา ลอยเหนือผืนน้ำทับถมกันเป็นชั้นๆมาหลาย 100 ปี จนสามารถขึ้นไปเดินได้ไม่จมจริงๆ แต่ก็จะแอบเสียวนิดๆ ว่าจะพลาดท่าตกเอาได้ ล่องต่อไปชมป่าเสม็ดดึกดำบรรพ์ที่นับว่าเป็นป่าเสม็ดขาวผืนสุดท้ายของภาคตะวันออกที่ยังสมบูรณ์มาก แถมยังสวยงามแบบลึกลับถ้าพายเรือมาเองไม่รู้ทิศทางก็อาจจะหลงเอาได้เลยนะ ลึกเข้าไปอีกเราก็จะได้เจอกับย่านลิเภาที่พันรอบต้นเสม็ดที่ทำให้ทุกคนบนเรือต่างอุทานออกมาว่า สวยมากๆ และหากใครใจกล้าก็สามารถลงน้ำไปสัมผัสแบบใกล้ชิดได้อีกด้วย แต่ต้องอยู่ในการดูแลของคนเรือนะจ๊ะ สำหรับค่าเช่าเรือ 10 คน ราคา 600 บาท สำหรับเรือคายัค ชั่วโมงละ 100 บาท สอบถามเพิ่มเติมและจองคิวล่องเรือได้ที่ สำนักงานสวนพฤกษศาสตร์ระยอง โทร.038-638-981 ในเวลา 08.30-16.00 น. 

ลงเดินเล่นที่แพหญ้าหนังหมาไม่จมน้ำจริงๆ


    วันสุดท้ายปิดทริปนี้กันที่ ฟาร์มเพชรแต้มสี แหล่งเพาะพันธุ์กระบองเพชร พันธุ์ไม้ด่าง ที่มีสันสวยงามโดดเด่นเฉพาะไม่ว่าจะเป็นเหลือง ส้ม ชมพู ม่วง แดง  ผลจากการศึกษาค้นคว้าและผสมเกสรของ ไขมุก ฉวีวรรณากร เจ้าของฟาร์ม มากว่า 23 ปี ซึ่งต้นกระบองเพชรที่นิยมมากที่สุด ที่มีชื่อเรียกว่า คริส ที่ไม่ได้เพาะให้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ และราคายังสูง แต่ถูกใจคนที่หลงใหลแน่นอน แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มปลูกก็สามารถซื้อในราคาเริ่มต้นที่ 500 บาท ที่นี่ไม่ได้เปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นศูนย์การเรียนรู้หากใครสนใจสามารถติดต่อล่วงหน้าได้ที่ 061-878-7922 ไปต่ออีกสักหน่อยที่สวนหม้อข้าวหม้อแกงลิง Rayong Smile Plants ที่อ.บ้านค่าย ที่เจ้าของสวน พี่ประกิต โพธิ์ศรี ได้เพาะพันธุ์หม้อข้าวหม้อแกงลิงที่มีในไทยทั้งหมด 8 สายพันธุ์ และยังได้เพาะขึ้นอีกกว่ากว่า 100 สายพันธุ์และห้ามพลาดคือต้องชิมอาหารที่ทำจากดอกหม้อข้าวหม้อแกงลิง ทั้งชุปแป้งทอด นำมาตำส้มตำ หรือยำผักกูด บอกได้เลยต้องลองเปิดประสบการณ์กินดูสักครั้ง สวนเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-16.00 น.

กระบองเพ็ชร ฟาร์มเพชรแต้มสี