ชาวบ้านต้านเหมืองหินดงมะไฟกางกม.แร่60 เตือน'ขรก.-บริษัท'อุ้มประทานบัตรเจอโทษหนัก


เพิ่มเพื่อน    

                                            ภาพจากเฟซบุ๊กเหมืองแร่หนองบัว

20 ก.ย.63- เฟซบุ๊กเหมืองแร่หนองบัว โพสต์ข้อความ ระบุ แถลงการณ์ของกลุ่มอนุรักษ์ ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ฉบับที่ 6 คำขอต่ออายุใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้ และคำขอต่ออายุใบประทานบัตร เพื่อทำเหมืองหินปูน ต้องถูกยกเลิก ซึ่งขณะนี้กลุ่มชาวบ้านยังปักหลักชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.ที่ผานมา เพื่อข้อเรียกร้อง  3  ข้อ  คือ (1) ปิดเหมืองหินและโรงโม่ (2) ฟื้นฟูภูผาป่าไม้ (3) พัฒนาดงมะไฟให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและอารยธรรมโบราณคดี

ทั้งนี้แถลงการณ์ดังกล่าว ระบุใจความว่า กฎหมายแร่ฉบับใหม่ หรือพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 เขียนไว้ในมาตรา 125 ว่า อธิบดีหรือเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจําท้องที่ มีอํานาจสั่งยกคําขอประทานบัตรได้ เมื่อผู้ยื่นคําขอกระทําการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวด 5 หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำเช่นว่านั้นและมาตรา 52 ของหมวด 5 เขียนว่า การขอและการออกประทานบัตร และคุณสมบัติของผู้ยื่นคําขอ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง และกฎกระทรวงดังกล่าวต้องกําหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในมาตรา 19

ซึ่งสาระสำคัญของมาตรา 19 ระบุว่า เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการแร่ การอนุญาตให้ทําเหมืองให้พิจารณาอนุญาตได้เฉพาะในพื้นที่ที่แผนแม่บทการบริหารจัดการแร่กําหนดให้เป็น ‘เขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมือง’ เท่านั้น ขณะที่สาระสำคัญตามมาตรา 17 วรรคสี่ ที่เขียนว่า “พื้นที่ที่จะกําหนดให้เป็น ‘เขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมือง’ต้องไม่ใช่พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เขตโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เขตพื้นที่ที่มีกฎหมายห้ามการเข้าใช้ประโยชน์โดยเด็ดขาด พื้นที่เขตปลอดภัยและความมั่นคงแห่งชาติ หรือพื้นที่แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม” 

จะเห็นได้ว่าการ ‘ยื่น’ และ ‘รับ’ (1) คำขอต่ออายุ ‘ใบอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อทำเหมืองหินปูน’ พื้นที่ 175 ไร่ บนภูผาฮวก ไปอีกสิบปี จนกระทั่งถึงปี 2573 ซึ่งพวกเราได้ทำการเข้ายึดเหมืองเพื่อเปลี่ยนเขตเหมืองแร่เป็นเขตป่าชุมชนเรียบร้อยแล้วในวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากยังไม่ได้รับการต่ออายุก่อนวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา และ (2) คำขอต่ออายุ ‘ใบประทานบัตรทำเหมืองหินปูน’ พื้นที่ 175 ไร่บนภูผาฮวก ไปอีกสิบปี จนกระทั่งถึงปี 2573 ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกันกับข้อ (1) ที่จะหมดอายุในวันที่ 24 กันยายนนี้

และคงไม่ได้รับการต่ออายุไปอีกสิบปีก่อนวันที่ 24 กันยายนนี้อย่างแน่นอน เพราะเป็นการยื่นและรับคำขอโดยมิชอบตามกฎหมายแร่ฉบับใหม่เนื่องจากภูผาฮวกเป็นพื้นที่ที่ไม่เข้าข่ายเป็น ‘เขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง’ ตามมาตรา 17 วรรคสี่ แต่อย่างใด เพราะพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ มีทั้งภาพเขียนสีและเครื่องปั้นดินเผาอายุเก่าแก่ไม่ต่ำกว่า 1,500 - 3,000 ปี และเป็นแหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม มีทั้งโถงถ้ำและตาน้ำที่เป็นบ่อเกิดลำธารจึงต้องถูกกันออกจากการเป็น ‘เขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง’

ดังนั้นบริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จึงไม่ควรยื่นและรับคำขอต่ออายุใบอนุญาตทั้งสองตั้งแต่ต้น เพราะเป็นคำขอต่ออายุใบอนุญาตที่มิชอบตามกฎหมายแร่ฉบับใหม่ แต่เมื่อบริษัทยื่นคำขอ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องรับคำขอมาแล้ว  ควรรีบดำเนินการเพื่อขอคืนหรือยกคำขอต่ออายุใบอนุญาตทั้งสองออกไปจากสารบบโดยเร็วไม่ใช่ค้างคำขอต่ออายุใบอนุญาตทั้งสองไว้ เพื่อหวังว่าจะต่ออายุใบอนุญาตทั้งสองให้ได้สักวันหนึ่งข้างหน้า มิฉะนั้น จะถือว่าทั้งบริษัทและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ยังมีปฎิบัติการข่มขู่คุกคามชาวบ้านคัดค้านเหมืองหินปูนและโรงโม่หินยิ่งทวีขึ้นต่อเนื่อง อันเนื่องจาก ตามข้อกฎหมายที่ใบประทานบัตรการทำเหมืองหินที่จะหมดลงในวันที่ 24 ก.ย.นี้ โดยชาวบ้านหวั่นว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอยความรุนแรงที่แกนนำชาวบ้านในพื้นที่ถูกสังหาร4ศพซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถนำคนผิดมาลงโทษได้ และล่าสุดก็ยังมีการสร้างสถานการณ์ให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัว ตลอดจนกระแสข่าวดำเนินการเจาะจงไปที่NGO ต้านเหมืองที่สนับสนุนกลุ่มชาวบ้านปิดและฟื้นฟูเหมืองหินปูนในครั้งนี้.


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'