สั่ง17ผู้ว่าฯเหนือป้องกันไฟป่า


เพิ่มเพื่อน    

  "บิ๊กตู่" ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ติดตามการป้องกันไฟป่า-หมอกควัน กำชับ 17 ผู้ว่าฯ ภาคเหนือแก้ปัญหาให้ครอบคลุมทุกมิติ ชื่นใจเห็นการสืบสานต่อยอดฟื้นฟูป่าต้นน้ำ วอนอย่าเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์

    เมื่อวันที่ 24 ก.ย. เวลา 08.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ เดินทางด้วยเครื่องบิน บ.ท.135 แอมแบร์ จากท่าอากาศยานทหาร 1 กองบิน 6 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง ต.บ้านดู่ อ.เมืองฯ จ.เชียงราย เพื่อลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เชียงราย โดยเริ่มจากเดินทางไปยังโรงแรมเวียงอินทร์ ต.เวียง อ.เมืองฯ จ.เชียงราย เปิดการสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 111 โรงเรียนทั่วราชอาณาจักร ครั้งที่ 39 “ไทยรัฐวิทยากับชีวิตวิถีใหม่” และมอบโล่รางวัลชนะเลิศ Best Practice กับ 13 โรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนสื่อมวลชนศึกษา
    พล.อ.ประยุทธ์ได้ทักทายครูและเด็กนักเรียนที่มาต้อนรับ พร้อมเดินชมนิทรรศการผลงาน ช่วงหนึ่งนายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างเริ่มต้นจากพวกเรา การจะทำอะไรก็ตามหรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เราก็ต้องส่งต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน เพราะนี่คืออนาคตของชาติ และขอให้ตั้งใจเรียนหนังสือ เพราะนี่คืออนาคต ซึ่งนายกฯ ได้ถามเด็กนักเรียนและนักเรียนชนเผ่าม้งที่เรียนในโรงเรียนไทยรัฐวิทยาว่า เป็นคนไทยหรือไม่ รักประเทศไทยไหม คนไทยต้องมีหน้าที่อย่างไร ซึ่งนักเรียนได้ตอบว่า เป็นคนไทย นายกฯ จึงบอกไปว่าเป็นคนไทยต้องรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะทั้งหมดคือผืนดิน ผืนน้ำและอากาศ เพราะถ้าไม่มีทั้ง 3 อย่างก็ไม่มีประเทศไทย
    “ผมเป็นนายกฯ ผมคิดอย่างนี้มาตลอด ไม่เคยคิดเป็นอื่น ไม่เคยคิดนอกกรอบ ที่จะมานั่งเพื่อประโยชน์ตัวเอง ไม่เคยคิดแบบนั้นเลย ทุกคนที่เป็นรัฐบาลผมจะไม่ปล่อยให้มีการกระทำเช่นนั้น“นายกฯ กล่าว
    จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางมาที่ห้องดอยตุง โรงแรมเดอะรีเวอร์รีบายกะตะธานี ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เพื่อประชุมเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันพื้นที่ภาคเหนือ แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยมีผู้แทนเครือข่ายเยาวชนจิตอาสาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษา จ.เชียงราย นำเสนอโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ “ฝายตามแนวพระราชดำริ” ซึ่งนายกฯ กล่าวขอบคุณกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลเรือน ตำรวจ ทหาร รวมถึงเยาวชนที่มีข้อเสนอแนะ
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาหมอกควันไม่ใช่แค่การดับไฟ แต่ต้องดูทุกมิติ สิ่งสำคัญเราต้องขจัดต้นตอของการเผาป่าที่เกิดจากวิถีชีวิตของชาวบ้าน หาพื้นที่ให้ชาวบ้านทำการเกษตร ขณะที่ต้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้อยู่กับเราได้นานที่สุด ซึ่งเป้าหมายตัวชี้วัดด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในปี 2564 คือต้องลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี
    "รัฐบาลจะส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อไปดูเรื่องการขุดแหล่งน้ำต่างๆ ขณะที่การมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น ต้องให้เขารับรู้ว่าทำแล้วได้อะไร โดยจะต้องสร้างการรับรู้และความตระหนักถึงผลกระทบจากปัญหาหมอกควันและไฟป่า ทั้งทางเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชน ผ่านภาษาถิ่น ภาษาชาวบ้านด้วย และขอให้ทุกจังหวัดประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลดปริมาณเชื้อเพลิงในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า และจัดตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่า โดยร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ เครือข่ายจิตอาสา และประชาชนในพื้นที่" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ในตอนท้าย นายกฯ แนะนำจังหวัดให้นำเทคโนโลยีแอปพลิเคชันการดับไฟป่ามาใช้ ให้หน่วยงานในพื้นที่ร่วมมือกัน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดบริหารงานแบบ Single Command ให้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอบคุณทุกหน่วยงานและทุกองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ โดยส่งเสริมให้มีการทำงานร่วมกันในทุกระดับและทุกขั้นตอน
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวหลังการมอบนโยบายว่า ได้เน้นย้ำในเรื่องการดับไฟป่า การทำฝาย รวมทั้งการปลูกป่าเพิ่มเติม ทุกอย่างต้องเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดยได้มอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือแก้ปัญหาในเรื่องการดับไฟป่าซึ่งมีเกิดขึ้นทุกปี ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องบูรณาการงานปฏิบัติร่วมกัน ทั้งในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ และวันเดียวกันนี้ได้ฟังข้อเสนอแนะจากเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นการเสนอแนะในสิ่งที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ รัฐบาลยินดีที่จะสนับสนุน ทั้งนี้ เรามุ่งเน้นในเรื่องการแก้ปัญหาการเผาป่า การกำจัดวัชพืช รวมทั้งดูแลภาคการขนส่งด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเปลี่ยนผ่านการคมนาคมขนส่ง ทุกอย่างต้องเตรียมความพร้อมทั้งหมด
    “ถ้าเราสามารถแก้ปัญหาของเราได้สำเร็จ หรืออย่างน้อยสำเร็จมากขึ้นตามลำดับ ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีในอนาคต ขณะเดียวกันเราต้องร่วมมือกับต่างประเทศ เพราะหากพูดถึงปริมาณก็ยังมีปัญหาอยู่มาก จึงต้องมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของเราให้กับต่างประเทศ เพื่อจะได้ลดพื้นที่ที่เป็นปัญหาลงได้บ้าง เพราะวันนี้มวลอากาศยังสามารถเคลื่อนที่ไปมาได้ วันนี้ขอขอบคุณจิตอาสา ภาคประชาชน ผู้ว่าราชการจังหวัด และท้องถิ่น ทั้งหมดต้องร่วมมือกัน เราต้องใช้ทั้งหลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ เนื่องจากวิถีชีวิตของคนไทยโดยเฉพาะเกษตรกรยังคงอยู่ดังเดิม ก็ต้องค่อยๆ ปรับแก้ไป สิ่งสำคัญ อย่าเข้าป่าเพื่อที่ไปหาสัตว์ป่าหรือหาเห็ดอะไรกันอีก เพราะอาหารข้างนอกมีรับประทานเพียงพออยู่แล้ว ไม่ต้องเข้าไปหาในป่า ถ้าคิดอยากจะทำก็ขอให้ไปคิดเรื่องการเพาะเห็ดในแปลงพื้นที่ชุมชนหรือป่าชุมชน ขอให้ใช้ประโยชน์ในลักษณะนี้ ขอร้องว่าอย่าไปทำลายป่า เพราะบางครั้งการเผาเพียงเล็กน้อยก็จะลุกลามจนไม่สามารถดับได้ ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน” นายกรัฐมนตรีกล่าว
    ต่อมาเวลา 13.20 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาที่สำนักงานเทศบาลตำบลแม่ยาว ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย พบปะประชาชนและตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า โดยนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯเชียงราย กล่าวรายงานสรุปผลการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ จ.เชียงราย
    นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า โดยการบริหารจัดการพื้นที่และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร การควบคุมการเกิดไฟ และการแก้ไขปัญหาหมอกควัน อาทิ การแก้ปัญหาการเผาป่าเพื่อหาเห็ดของชาวบ้าน โดยได้นำเห็ดที่ทำการเพาะนำมาประกอบอาหารอย่างแกงเห็ดตับเต่า โดยนายกฯ ได้ขอลองชิม พร้อมชมว่าอร่อย ถามหม้อนี้เท่าไหร่ ขอจองเอากลับไปให้คนกรุงเทพฯ พร้อมรับฟังการบรรยายการปฏิบัติเข้าดับไฟป่าจากเจ้าหน้าที่ ชมการใช้โปรยเพื่อการจัดการไฟป่าและฟื้นฟูป่า
    พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ชมกิจกรรมของสำนักงานกอองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในโครงการเรียนรู้และการสื่อสารสู้ภัยฝุ่นในโรงเรียน ที่มีน้องๆ มาวาดภาพเกี่ยวกับป่าไม้ สัตว์ป่า ภาพปัญหาหมอกควันพิษ การเผาป่า โดยนายกฯ ได้เซ็นชื่อให้เป็นที่ระลึกหลังภาพวาดเด็กๆ และเขียนข้อความ "ด้วยความรักช่วยกันรักษาป่าสิ่งแวดล้อม เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต" รวมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาไฟป่า
    ก่อนที่นายกฯ และคณะร่วมกันปลูกต้นกาสะลองคำ ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำ จ.เชียงราย เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนร่วม “ปลูกต้นไม้ สู้ไฟ” ก่อนเดินทางกลับ กทม.

 


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'