ก๊วนเดิม ป่วน-ยั่ว ทหาร


   

                                           

          ช่วงรอยต่อเดือนธันวาคมก้าวสู่เดือนมกราคม หรือรอยต่อระหว่างปี ย้อนหลังไปดูมักมีเหตุชวนระทึก มีข่าวพวกไม่หวังดีเตรียมก่อเหตุตามสถานที่สำคัญต่างๆ ในกรุงเทพฯ หรือหัวเมืองใหญ่

กลุ่มก๊วนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้สูญเสียอำนาจการเมือง ตกเป็นผู้ต้องสงสัยหมายเลข 1 ฐานถูกแย่งชิงอำนาจไปโดยไม่ชอบธรรม เสียอำนาจ เสียผลประโยชน์ทางธุรกิจและการเมือง เลยทำให้เป็นศัตรูหมายเลข 1 อย่างเลี่ยงไม่ได้ และพร้อมโต้กลับทันทีว่าอีกฝ่ายไม่มีศักยภาพ ไม่มีอำนาจในมือ พวกตนถูกเฝ้าตามติดใกล้ชิด ใครจะไปก่อเหตุได้

แล้วย้อนเกล็ดให้ว่าผู้มีอำนาจรัฐในปัจจุบันต่างหาก ที่ทำไปเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง อยู่ในข่ายต้องสงสัยเพราะคุมกลไกอำนาจรัฐเบ็ดเสร็จ กลายเป็นผู้ถูกพาดพิงจากฝ่ายตรงข้ามโดยปริยายเช่นกัน

            ตลอดปี 2560 แม้จะมีข่าวป่วนกวนใจบ้าง ทั้งในส่วนที่จับกุมได้ก่อนกับมาแก้ไขหลังเหตุการณ์  โดยเมื่อวันที่ 17 มีนาคม เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ สนธิกำลังตรวจค้น 9 จุดต้องสงสัยเป็นแหล่งพักอาวุธ เตรียมก่อเหตุป่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป้าหมายแรกคือบ้านเลขที่ 1/1 หมู่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านปูน 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 100 ตร.ว. มีนายธีรชัย อุตรวิเชียร อายุ 45 ปี คนสนิทและแนวร่วมของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ปทุมธานีพักอาศัยอยู่ จากการตรวจค้นในบ้านพบสิ่งผิดกฎหมาย 29 รายการ อาทิ ปืนเอ็ม 16 จำนวน 4 กระบอก, เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 1 กระบอก, ปืนคาร์บิน 1 กระบอก, ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก, กระสุนปืนลูกซอง 160 นัด, กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จำนวน 4,566 นัด, กระสุนปืนขนาด 7.62 มม. ซ้อมรบ 8 นัด, กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 220 นัด, กระสุนปืนขนาด 7.62 มม. 235 นัด, กระสุนปืนขนาด  .45 (11 มม.) 189 นัด, กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 78 นัด, กระสุนปืนขนาด .38 ซูเปอร์ 33 นัด, กระสุนปืนขนาด 9 มม. 38 นัด, ปลอกลดเสียง เอ็ม 16 จำนวน 3 อัน, ซองกระสุนปืน 7 ซอง, กล้องสไนเปอร์ 1 อัน, ขาทรายปืน 1 อัน

            ลูกระเบิด เอ็ม 79 จำนวน 8 ลูก, ลูกระเบิดขว้าง SFG75 จำนวน 1 ลูก, ลูกระเบิดขว้าง RGD5 จำนวน 10 ลูก และเรือนชนวน 16 อัน, ซองปืนพกขนาด 11 มม. 1 ซอง, มีดดาบ 12 เล่ม, เครื่องชอร์ตไฟฟ้า 1 เครื่อง, วิทยุสื่อสาร ว.ดำ 7 เครื่อง, วิทยุสื่อสาร ว.เเดง 1 เครื่อง, พลั่วสนาม 1 อัน, ป้ายทะเบียน 2 ป้าย, หมายเลขทะเบียน ภศ 8064 กรุงเทพมหานคร และ กธ 5011 ลพบุรี, เสื้อเกราะกันกระสุน 1 ตัว และยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง

            แต่เหตุการณ์ที่ทำให้ฝ่ายรัฐต้องตั้งรับกลายเป็นเหตุสะเทือนขวัญ หนีไม่พ้นวันครบรอบ 3 ปียึดอำนาจ 22 พ.ค. ที่ได้เกิดเหตุระเบิดในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กว่าจะควานหาตัวผู้ก่อเหตุนำตัวมาดำเนินคดี จนถึงขั้นตอนการฝากขังได้ เรียกว่างานนี้ภาครัฐ หน่วยความมั่นคงเสียหน้าไปไม่น้อย

        ช่วงปลายปียังมีการตรวจพบอาวุธร้ายแรงไร้ที่มาได้จำนวนมากที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา รอบนี้หน่วยความมั่นคงออกหมายจับไปถึงผู้ร่วมขบวนการ ทั้ง จักรภพ เพ็ญแข และ พล.ท.มนัส เปาริก แกนนำเสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์ ที่ตามข้อมูลการสอบสวนระบุ เตรียมก่อเหตุทำลายความน่าเชื่อถือ รัฐบาลทหาร ปลุกกระแสเสื้อแดงให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง โดยวางเป้าก่อเหตุช่วงรอยต่อปีเก่าย่างเข้าสู่ปีใหม่    

            แน่นอนว่าการพบอาวุธสงครามไม่ว่าจะครั้งใด แกนนำเสื้อแดงในประเทศมักออกมาปฏิเสธทันควัน ว่าไม่มีความเกี่ยวพัน ไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย เช่นเดียวกับ จักรภพ ที่เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ทันควันถึง 2 รอบ

            ครั้งแรกระบุ "....สิ่งเดียวที่ผมยึดมั่นคือ การต่อสู้ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย เพราะเพียงเท่านั้นฝ่ายประชาชนก็ชนะขาดลอย ไม่ต้องไปจับอาวุธที่ไหนให้ขัดต่อคุณธรรมและความยอมรับสากลเลย มีแต่โจรตำแหน่งสูง แต่จิตใจต่ำช้าในเมืองไทยเท่านั้น ที่ต้องคอยถืออาวุธและซื้ออาวุธให้มากเข้าไว้ เพราะรู้ว่าอำนาจชั่วของตัวเองใช้คุ้มหัวอะไรไม่ได้เลยเมื่อถึงเวลา ซึ่งอาจมาถึงในไม่ช้านี้"

            ครั้งต่อมาก็โยนให้เป็นเรื่องการขัดแย้งกันเองของฝ่ายผู้มีอำนาจ  "…เขากำลังจะฟัดกันเองในทางการเมือง เจ้าของเมืองไทยตกลงกันแล้วว่ากลุ่มประยุทธ์-ประวิทย์ต้องไป แต่เจ้าตัวยังไม่ยอมไป

          ...เขารู้ว่า ผมมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย การกุเรื่องขึ้นมาเล่นรังแกผมในคราวนี้ จึงไม่ใช่มีเป้าหมายแค่ตัวผม ซึ่งไม่ได้มีความสำคัญอะไร คนที่ต้องเตรียมตัวไม่ให้เกิดสภาวะตกกระไดพลอยโจน ก็คือตัวท่านนายกทักษิณเอง ที่เขาโอบล้อมครอบครัวของท่านเข้ามาทุกขณะ เพื่อเอาครอบครัวชินวัตรมาเป็นข้ออ้างและเป็นเหยื่อ ในขณะที่เขาจะเข่นฆ่ากันเอง"

             เรื่องเช่นนี้แน่นอนไม่มีใครอ้าแขนยอมรับ แม้ โกตี๋-วุฒิพงศ์ จะหายสาบสูญท่ามกลางข่าวถูกเก็บ เรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีตัวป่วนใหม่แต่หน้าเดิมอย่างจักรภพโผล่ขึ้นมา รวมทั้งกลุ่มฮาร์ดคอร์เดิมที่พร้อมผสมโรงให้ทหารได้เฝ้าระวัง และทำท่าจะไม่หยุดยั่ว ไม่หยุดป่วนตลอดปี 2561 อย่างแน่นอน.


ทีม "หมูป่า".............ถึงไม่ใช่ทีมแข่ง "บอลโลก" ที่รัสเซียแต่นาทีนี้ ต้องบอกว่า เป็น "ทีมฟุตบอลเยาวชน" ที่คนไทยทั้งประเทศ หรือคนทั้งโลก ลุ้นด้วยใจระทึกที่สุด

'ปฏิรูปวัดก่อนปฏิรูปเมือง'
หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'