‘ขับเคลื่อนระบบราชการเพื่ออนาคต’


เพิ่มเพื่อน    

 

            คนไทยพูดถึงปัญหาความล้าสมัยและคร่ำครึของระบบราชการมายาวนาน แต่ยังไม่มีหนทางแก้ไขอย่างยั่งยืนถาวร

                ล่าสุดมีคำสั่งเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมนี้ โดยรองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ “เกี่ยวกับการขับเคลื่อนระบบราชการเพื่ออนาคต”

                โดยให้ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นประธานอนุกรรมการชุดนี้

                อีกทั้งยังมีคนมีชื่อเสียงเคยทำงานหลายด้านมาเป็นกรรมการ เช่น

                คุณวิรไท สันติประภพ

                คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร

                คุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล

                คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

                คุณสยาม ศิริมงคล

                คุณกิติพงค์ พร้อมวงค์

                คุณเชษฐา เทอดไพรสันต์

                คุณธีรณี อจลากุล

                คุณนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์

                คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส

                คุณวิชชุ เวชชาชีวะ

                เลขาธิการ ก.พ.ร.เป็นรองประธาน

                และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ.ร.อีก 3 ท่านเป็นอนุกรรมการด้วย

                ในคำสั่งนี้อ้างถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ การเมือง ไม่สามารถขับเคลื่อนแบบค่อยเป็นค่อยไป ต้อง “พลิกโฉม” เพื่อตอบสนองสภาวการณ์ใหม่ ตลอดจนความต้องการและความคาดหวังของประชาชนที่แตกต่างไปจากเดิม

                มีเป้าหมายที่มุ่งเน้นผลลัพธ์มากยิ่งขึ้น

                ลดกระบวนการทำงานและข้อบังคับที่ไม่จำเป็นลง ปรับปรุงแบบการทำงานให้มีความยืดหยุ่นและนำนวัตกรรมมาใช้ในการพลิกโฉมการบริหารจัดการภาครัฐ

                คณะอนุกรรมการชุดนี้มีหน้าที่และอำนาจในการศึกษาและเสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อนระบบราชการเพื่อรองรับแนวทางและบริบทและความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และตอบสนองความต้องการของประชาชน

                ผลักดันแนวทางการขับเคลื่อนระบบราชการที่กำหนดไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งประเมินผลการขับเคลื่อนเป็นระยะ

                ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะแก่หน่วยงานของรัฐและแนวทางการขับเคลื่อน

                เชิญผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐหรือผู้แทนภาคส่วนอื่นมาชี้แจงข้อเท็จจริง ตลอดจนให้ความเห็นหรือข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินงานหรือจัดส่งเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณา

                แต่งตั้งคณะทำงานหรือมอบหมายบุคคลอื่นใด ดำเนินการตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตามความจำเป็นและเหมาะสม

                อ่านคำสั่งแต่งตั้งอนุกรรมการชุดนี้แล้วเห็นว่าจะมีความหวังมากขึ้นกว่าเดิมในการที่จะทำให้เกิดการปฏิรูประบบราชการหรือไม่

                คำตอบคือยังเห็นแต่เพียงบนกระดาษเท่านั้น

                เพราะแม้ว่าจะมีบุคคลที่มีผลงานเฉพาะด้านของท่านเองที่มีรูปธรรมชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือกรมสรรพากร และที่ SCG หรือในองค์กรเอกชนบางแห่ง แต่พอเข้าสู่ระบบ “อนุกรรมการ” ในกรอบเดิมก็มองเห็นปัญหาที่จะตามมา

                นั่นคือบุคคลกลุ่มนี้แม้จะมีความรู้ความสามารถสูง มีประสบการณ์กว้างขวาง มีประวัติการทำงานที่น่าชื่นชม

                แต่ก็ยังมองไม่เห็นว่าจะสามารถผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในระบบราชการอย่างเป็นรูปธรรมได้แต่อย่างไร

                เพราะก่อนหน้านี้แม้คณะกรรมการที่ใหญ่กว่านี้ ที่มีนายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะ สามารถออกคำสั่งที่ข้าราชการจะต้องปฏิบัติตาม เพราะหากไม่ทำสามารถถูกลงโทษได้ ก็ยังไม่เกิดผลที่จับต้องได้อย่างชัดเจนเท่าที่ควร

                ก่อนหน้านี้ บางท่านที่อยู่ในอนุกรรมการชุดนี้เคยอยู่ในคณะกรรมการใหญ่ที่เรียกว่า Super Board มีนายกฯ เป็นประธานเพื่อยกเครื่องระบบวิสาหกิจลงท้ายก็ไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงอะไรอย่างเป็นกิจจะลักษณะได้

                กรรมการใน Super Board นั้นบางท่านบอกผมว่าได้ร่วมกันทำงานอย่างหนัก เสนอการแก้กฎหมายและวิธีการบริหารรัฐวิสาหกิจอย่างเป็นรูปธรรม

                แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังได้

                ผมเดาเอาว่าสาเหตุก็เป็นเพราะขาด “ความกล้าหาญทางการเมือง” หรือ political will ที่จะยกเครื่องและ “พลิกโฉม” อย่างแท้จริง

                ยิ่งเมื่อข้าราชการที่ถูกกระทบจากข้อเสนอความเปลี่ยนแปลงโดยตรงต่อต้านทั้งทางตรงทางอ้อม และวิ่งเต้นให้ข้อเสนอเหล่านั้นตกไปก็ยิ่งทำให้นายกฯ ทำอย่างครึ่งๆ กลางๆ ไม่กล้าไปสุดๆ

                ในที่สุด Super Board ก็เป็นเพียง “ซูเปอร์แมน” บนกระดาษ ไม่สามารถปฏิรูปรัฐวิสาหกิจอย่างเป็นเรื่องเป็นราวได้...จนขาดทุนและต้องเข้าสู่แผนฟื้นฟูกันหลายแห่งอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้.

 

 


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก