'อดีตบิ๊กข่าวกรอง'ชี้ม็อบเด็กสละสิทธิความเป็นมนุษย์รอคำสั่งจากSky Net เป็นทาสแอปฯบนมือถือ


เพิ่มเพื่อน    

20 ต.ค.63- นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart  ระบุข้อความว่า กลับบ้านเถอะลูก ม็อบไร้แกนนำ​ ที่ออกมาชุมนุม ดาวกระจายปิดล้อมจุดต่างๆใน​ กทม.และปริมณฑล​ ทำเถอะถ้าคิดว่าดีกว่าอยู่เปล่าๆ​

แต่อยากแสดงความห่วงใยถึงความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีของไทยในเวลานี้​ มันทันสมัยล้ำหน้ามหาอำนาจแล้ว​ แกนนำไม่มีตัวตน​ ทุกคนปฏิเสธการเป็นแกนนำ​ แต่ทุกคนที่มาชุมนุมรอรับคำสั่งจาก​ Sky Net เหมือนหนังฝรั่ง​ ที่ระบบ​Sky Net จะสั่งการมนุษย์ให้ทำสิ่งต่างๆผ่านระบบคอมพิวเตอร์​ นั่นหมายความว่า​ ผู้ชุมนุมสละสิทธิความเป็นมนุษย์ที่เป็นวิญญูชนคิดเองเป็นคิดเองได้​ กลายเป็นทาสคอมพิวเตอร์บนแอปมือถือแทนเสียแล้ว​ ทันสมัยจริงๆประเทศไทย

ความจริงทุกคนมาที่ชุมนุมรู้ว่า​ มีแกนนำ​ แต่แกนนำไม่อยากรับผิดชอบ​ หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น​ พูดง่ายๆ​ ใครโง่ถูกจับ​ ถูกดำเนินคดีก็ชั่ง​ แต่แกนนำไม่โดนจับ​

แฟลซม็อบแบบนี้​ ก็ดีมาเร็วไปเร็ว​ มาโห่มาเฮ​ กลับบ้านไม่ดึกผู้ปกครองจะได้ไม่ห่วง

แต่ต้องจำไว้นะ​ เตือนด้วยความเป็นห่วง​ หากใครตกเป็นผู้ต้องหา​ ถูกดำเนินคดี​ ถูกพิมพ์ลายนิ้วมือ​ ถูกสอบปากคำ​ คดีมันจะเดินหน้า​ กระบวนการทางคดีจะกินเวลานานมาก​ คดีพันธมิตร​ กปปส.หรือ​นปช. คดีเดินช้ามาก​ เรียนจบสมัครทำงาน​ คดีอาจยังไม่จบ​ จะไปสมัครเข้าทำงานที่ไหน​ นายจ้างอาจต้องขอประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ​ ทีนี้แหละมีปัญหาทันที​ นายจ้างบางคนอาจไม่อยากรับคนมีคดีเข้าทำงาน​ หรือคนที่ประวัติอย่างนี้เข้าทำงาน​ จะเสียอนาคต​

ประการสำคัญ​ อีแอบชนะรัฐบาลแพ้​ อีแอบได้เป็นนายก​ แต่เยาวชนที่ตกเป็นผู้ต้องหาต้องขึ้นศาลเดียวดายกับทนายและญาติ​ อีแอบไม่ดูดำดูดีหรอก​ ไม่เชื่อ​ลองถามอดีตเสื้อแดงที่ถูกคุมขังในเรือนจำได้

สุดท้าย​ ด้วยความห่วงใย​ ตรวจตัวเองด้วยหากมีอาการไข้​ อาจไม่ใช่หวัดจากโดนฝนหรือโดนน้ำฉีดจากตำรวจ​ การระบาดโควิดรอบสองกำลังมาเคาะประตูเมืองไทย.
 


นี่...พูดกันตามเนื้องานเลยนะ ฝ่ายค้าน ๕-๖ พรรค "เพื่อไทย" เป็นแกนนำ พูดประจำว่า "เข้ามาทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชน" ในรัฐสภา จะเข้าปีที่ ๓ อยู่อีกไม่กี่เดือน

เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์